thansettakij
thansettakij
‘GPSC’ กำไรไตรมาส 1 โต 51% รับแรงหนุนโรงไฟฟ้าไทย-ต่างประเทศ

‘GPSC’ กำไรไตรมาส 1 โต 51% รับแรงหนุนโรงไฟฟ้าไทย-ต่างประเทศ

08 พ.ค. 69 | 05:52 น.
อัปเดตล่าสุด :08 พ.ค. 69 | 05:52 น.

‘GPSC’ กำไรไตรมาส 1 โต 51% รับแรงหนุนโรงไฟฟ้าไทย-ต่างประเทศ พร้อม เดินเกมพลังงานหมุนเวียน อินเดียเปิด COD ใหม่กว่า 1,099 เมกะวัตต์

KEY

POINTS

  • GPSC ประกาศผลกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ 1,719 ล้านบาท เติบโตขึ้น 51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ผลการดำเนินงานในประเทศได้รับแรงหนุนจากยอดขายไฟฟ้าและไอน้ำของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น
  • การลงทุนในต่างประเทศเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (ลาว) ที่ได้รับผลบวกจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น และการขยายโครงการพลังงานหมุนเวียนในอินเดีย

นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยผลผลประกอบการไตรมาส 1/69 ว่า มีกำไรสุทธิ 1,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 4,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการบริหารจัดการพอร์ตธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านพลังงานที่ยังมีความผันผวน โดยบริษัทฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้เติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า

ในไตรมาส 1/69 ภาพรวมปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำของธุรกิจ SPP หรือโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น โดยปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า 

‘GPSC’ กำไรไตรมาส 1 โต 51% รับแรงหนุนโรงไฟฟ้าไทย-ต่างประเทศ

 

ขณะที่ปริมาณขายไอน้ำเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 6% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนความต้องการใช้พลังงานของภาคอุตสาหกรรมที่ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง  

“ท่ามกลางความท้าทายต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งเน้นรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง  โดยในช่วงไตรมาสนี้กลุ่มโรงไฟฟ้า IPP หรือโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ มีการหยุดซ่อมบำรุงและปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า” 

 

สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ ยังคงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการ โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) ที่ได้รับปัจจัยบวกจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้ ที่ช่วยควบคุมต้นทุนทางการเงินของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง (CFXD) ในไต้หวัน แม้ผลการดำเนินงานปรับลดลงตามฤดูกาล แต่มีการรับรู้รายได้จากการรับประกันเพื่อชดเชยจากความพร้อมจ่ายของกังหันลม นอกจากนี้ โครงการพลังงานหมุนเวียนในอินเดียในบริษัท อวาด้า เอนเนอร์ยี่ ไพรเวท ลิมิเต็ด (AEPL) ยังคงเดินหน้าตามแผนงาน โดยมีการทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2569 รวมประมาณ 1,099 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตของพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ สอดคล้องกับทิศทางการกระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนของบริษัทฯ