
ราคาน้ำมันตลาดโลก WTI ปิดลบ 1.16 เหรียญ ตลาดจับตาประชุม ‘ทรัมป์-สี จิ้นผิง’
ตรวจสอบสถานการร์ราคาน้ำมันตลาดโลก WTI ปิดลบ 1.16 เหรียญ ตลาดจับตาประชุม ทรัมป์-สี จิ้นผิง กังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดตลาดลดลง 1.16 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
- นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน
- ตลาดกำลังจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน
ราคาน้ำมันตลาดโลกสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (13 พ.ค.)
ทั้งนี้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการประชุมสุดยอดระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในวันที่ 14-15 พ.ค. 69
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.14% ปิดที่ 101.02 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 2.14 ดอลลาร์ หรือ 1.99% ปิดที่ 105.63 ดอลลาร์/บาร์เรล
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุในวันพุธว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 6.0% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.6% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.3% ในเดือนมี.ค.
ข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากกระทรวงเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.7% หลังจากที่เพิ่ม 3.3% ในเดือนมี.ค.
ตัวเลขดัชนี PPI และ CPI ที่มีการเปิดเผยล่าสุดบ่งชี้ว่า เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากสงครามตะวันออกกลาง และทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้
อย่างไรก็ดีล่าสุด ซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดสาขาบอสตันกล่าวว่า เฟดอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อไม่ลดลง
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสำหรับภาคธุรกิจและผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้นด้วย ซึ่งอาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวและทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดน้อยลงด้วย
นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในวันที่ 14-15 พ.ค.นี้อย่างใกล้ชิด โดยรายงานระบุว่าปธน.ทรัมป์เดินทางถึงกรุงปักกิ่งแล้วพร้อมกับคณะผู้ติดตาม ซึ่งรวมถึง เจนเซน หวง ผู้บริหารบริษัท Nvidia และ อีลอน มัสก์ ผู้บริหารของ Tesla
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) คาดการณ์ว่า อุปสงค์น้ำมันโลกจะขยายตัว 1.2 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2569 ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนเม.ย.ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.4 ล้านบาร์เรล/วัน ส่วนในปี 2570 โอเปกคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกจะมีการขยายตัว 1.5 ล้านบาร์เรล/วัน โดยเพิ่มขึ้นราว 200,000 บาร์เรล/วันจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนเม.ย.
ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในระหว่างวัน หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 4.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 2.1 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 4.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.8 ล้านบาร์เรล ด้านสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 190,000 บาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.8 ล้านบาร์เรล







