
โรงกลั่นเตรียมรับแรงกระแทก Q2 ขาดทุนสต็อกนํ้ามัน-ค่าการกลั่นส่อติดลบ
โรงกลั่นน้ำเตรียมรับแรงกระแทกไตรมาส 2 หลังหมดโปรโมชั่นทำกำไร เผชิญความเสี่ยงขาดทุนสต็อกน้ำมัน จากการจัดหาน้ำมันดิบในราคาแพง และค่าการกลั่นหดตัว จากส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่แคบลง ตามความต้องการใช้น้ำมันที่ชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนทางการเงินพุ่ง รัฐบีบลดราคาหน้าโรงกลั่น
KEY
POINTS
- โรงกลั่นมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) ในไตรมาสที่ 2 เนื่องจากซื้อน้ำมันดิบมาในราคาแพงช่วงที่สถานการณ์โลกตึงเครียด แต่ราคาปัจจุบันมีแนวโน้มปรับตัวลดลง
- ค่าการกลั่น (GRM) มีแนวโน้มลดลงรุนแรงและอาจติดลบ เพราะส่วนต่างราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปแคบลงตามความต้องการใช้น้ำมันของโลกที่ลดลง
- เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อสำรองน้ำมัน และนโยบายภาครัฐที่เข้ามาควบคุมราคาขายปลีกในประเทศ ซึ่งบีบให้กำไรลดลง
ในช่วงต้นปี 2569 กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันของประเทศไทย มีความผันผวนรุนแรงจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ปรากฏการณ์กำไรชั่วคราวที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรก ขณะที่ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ต่างมีความกังวลว่า รายได้หรือกำไรที่จะได้รับนั้นจะเข้าสู่ภาวะขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน และค่าการกลั่นที่ปรับตัวลดลง รวมถึงปริมาณการจำหน่ายที่ปรับตัวลดลงด้วย
นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ น่าจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ยังปรับตัวสูงอยู่ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการขาดทุนสต็อกน้ำมัน หรือ Stock Loss จากการซื้อน้ำมันดิบในราคาแพงเข้ามาเติมในระบบสำรองและใช้เป็นวัตถุดิบในการกลั่นต่อเนื่องด้วยราคาที่สูงลิ่วตามราคาตลาดโลก ณ เวลานั้น ส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยของน้ำมันในคลังสินค้าขยับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มมีสัญญาณของการเจรจา และตลาดรับรู้ปัจจัยเสี่ยงนี้ไปแล้ว ราคาน้ำมันดิบโลกมีแนวโน้มที่จะปรับฐานลดลง หรือเริ่มอ่อนตัวลงหลุดระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แม้ลดลงเพียงเล็กน้อยจะส่งผลให้มูลค่าทางบัญชีของน้ำมันดิบสำรองที่ซื้อมาในราคาสูงต้องถูกปรับลดลงตามมาตรฐานบัญชี และทำให้เกิดการรับรู้ผลขาดทุนจากการตีมูลค่าสต็อกน้ำมันในทันที ยิ่งโรงกลั่นแห่งใดมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูปในคลังมากเท่าใด ก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะต้องแบกรับตัวเลขขาดทุนทางบัญชีนี้มากขึ้นเท่านั้น
นอกจากนี้ จากความต้องการใช้น้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ส่วนต่างของราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปแคบลงมา จะส่งผลกระทบต่อค่าการกลั่นพื้นฐาน” หรือ Market GRM ที่ช่วยสร้างกำไรให้กับกลุ่มโรงกลั่นในช่วงไตรมาสแรกได้อย่างมาก โดยค่าการกลั่นพื้นฐานของโรงกลั่นไทยในไตรมาสที่ 2 จะลดลงจากระดับเฉลี่ยที่สูงลิ่วในไตรมาสแรก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติโดยตรง
อีกทั้ง ความต้องการเงินทุนหมุนเวียน ที่เพิ่มขึ้นในการจัดหาและสำรองน้ำมันดิบ ซึ่งต้องใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินมากขึ้น เพื่อนำมาซื้อน้ำมันดิบในปริมาณเท่าเดิม ท่ามกลางภาวะอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาระต้นทุนทางการเงินหรือดอกเบี้ยจ่ายของทุกบริษัทขยับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คอยกัดกินกำไรสุทธิของบริษัทให้ลดน้อยลงไปอีก
รวมถึงปัจจัยกดดันจากนโยบายภาครัฐและการแทรกแซงราคา ที่สร้างความกังวลให้กับกลุ่มโรงกลั่น ในสภาวะที่ราคาน้ำมันโลกทรงตัวในระดับสูง เพื่อควบคุมหรือปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ โดยเฉพาะในงวดไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ รัฐบาลได้ใช้มาตรการช่วยเหลือและควบคุมราคาพลังงาน ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนต่างราคาน้ำมันที่โรงกลั่นควรจะได้จากการขายในประเทศลดลงเมื่อเทียบกับการส่งออก ทำให้ช่องทางการบริหารกำไรของโรงกลั่นไทยถูกบีบให้แคบลง
อย่างกรณีของไทยออยล์ ในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ มีความน่ากังวล เนื่องจากมีกำลังการผลิตติดตั้งที่สูงและมีปริมาณสำรองน้ำมันค่อนข้างมาก ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น ที่จะต้องเผชิญกับการขาดทุนสต็อกน้ำมัน หากราคาน้ำมันดิบดูไบหรือเบรนต์ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุด ซึ่งจะส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของไทยออยล์ TOP ในไตรมาสที่ 2 จะลดลงและมีความเสี่ยงสูงที่จะพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิหากค่าการกลั่นลดลงต่ำกว่าต้นทุนการผลิตจริง
ส่วนโรงกลั่นของบางจาก 2 แห่ง ต้องแบกรับภาระบริหารจัดการความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนและมีมูลค่าสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากต้นทุนน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น เนื่องจากสัญญาสั่งซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้า ที่ทำไว้ในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะเริ่มส่งผลต่อต้นทุนการผลิตจริงในไตรมาส 2 นี้ อีกทั้งความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศผ่านสถานีบริการของบางจากเองก็อาจได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและราคาขายปลีกน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันอาจไม่ได้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ และการแบกรับต้นทุนคงที่ของโรงกลั่นท่ามกลางค่าการกลั่นที่หดตัว
นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถาการณ์กลุ่มโรงกลั่นในช่วงไตรมาสที่ 2 มีความน่ากังวลและอาจเผชิญกับความผันผวนในทิศทางตรงกันข้ามกับไตรมาสแรกปีนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงจากการรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน เนื่องจากน้ำมันดิบที่จัดซื้อล่วงหน้าเพื่อคงกำลังการกลั่นในระดับสูงสุดในช่วงที่สถานการณ์ความตึงเครียดทวีความรุนแรง (มี.ค.- เม.ย. 2569) เป็นช่วงที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก และมีความผันผวนสูง ขณะที่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลายจากการเจรจา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงบ้างแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่จะตามมา
“จากการจัดซื้อน้ำมันดิบเข้ามาในราคาที่สูงอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบจะทยอยสะท้อนในผลการดำเนินงานในไตรมาสถัดๆ ไป ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 และในครึ่งปีหลังมีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก อุปสงค์และอุปทานของน้ำมัน หากราคาน้ำมันมีการปรับฐานลงหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย จะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและสภาพคล่องของกลุ่มไทยออยล์”
นายเฮอร์เบิร์ต แมทธิว เพนน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ที่ส่วนใหญ่มาจากสต็อกน้ำมัน ที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
ขณะที่แนวโน้มในไตรมาส 2 นั้น หากราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม บริษัทอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากการขาดทุนสต็อกน้ำมัน นอกจากนี้ ค่าส่วนต่างราคาน้ำมันดิบและค่าขนส่งทางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานของน้ำมันในตลาดโลก ตลอดจนผลการดำเนินงานของบริษัทอีกด้วย
“บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และสภาวะของตลาดอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการบริหารสต็อก กระแสเงินสดและสภาพคล่อง เพื่อสร้างความยืดหยุ่นของการดำเนินงาน และการสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย”







