thansettakij
thansettakij
เปิดปมสัญญาไฟฟ้าชั่วนิรันดร์ นักวิชาการแนะเลิกไม่ใช้ก็ต้องจ่าย ปลดล็อกค่าไฟแพง

'ดร.พรายพล' เปิดปมสัญญาไฟชั่วนิรันดร์ 'ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย' ต้นตอค่าไฟแพง

21 ก.ค. 69 | 05:07 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 69 | 05:36 น.

นักวิชาการ "ศ.ดร.พรายพล" ชี้ สัญญา Take or Pay คือต้นตอค่าไฟแพง แนะเปิดตลาดแข่งขันเสรี ล่าสุด กพช. ไฟเขียวกำหนดวันสิ้นสุดสัญญาต่ออายุอัตโนมัติ พร้อมปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้ตรงต้นทุนจริง

KEY

POINTS

  • ปัญหาค่าไฟแพงมีต้นตอจากสัญญาซื้อไฟฟ้าภาคเอกชนแบบ "Take or Pay" (ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย) ซึ่งทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระ "ค่าความพร้อมจ่าย" แม้ไม่ได้ใช้ไฟฟ้า
  • นักวิชาการเสนอให้ยกเลิกหรือเจรจาปรับปรุงสัญญาดังกล่าว เพื่อเพิ่มการแข่งขันในตลาด และเปิดโอกาสให้มีการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้รายใหญ่
  • ภาครัฐได้เริ่มดำเนินการแก้ไข โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบให้กำหนดวันสิ้นสุดสัญญาที่ต่ออายุอัตโนมัติ และปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนจริง

ปัญหาค่าไฟแพงส่วนหนึ่งมาจาก "สัญญาชั่วนิรันดร์" ที่ผู้ใช้ไฟต้องจ่ายค่าความพร้อมจ่ายแม้ไม่ได้ใช้ไฟจริง (Take or Pay) ล่าสุดนักวิชาการด้านพลังงานออกมาเสนอทางออก พร้อมภาครัฐเดินหน้าสั่งปรับเงื่อนไขสัญญาที่ต่ออายุอัตโนมัติแล้ว

ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงานเปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงประเด็นที่รัฐบาลปรับปรุงแนวทางการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจากภาคเอกชน เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงตามนโยบายของรัฐบาล หรือยกเลิกสัญญาชั่วนิรันดร์ว่า ในส่วนของพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์ (Solar) มีการยกเลิกสัญญาชั่วนิรันดร์ไปนานจนเป็นสัญญาปกติที่ไม่จำเป็นที่จะต้องให้เงินอุดหนุนมากแล้ว เพราะต้นทุนการผลิตก็ลดลงมาก

แนะเลิก Take or Pay

ส่วนที่ควรจะต้องยกเลิกคือสัญญาของภาคเอกชนที่เรียกว่าไม่ใช้ก็ต้องจ่าย (Take or Pay) ที่ทำให้เกิดค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) ซึ่งทำให้เกิดภาระของผู้ใช้ไฟฟ้า โดยจะต้องเปิดให้มีการแข่งขันทางการตลาดมากขึ้น 

เปิดปมสัญญาไฟฟ้าชั่วนิรันดร์ นักวิชาการแนะเลิกไม่ใช้ก็ต้องจ่าย ปลดล็อกค่าไฟแพง

 

รวมถึงเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้ ผู้ผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้รายใหญ่มีทางเลือกมากขึ้น และสร้างโอกาสให้มีตลาดระหว่างผู้ซื้อผู้ขายที่ไม่จำเป็นที่จะต้องผ่านการไฟฟ้ามากขึ้น 

รัฐ-เอกชนต้องตกลงร่วมกัน

อย่างไรก็ดี เวลาที่จะยกเลิก หรือปรับเปลี่ยนสัญญาจะต้องเป็นการตกลงร่วมกันของทั้งสองฝ่าย รัฐบาลคงไม่สามารถที่จะทำเพียงฝ่ายเดียวได้ ไม่เช่นนั้นอาจจะโดนฟ้องกลับได้ เพราะฉะนั้นวิธีการก็คือต้องเจรจากันเพื่อที่จะหาข้อตกลงที่จะมีการปรับสัญญา

“ต้องเรียนว่าสัญญาหลายอย่างไม่ได้ถึงขั้นยกเลิก แค่มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข ยกตัวอย่างเช่น Availability Payment ก็อาจจะขอยกเลิกหรือลดลง หรือมีเงื่อนไขที่ผ่อนปรนมากขึ้น เป็นต้น โดยมุ่งไปสู่แนวทางที่มีการแข่งขันในตลาดมากขึ้น เพราะสัญญาเหล่านี้ค่อนข้างจะผูกมัด ดังนั้นโอกาสที่กลไกการตลาดจะทำงานก็มีน้อยลง หากยกเลิกให้เงื่อนไขเหล่านี้ กลไกการตลาดก็จะมีมากขึ้น เอกชนก็สามารถที่จะขาย หรืออาจจะไม่ขายผ่านการไฟฟ้าก็ได้ เปิดโอกาสให้ได้ขายตรงกับผู้ซื้อ โดยเฉพาะผู้ซื้อรายใหญ่” 

อย่างไรก็ดี ล่าสึดเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสัญญาซื้อไฟฟ้าแพงชั่วนิรันดร์ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบการดำเนินการตามที่ข้อเสนอของ คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้เสนอให้ 

  • การกำหนดวันสิ้นสุดสัญญากับ SPP และ VSPP ประเภท Non-Firm ที่มีการต่ออายุสัญญาอัตโนมัติทุกรายให้ชัดเจน
  • ปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เช่น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ในอัตรา 2.1579 บาทต่อหน่วย
  • มอบหมายให้ทั้ง 3 การไฟฟ้าดำเนินการเจรจาแก้ไขสัญญาต่อไป