
ราคาน้ำมันวันนี้ WTI เพิ่มขึ้น 3.80 เหรียญ หวั่นสงครามอิหร่านกระทบอุปทาน
ราคาน้ำมันวันนี้ WTI เพิ่มขึ้น 3.80 เหรียญ หวั่นสงครามอิหร่านกระทบอุปทานรุนแรงมากขึ้น หลังมีรายงานการโจมตีเรือช่องแคบฮอร์มุซ
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวสูงขึ้น 3.80 ดอลลาร์สหรัฐ จากความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่ออุปทาน
- ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นหลังมีการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ
- การโจมตีดังกล่าวขัดขวางการส่งออกน้ำมันซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณอุปทานทั่วโลก ทำให้เกิดความกังวลเรื่องภาวะน้ำมันขาดแคลน
ราคาน้ำมันวันนี้สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 4% ในวันพุธ (11 มี.ค.)
หลังมีรายงานการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซครั้งใหม่ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันจะทวีความรุนแรงขึ้น
ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าข้อเสนอของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ในการระบายคลังสำรองน้ำมันครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์นั้น ยังไม่เพียงพอที่จะบรรเทาความกังวลเหล่านี้ได้
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 3.80 ดอลลาร์ หรือ 4.55% ปิดที่ 87.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 4.18 ดอลลาร์ หรือ 4.76% ปิดที่ 91.98 ดอลลาร์/บาร์เรล
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ล่วงเข้าสู่วันที่ 12 แล้วในวันพุธ และดูเหมือนว่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในช่องแคบฮอร์มุซและน่านน้ำใกล้เคียง เมื่อเรือบรรทุกสินค้าเสี่ยงลุยผ่านพื้นที่อันตรายจนตกเป็นเป้าโจมตีอย่างหนัก
บริษัทรักษาความปลอดภัยทางทะเลและความเสี่ยง ระบุว่า มีเรืออีก 3 ลำถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้จำนวนเรือที่ถูกโจมตีในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 ลำ นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น
การขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเกือบจะหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งขัดขวางการส่งออกน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณอุปทานน้ำมันทั่วโลก และส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะส่งเรือคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อจำเป็น แต่สื่อรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธคำร้องขอจากอุตสาหกรรมการเดินเรือในการส่งเรือทหารคุ้มกัน เนื่องจากความเสี่ยงจากการถูกโจมตีในขณะนี้สูงเกินไป
ทั้งนี้ ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์มากถึง 400 ล้านบาร์เรลในวันพุธ เพื่อรับมือกับภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยการระบายน้ำมันจากคลังสำรองในครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ IEA โดยมากกว่าจำนวน 182 ล้านบาร์เรลที่เคยเกิดขึ้นหลังรัสเซียใช้ปฏิบัติการพิเศษทางทหารโจมตียูเครนในปี 2565
อย่างไรก็ตาม IEA ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าปริมาณน้ำมันดังกล่าวจะเข้าสู่ตลาดเมื่อใด โดยระบุว่าการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองจะเป็นไปตามช่วงเวลาที่เหมาะสมตามสถานการณ์ของสมาชิกทั้ง 32 ประเทศ
นักวิเคราะห์มองว่าปริมาณน้ำมันสำรองที่ IEA ประกาศว่าจะระบายออกมานั้น ไม่เพียงพอที่จะชดเชยอุปทานที่สูญเสียไปช่วงสงครามตะวันออกกลาง
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว มากกว่านักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 3.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.6 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 700,000 บาร์เรล

