thansettakij
thansettakij
ค่าไฟบ้านอัตราก้าวหน้าส่อสะดุด กกพ.เผยเสียงคัดค้านมากสุด 33%

ค่าไฟบ้านอัตราก้าวหน้าส่อสะดุด กกพ.เผยเสียงคัดค้านมากสุด 33%

17 มิ.ย. 69 | 11:15 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มิ.ย. 69 | 11:51 น.

กกพ.สรุปผลรับฟังค่าไฟใหม่ ส่งเอกนัฏชี้ขาดโครงสร้างค่าไฟบ้าน เผยเสียงคัดค้านมากสุด 33% ไม่เห็นด้วยอัตราค่าไฟก้าวหน้า รอภาครัฐเคาะ

KEY

POINTS

  • กกพ. สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าไฟฟ้าบ้านแบบก้าวหน้า
  • ผลการรับฟังฯ พบว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าวมากที่สุด คิดเป็น 33% ของผู้แสดงความเห็นทั้งหมด
  • กกพ. จะรวบรวมผลการรับฟังความคิดเห็นทั้งหมดเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเพื่อประกอบการพิจารณาเชิงนโยบายต่อไป

ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้ปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 

ต่อมา คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในการประชุมครั้งที่ 24/2569 (ครั้งที่ 1,014) วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ได้รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว พบว่ามีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่หลากหลาย 

กกพ. จึงมีมติมอบหมายให้สำนักงาน กกพ. รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นที่ได้รับจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานของ กกพ. และผู้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (กฟน. และ กฟภ.) ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อประกอบการพิจารณาของภาคนโยบายต่อไป

 

ค่าไฟบ้านอัตราก้าวหน้าส่อสะดุด กกพ.เผยเสียงคัดค้านมากสุด 33%

 

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าศึกษาเอกสารรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน กกพ. จำนวน 6,525 ครั้ง จากผู้เข้าชม 2,270 ราย และมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นรวม 653 ความเห็น 

โดยผลการรับฟังความคิดเห็นสะท้อนให้เห็นถึงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่หลากหลาย ทั้งผู้ที่ไม่เห็นด้วย ผู้ที่เห็นด้วยกับกรณีศึกษาที่เสนอ และผู้ที่แสดงความคิดเห็นในประเด็นอื่น

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็น พบว่า ผู้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอมีจำนวน 215 ความเห็น คิดเป็น 33% ของความคิดเห็นทั้งหมด 

รองลงมาเป็นผู้ที่เห็นด้วยกับ กรณีศึกษาที่ 2 จำนวน 166 ความเห็น คิดเป็น 25%

ขณะที่อีกส่วนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นอื่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวาง โดยมีประเด็น เช่น ผลกระทบต่อผู้ใช้พลังงาน ประเด็นด้านกฎหมายและการกำกับดูแลตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ตลอดจนข้อเสนอแนะด้านนโยบายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป