
พลังงานเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ รับมือวิกฤตราคาน้ำมัน
กระทรวงพลังงานเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รับมือวิกฤตราคาน้ำมันจากสงครามตะวันออกกลาง
KEY
POINTS
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มมีสถานะติดลบจากผลกระทบของวิกฤตราคาพลังงานในตะวันออกกลาง
- รัฐบาลเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อกู้เงินมาเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ
- เงินกู้ดังกล่าวจะให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน และจะนำมาใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยเกี่ยวกับสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพิลงว่าปัจจุบันเริ่มติดลบเล็กน้อย หลังจากที่เคยเป็นบวกอยู่ประมาณกว่า 2,000 ล้านบาทก่อนเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์โดยมีการหารือเรื่องการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ สำหรับนำมาใช้เป็นวงเงินเสริมในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน โดยได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้โดยมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเลขาฯคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว
“ยืนยันว่าตัวกองทุนน้ำมันฯมีหน้าตักของตัวเอง ในการที่จะติดลบได้ประมาณหนึ่ง และขนานกัน ล่าสุดได้มีการหารือกัน ทั้งเลขาฯกฤษฎีกา ได้มีการเตรียมการเอาไว้แล้วการดำเนินการที่ต้องออกพ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังค้ำเงินกู้ ได้ดำเนินการมาแล้ว 1 ครั้ง เพราะฉะนั้นคณะกรรมการที่จะพิจารณาเรื่องพวกนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว”
สำหรับความคืบหน้าในการจัดหาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤต โดยนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งระงับการส่งออกน้ำมันไปยังต่างประเทศ ยกเว้น สปป.ลาว และเมียนมาร์ และประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มปริมาณสำรองตามกฎหมายจาก 1% เป็น 3% โดยจะทยอยปรับขึ้นเป็น 1.5% ในสิ้นเดือนมีนาคม และครบ 3% ในสิ้นเดือนเมษายน ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาการใช้น้ำมันในประเทศออกไปได้อีกประมาณ 7 วัน
ส่วนการหาแหล่งนำเข้าน้ำมันใหม่ ตอนนี้ นอกเหนือจากการนำเข้าน้ำมันดิบที่เป็นแหล่งหลักแล้ว ปตท. กำลังจัดหาจากแหล่งอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา, เซาท์แอฟริกา, มาเลเซีย และออสเตรเลีย ส่วนการซื้อจากรัสเซียยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเนื่องจากมีความเสี่ยงเรื่องมาตรการคว่ำบาตรที่อาจทำให้การโอนเงินถูกกักเก็บได้
ด้านการจัดการจัดหาก๊าซธรรมชาติ (LNG) และเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้านั้น ในส่วนการแก้ปัญหา LNG จากกาตาร์ จากแผนเดิมที่มีก๊าซจากกาตาร์ 5 ลำ แต่ส่งออกมาได้เพียง 2 ลำ ทาง ปตท. ได้เร่งหาแหล่งอื่นทดแทน ซึ่งปัจจุบันคอนเฟิร์มแหล่งใหม่ได้แล้ว 2 ลำ และกำลังอยู่ระหว่างยืนยันลำที่ 3, สำหรับงวดเดือนพฤษภาคมจะมีการประชุมหาตลาดใหม่ทดแทนกาตาร์ในสัปดาห์หน้า
สำหรับการเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศและภูมิภาค ได้ขอให้แหล่งก๊าซในอ่าวไทยและแหล่ง JDA (ไทย-มาเลเซีย) เพิ่มกำลังการผลิตขึ้น ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วว่าสามารถทำได้ รวมทั้งประสานงานขอซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว เพิ่มเติม และให้ กฟผ. เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน
“ปริมาณก๊าซที่นำมาเสริมทั้งหมดนี้ มีปริมาณเทียบเท่ากับเรือก๊าซ LNG 2 ลำ ทำให้มั่นใจว่าในช่วง 2 เดือนนี้ (มีนาคม-เมษายน) จะมีเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเพียงพอต่อความต้องการแน่นอน”

