
LNG เสี่ยงขาด-ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมวิกฤติพลังงาน กระทบห่วงโซ่ผลิตทั้งระบบ
นักวิชาการเผยผบกระทบจากสงครามตะวันออกลาง LNG เสี่ยงขาด-ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมวิกฤติพลังงาน กระทบห่วงโซ่ผลิตทั้งระบบ
KEY
POINTS
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเสี่ยงทำให้ก๊าซ LNG ขาดแคลนและราคาพุ่งสูง เนื่องจากเส้นทางขนส่งหลักถูกปิดและโครงสร้างพื้นฐานการผลิตถูกทำลาย โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จะได้รับผลกระทบหนัก
- วิกฤตพลังงานส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงภาคเกษตรกรรม ทำให้ปุ๋ยยูเรียขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทบต้นทุนการผลิตของเกษตรกรโดยตรง
- ปัญหาการขาดแคลนพลังงานและปุ๋ยส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อห่วงโซ่การผลิตทั้งระบบ ตั้งแต่อุตสาหกรรมพลาสติกที่ขาดแคลนวัตถุดิบ ไปจนถึงความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการ บมจ. บางจากปิโตรเลียม (บมจ บางจากคอร์เปอร์เรชัน) เปิดเผยว่า ความเสี่ยงขาดแคลนและราคาพุ่งสูงของก๊าซธรรมชาติเหลว LNG ขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย จะซ้ำเติมสถานการณ์วิกฤติน้ำมัน 85% ของ LNG ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซมุ่งมายังเอเชีย
ประเทศไทยและเอเชียจะเผชิญกับการขาดแคลน LNG ในอนาคตอันใกล้หากสงครามยังไม่ยุติ สิ่งนี้จะมีผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตในหลายอุตสาหกรรม กระทบเศรษฐกิจแรง โดยประเทศที่กระทบหนักสุด คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และไทย การขาดแคลน LNG และ น้ำมันจะแตกต่างจากการหยุดชะงักของการขนส่งก๊าซระหว่างสงครามรัสเซียยูเครนในปี ค.ศ. 2022 เนื่องจากสงครามอิหร่านครั้งนี้มีการทำลายโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตและส่งออกพลังงาน
มีการปิดเส้นทางการขนส่งหลัก ทุกประเทศแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงอุปทานที่จำกัดลงเรื่อย ๆ สัญญาซื้อขายพลังงานระยะยาวไม่มีรับประกันอะไรที่จะสามารถทำตามข้อผูกพันได้เพราะอาจติดปัญหาการขนส่งและโลจิสติกส์ เมื่อสถานการณ์เลวร้ายสุดเกิดขึ้น ฝ่ายการเมืองเกือบทุกประเทศจะกำหนดมาตรการให้ธุรกิจอุตสาหกรรมอาจเผชิญการปันส่วนก่อนผู้บริโภคในครัวเรือน
ขณะนี้อุตสาหกรรมพลาสติกได้รับผลกระทบรุนแรง ขาดแคลนวัตถุดิบ หยุดการผลิตบางส่วน ผลิตภัณฑ์พลาสติกหลายประเภทราคาพุ่งและไม่เพียงพอต่อความต้องการ ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยกเลิกการผลิต เพราะไม่คุ้มต้นทุน
นอกจากนี้ ผลกระทบเริ่มลามภาคเกษตรกรรม อาหารจะแพงขึ้น การขาดแคลนปุ๋ยและราคาปุ๋ยพุ่งขึ้น กระทบต่อการผลิตในภาคเกษตรกรรมอย่างชัดเจน ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เกษตรกรต้องซื้อปุ๋ยในราคาที่แพงขึ้น ทำให้รายได้สุทธิลดลง โดยเฉพาะในฤดูกาลที่ต้องใช้ปุ๋ยเร่งการเจริญเติบโต เกิดการขาดแคลนปุ๋ยในหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคกลาง พบปัญหาปุ๋ยยูเรียขาดสต็อก หรือมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูก
