
ดีเซล-เบนซิน แก๊สโซฮอล์ขึ้นราคาสูงสุด 1 บาทพรุ่งนี้ ดันใช้ E20 ลดนำเข้าน้ำมันดิบ
กระทรวงพลังงานอั้นไม่ไหวประกาศขึ้นราคาดีเซล และเบนซิน แก๊สโซฮอล์สูงสุด 1 บาท หลังเจอวิกฤตพลังงานโลก พร้อมดันใช้ E20 ลดนำเข้าน้ำมันดิบ
KEY
POINTS
- กระทรวงพลังงานประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ โดยแก๊สโซฮอล์ขึ้น 1 บาท/ลิตร ส่วนดีเซลจะทยอยปรับขึ้นโดยมีเพดานที่ 33 บาท/ลิตร
- มีการปรับลดราคาน้ำมัน E20 ลงประมาณ 79 สตางค์/ลิตร เพื่อสร้างส่วนต่างราคา 5 บาท จูงใจให้ประชาชนหันมาใช้งานมากขึ้น
- เป้าหมายหลักของมาตรการนี้คือการส่งเสริมการใช้ E20 ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอลที่ผลิตได้ในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า กระทรวงพลังงานจำเป็นต้องพิจารณาปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล โดยกำหนดเพดานไว้ที่ 33 บาทต่อลิตร จะทยอยปรับขึ้นครั้งละ 50 สตางค์ต่อลิตร
โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงพลังงาน จะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อพิจารณาแนวทางปรับขึ้นราคาที่เหมาะสมในระยะต่อไป
นอกจากนี้ จะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดในอัตราลิตรละ 1 บาท และปรับลดราคาน้ำมัน E20 ประมาณลิตรละ 79 สตางค์ ส่งผลให้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ กับ E20 มีส่วนต่าง 5 บาทต่อลิตร
ซึ่งการปรับราคาดังกล่าวนั้น เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาเติม E20 มากขึ้น เนื่องจาก E20 เป็นน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอล ซึ่งผลิตได้เองภายในประเทศ จะทำให้ลดสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบที่มีราคาแพงจากต่างประเทศ และจะทำให้ปริมาณสำรองน้ำมันภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น
รวมถึงเตรียมแผนที่จะเพิ่มการใช้ไบโอดีเซลเป็นทางเลือก ซึ่งจะมีราคาถูกลง ได้แก่ น้ำมันดีเซล B10 สำหรับรถยนต์ทั่วไป คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 เดือน
และ B20 สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ คาดว่าจะใช้เวลาเริ่มในระยะแรกภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนปัญหาสถานีบริการขาดแคลนน้ำมันนั้น กระทรวงพลังงาน ได้เร่งให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มจำนวนรถขนส่งน้ำมัน เพิ่มรอบการวิ่ง และสั่งการให้เปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งกระจายน้ำมันเข้าสู่ปั๊มต่างๆ ให้รวดเร็ว เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด
“แม้ว่าในทางเทคนิค น้ำมัน E20 อาจจะมีอัตราการสิ้นเปลืองมากกว่าแก๊สโซฮอล์ทั่วไปอยู่บ้างเนื่องจากมีสัดส่วนของเอทานอลผสมอยู่ 20% แต่ในความเป็นจริงแล้วถือว่าเป็นอัตราที่น้อยมากแทบไม่เห็นความแตกต่างในการใช้งานจริง แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับความคุ้มค่าด้านราคา จะช่วยประหยัดเงินได้ถึง 5 บาทต่อลิตร รวมทั้งเตรียมแผนที่จะเพิ่มการใช้ไบโอดีเซล ได้แก่ น้ำมันดีเซล B10 และ B20 ซึ่งจะมีราคาถูกลง คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เร็วๆ นี้”
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า การดำเนินการดังกล่าวมาจากวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง จนทำให้หลายประเทศทั่วโลกต้องทยอยปรับขึ้นราคาขายปลีกภายในประเทศกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ดี หากนำมาเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน จะพบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินน้อยที่สุด และเป็นประเทศเดียวที่ยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้เท่าเดิมตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม การอุดหนุนราคาดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อฐานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จนทำให้ปัจจุบันกองทุนฯ ต้องแบกรับภาระและติดลบไปแล้วถึง 16,500 ล้านบาท











