
ราคาน้ำมันโลกดิ่งแรง WTI ร่วง 3.12% เหลือ 82.36 เหรียญ หลังสหรัฐคว่ำบาตรอิหร่าน
ราคาน้ำมันตลาดโลกโลกดิ่ง WTI ร่วง 3.12% ปิด 82.36 เหรียญต่อบาร์เรล ต่ำสุดรอบเกือบ 2 สัปดาห์ หลังสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรอิหร่าน ลุ้นฮอร์มุซเปิดทางเดินเรือ
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนท์ปรับตัวลดลงกว่า 3% ทำสถิติต่ำสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์
- สาเหตุหลักมาจากการที่สหรัฐฯ เปลี่ยนจากการใช้มาตรการทางทหารมาเป็นการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน
- นักลงทุนคลายความกังวลว่าอุปทานน้ำมันจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าการเกิดสงคราม ประกอบกับมีสัญญาณการเจรจาเพื่อลดความขัดแย้ง
ราคาน้ำมันโลกสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 3% ในวันอังคาร (25 ส.ค.)
หลังจากสหรัฐฯ หันมาใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน จากเดิมที่ใช้มาตรการทางทหาร
นักลงทุนมองว่ามาตรการกดดันทางเศรษฐกิจมีผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันน้อยกว่าการใช้ปฏิบัติการทางทหาร
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 2.65 เหรียญหรือ 3.12% ปิดที่ 82.36 เหรียญ/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 3.59 เหรียญ หรือ 3.89% ปิดที่ 88.58 เหรียญ/บาร์เรล
ราคาน้ำมัน WTI ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค. ส่วนราคาน้ำมันเบรนท์ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่ออิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการที่ชื่อว่า Operation Economic Outcast โดยมุ่งเป้าไปที่ 5 ภาคส่วนสำคัญของอิหร่าน ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นภาคส่วนที่อิหร่านใช้พยุงเศรษฐกิจของตนเอง
อีกทั้งสหรัฐฯ ยังเตือนจีนและทุกประเทศทั่วโลกถึงความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการถูกคว่ำบาตรขั้นทุติยภูมิ (secondary sanctions) หากยังคงทำธุรกิจกับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่เจาะจงเกี่ยวกับมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และยังคงไม่เป็นที่ชัดเจนว่า การคว่ำบาตรครั้งใหม่เพื่อสกัดแหล่งรายได้ของอิหร่านนี้ จะมีความแตกต่างจากความพยายามก่อนหน้านี้อย่างไร
นักวิเคราะห์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์จาก Saxo Bank ให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนผ่านจากการใช้ปฏิบัติการทางทหารไปเป็นการใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านได้ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในตลาด และมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ครั้งนี้ ไม่ได้รุนแรงอย่างที่คาดการณ์ไว้
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานโดยอ้างเอกสารภายในของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมส่งนักการทูตกลับไปประจำยังสถานทูตต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง หลังจากที่ได้อพยพเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก่อนเกิดสงครามกับอิหร่าน ซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดบ่งชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่คาดว่าจะเกิดสงครามครั้งใหม่กับอิหร่าน
มีสัญญาณไกล่เกลี่ยยุติความขัดแย้ง
นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณของความเป็นไปได้ที่จะมีการไกล่เกลี่ยเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยอิหร่านและโอมานเปิดเผยในวันอังคารว่า ทั้งสองประเทศได้หารือกันเกี่ยวกับข้อเสนอในการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือชั่วคราวร่วม (Joint Temporary Navigational Corridor) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และยังได้หารือกันเกี่ยวกับแผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากช่องแคบแห่งนี้
นักวิเคราะห์จาก Ritterbusch and Associates มองว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงในวันอังคารอาจเป็นเพราะตลาดมีปฏิกิริยาต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าวมากเกินไป และเตือนว่าราคาน้ำมันอาจจะพลิกกลับมาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง หากอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
หลังจากสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ทางการอิหร่านก็ได้ประกาศว่าจะตอบโต้ และยังมั่นใจว่าบรรดาพันธมิตรทางการค้าของอิหร่านจะร่วมมือกันต่อต้านแรงกดดันจากสหรัฐฯ ขณะที่จีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน แถลงในวันอังคารว่า ความร่วมมือระหว่างจีนกับอิหร่านเป็นไปตามกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ควรถูกแทรกแซง
นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์ภายในประเทศ