เกษตรกรต้องปรับใช้ปุ๋ยสูตรรองอื่นๆ ทดแทน ซึ่งอาจไม่ได้ประสิทธิภาพเท่ากับการใช้ปุ๋ยยูเรียโดยตรง ขณะนี้ราคาปุ๋ยยูเรียเพิ่มขึ้น 15-16% ในเวลาสั้นๆ ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศเป็นหลัก ปีที่แล้ว ไทยนำเข้าปุ๋ยประมาณ 529,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 95,000 ล้านบาท เราพึ่งพาการนำเข้าเกือบ 100% หลังจากเกิดสงคราม ปุ๋ยกระสอบหนึ่งขึ้นมากระสอบละ 200 บาท ต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 200 บาทต่อไร่
หากสถานการณ์ราคาปุ๋ยยังเพิ่มต่อเนื่องและอาจขาดแคลน เกษตรกรอาจแบกรับไม่ไหว รัฐบาลต้องมีมาตรการช่วยอุดหนุนราคาปุ๋ย ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนก่อน การจัดหาแหล่งนำเข้าใหม่นอกตะวันออกกลาง ระยะยาวแล้ว ประเทศไทยต้องผลิตปุ๋ยเคมีใช้เองในประเทศ หากต้นทุนในการผลิตสูง รัฐบาลต้องชดเชยบางส่วนเพื่อให้อุตสาหกรรมการผลิตปุ๋ยเกิดขึ้นในประเทศ
อนุสรณ์ กล่าวอีกว่า หากสงครามยืดเยื้อต่อไปเกิน 3 เดือนและขยายวง ภายใน 3 เดือนนับจากวันนี้ ไทยอาจต้องเตรียมมาตรการปันส่วนการใช้น้ำมัน และต้องให้ความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและระบบสาธารณสุขเป็นอันดับต้นๆให้สามารถมีพลังงานใช้อย่างไม่สะดุด มาตรการอุดหนุนเน้นช่วยกลุ่มเปราะบางเฉพาะกลุ่มลดความเสี่ยงวิกฤติการคลัง เพิ่มสำรองน้ำมันมากขึ้นอีกและขยายกำลังการจัดเก็บ ระยะยาว ต้องปรับสัดส่วนโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์เชิงรุกเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า พร้อมมีมาตรการจัดหาแหล่งน้ำมัน ก๊าซ LNG โครงสร้างพื้นฐานการผลิตและส่งออกน้ำมันในตะวันออกกลางถูกทำลาย ราคาน้ำมันจะแพงอีกนาน ฉะนั้น มาตรการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
สงครามยืดเยื้อ สหรัฐฯต้องเพิ่มงบกลาโหม หนี้สาธารณะทะลุเพดาน ป่วนตลาดพันธบัตรโลกได้ ขณะนี้ หนี้สาธารณะของสหรัฐฯพุ่งทะลุ 39 ล้านล้านดอลลาร์หลังจากทำสงครามกับอิหร่านและใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมากในการทำสงคราม และ รัฐบาลสหรัฐฯต้องการของบประมาณเพิ่ม (โดยต้องกู้เงิน) จากรัฐสภา การที่หนี้สาธารณะ และ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายทางการทหาร ปัจจัยนี้จะทำให้ความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์สหรัฐฯและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลง กดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงในระยะยาว แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มสูง มีแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดต่ำลงในระยะยาว และประชาชนชาวอเมริกันอาจต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ สร้างภาระทางการเงินให้กับคนในรุ่นต่อไป
ขณะที่ประเทศไทยเองก็มีความเสี่ยงทางการคลังเพิ่มสูงขึ้นจากสงครามอิหร่านและการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานเช่นเดียวกัน โดยคาดว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีน่าจะทะลุเพดาน 70% ในระยะหนึ่งปีข้างหน้า หรือ มีหนี้สาธารณะมากกว่า 14 ล้านล้านบาท เป็นภาระของประชาชนชาวไทยผู้เสียภาษีในปัจจุบันและอนาคตต้องร่วมกันรับผิดชอบร่วมกันต่อไป






