thansettakij
thansettakij
ปตท. คว้าเงินกู้ 68,000 ล้าน เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รับความผันผวนตะวันออกกลาง

ปตท. คว้าเงินกู้ 6.8 หมื่นล้าน เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รับความผันผวนตะวันออกกลาง

21 ก.ค. 69 | 03:49 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 69 | 04:04 น.

ปตท. จับมือ SCB ปลดล็อกสินทรัพย์ ดึงสินเชื่อ 68,000 ล้านบาท รับศึกพลังงานโลก รุกเดินหน้าเสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐานพลังงานไทย สร้างความมั่นคง

KEY

POINTS

  • ปตท. ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) วงเงินรวม 68,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน
  • เงินกู้ส่วนหนึ่งจำนวน 17,376 ล้านบาท จะใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทย่อยตามกลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์
  • วงเงินส่วนใหญ่จำนวน 51,000 ล้านบาท มีไว้เพื่อรองรับภารกิจดูแลความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ จากผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือปตท. (PTT) เปิดเผยว่า เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของประเทศ ผ่านการร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) โดย SCB สนับสนุนสินเชื่อแก่ กลุ่ม ปตท. ในวงเงินรวมกว่า 68,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 

  • วงเงินสินเชื่อระยะยาว จำนวน 17,376 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท แทงค์ อินฟรา จำกัด (บริษัทย่อยที่บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT Tank) ถือหุ้น 100%) ตามกลยุทธ์ Asset Monetization ที่มุ่งเน้นการบริหารสินทรัพย์ในกลุ่มให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ เปิดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการสร้างความร่วมมือเชิงพาณิชย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 
  • วงเงินสินเชื่อระยะสั้นจำนวน 51,000 ล้านบาท เพื่อรองรับภารกิจดูแลความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ

 

ทั้งนี้ กลยุทธ์ Asset Monetization ของกลุ่ม ปตท. มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารการใช้สินทรัพย์ในกลุ่ม ปตท. ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งสร้าง Synergy เพื่อก่อให้เกิด Asset & Capital Optimization รวมถึงการ unlock value ของสินทรัพย์ สร้างธุรกิจโมเดลใหม่ Energy Infrastructure ของกลุ่ม 

สร้างความมั่นคงพลังงานไทย

รวมถึงยังคงยึดมั่นในบทบาทการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสมดุล

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB กล่าวว่า การสนับสนุนทางการเงินในครั้งนี้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของธนาคารที่มีต่อศักยภาพของ ปตท. ในการปรับตัวและเติบโตภายใต้บริบทของอุตสาหกรรมพลังงานที่กำลังเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะการมุ่งสู่พลังงานแห่งอนาคต และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานผ่าน Infrastructure Flagship เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและมีความหลากหลายมากขึ้น ในบริบทของอุตสาหกรรมพลังงานที่กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลง 

ทั้งจากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น ความผันผวนของตลาดโลก และการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานรูปแบบใหม่ ความร่วมมือระหว่าง ธนาคารไทยพาณิชย์และ ปตท. จึงสะท้อนถึงการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยธนาคารไทยพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรทางการเงินที่สนับสนุนการเติบโตเชิงกลยุทธ์ 

ขณะที่ ปตท. เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของประเทศที่สำคัญได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับความต้องการใช้พลังงานในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน