
เช็กวิธีคำนวณค่าไฟ หลังรัฐบาลอนุทินจ่อลด 4 สตางค์ต้นปี 69
ตรวจสอบวิธีการคำนวณค่าไฟ คิดจากค่าอะไรบ้าง หลังรัฐบาลอนุทินจ่อลด 4 สตางค์เป็นอย่างน้อยต้นปี 69 ฐานเศรษฐกิจรวบรวมไว้ให้แล้ว
KEY
POINTS
- รัฐบาลอนุทินมีนโยบายลดค่าไฟฟ้าอย่างน้อย 4 สตางค์ต่อหน่วย โดยคาดว่าจะเริ่มในช่วงต้นปี 2569
- บทความอธิบายโครงสร้างค่าไฟฟ้าในปัจจุบันว่าประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก คือ ค่าไฟฟ้าฐาน, ค่า Ft, ค่าบริการรายเดือน และภาษีมูลค่าเพิ่ม
- แนะนำวิธีคำนวณค่าไฟด้วยตนเอง โดยเริ่มจากคำนวณค่าไฟฟ้าฐานตามอัตราขั้นบันได แล้วจึงนำไปรวมกับค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม
ลดค่าไฟ 4 สตางค์ต่อหน่วยเป็นอย่างน้อย เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ถูกประกาศออกมาจากพรรคภูมิใจไทย ภายใต้รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
โดยระบุว่านายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่กาากระทรวงพลังงานคนใหม่กำลังจัดทำแนวทางว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง
ทั้งนี้ “ฐานเศรษฐกิจ” จะพาไปทำความเข้าใจกับวิธีการคำนวณค่าไฟในปัจจุบัน ว่าคิดมาจากอะไร และหากได้ลดลงอีก 4 สตางค์จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่
โครงสร้างค่าไฟ
อัตราค่าไฟฟ้าในบิลค่าไฟฟ้าปัจจุบัน จะประกอบด้วย 4 ส่วน คือ ค่าไฟฟ้าฐาน ค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่า Ft) ค่าบริการรายเดือน และภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและแนวทางที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนด โดยให้อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทเดียวกันต้องเป็นอัตราเดียวทั่วประเทศ (Uniform Tariff) ปัจจุบันมีผู้ใช้ไฟฟ้า ทั้งหมด 8 ประเภท
- บ้านอยู่อาศัย
- กิจการขนาดเล็ก
- กิจการขนาดกลาง
- กิจการขนาดใหญ่
- กิจการเฉพาะอย่าง
- องค์กรไม่แสวงหากำไร
- กิจการสูบน้ำเพื่อการเกษตรไฟฟ้าชั่วคราว
- ไฟฟ้าชั่วคราว
ประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าก็มีผลกับอัตราค่าไฟฟ้า นอกจากพื้นที่แล้ว ประเภทการใช้งานไฟฟ้าก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่กำหนดและควบคุมอัตราค่าไฟฟ้าอยู่เช่นกัน นั้นคือประเภทการใช้งาน โดนอัตราค่าไฟฟ้าที่ใช้ในการคำนวณค่าไฟ จะแบ่งออกตามประเภทการใช้งานไฟฟ้า ดังนี้
ประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าและอัตราค่าไฟ
บ้านพักอาศัย
- ใช้ระบบขั้นบันได
- มีค่าไฟฟรี 15 kWh แรก
- เหมาะสำหรับครัวเรือนทั่วไป
กิจการขนาดเล็ก
- อัตราค่าไฟเหมาจ่าย 3.77 บาท/kWh
- ไม่มีค่าไฟฟรี
- เหมาะสำหรับร้านค้า สำนักงานเล็ก
กิจการขนาดกลางและใหญ่
- มีค่าไฟตามเวลาใช้งาน (TOU)
- แบ่งเป็นช่วงเวลา On-Peak และ Off-Peak
- มีค่าพลังงานสูงสุด (Demand Charge)
อุตสาหกรรม
- อัตราค่าไฟต่ำสุด แต่มีเงื่อนไขการใช้ไฟสูง
- ต้องมีการใช้ไฟขั้นต่ำตามที่กำหนด
- มีระบบปรับค่าไฟตามปัจจัยต้นทุน
ค่า Ft คืออะไร
ค่า Ft (Fuel Adjustment Charge (at the given time)) คือ ค่าไฟฟ้าผันแปร ที่เกิดจากการคำนวณค่าเชื้อเพลง ค่าซื้อไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐ ซึ่งจะปรับขึ้นหรือลดลงตามค่าเชื้อเพลงที่แปรผัน
แน่นอนว่าค่า Ft เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำมาคำนวณค่าไฟที่การไฟฟ้าเรียกเก็บแต่ละเดือน โดยมีวิธีคำนวณ ดังนี้
“ค่าไฟฟ้า = ค่าพลังงานไฟฟ้า+ค่าบริการรายเดือน+ค่า Ft+Vat 7%”
ทั้งนี้ หากต้องการประมาณการค่าไฟฟ้าง่ายๆ ก็สามารถคำนวณได้ผ่านระบบประมาณการค่าไฟฟ้า ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกันได้ เพียงกรอกประเภทไฟฟ้า, ประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า, เดือน, ปีพุทธศักราช และปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า ระบบจะทำการคำนวณค่าไฟให้อัตโนมัติ
ปัจจัยที่มีผลต่อค่าไฟแพงขึ้น
แม้ว่าในบางเดือนใช้ไฟน้อย แต่เมื่อถึงสิ้นเดือน ค่าไฟกลับแพงขึ้นกว่า สามารถสังเกตได้จาก 5 ปัจจัยหลักๆ ดังนี้
ค่า Ft ที่เพิ่มขึ้นสูง
ค่า Ft คือ ค่าไฟฟ้าผันแปร ที่เกิดจากการคำนวณค่าเชื้อเพลง ค่าซื้อไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐ ซึ่งจะปรับขึ้นหรือลดลงตามค่าเชื้อเพลงที่แปรผัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการปรับค่า Ft เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด มีไฟรั่ว
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟสูงหากชำรุด หรือเสียหาย อาจส่งผลให้กินไฟมากกว่าปกติ หากค่าไฟเพิ่มขึ้นสูง แนะนำให้เช็กเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ร่วมด้วย
สภาพอากาศ
สภาพอากาศเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลให้ค่าไฟสูงขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด เช่น เครื่องปรับอากาศ พัดลม หรือตู้เย็นทำงานหนักกว่าเดิม และกินไฟมากขึ้น
พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า
พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าบางอย่างอาจส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ทำงานตลอดวัน การอาบน้ำด้วยเครื่องทำน้ำอุ่น หรือการเปิดเครื่องฟอกอากาศ ส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นได้
โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าฐานแบบขั้นบันได ปี 2568
สำหรับผู้ใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน (อัตรา 1.1)
- 15 หน่วยแรก (หน่วยที่ 1-15) 2.3488 บาท/ยูนิต
- 10 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 16-25) 2.9882 บาท/ยูนิต
- 10 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 26-35)3.2405 บาท/ยูนิต
- 65 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 36-100) 3.6237 บาท/ยูนิต
- 20 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 101-150) 3.7171 บาท/ยูนิต
ค่าบริการ : 8.19 บาท/เดือน
สำหรับผู้ใช้ไฟเกิน 150 หน่วย/เดือน (อัตรา 1.2)
- ขั้นที่ 1-5 : 3.2484 บาท/ยูนิต
- ขั้นที่ 6 : 151-400 ยูนิต 4.2218 บาท/ยูนิต
- ขั้นที่ 7 : เกิน 400 ยูนิต 4.4217 บาท/ยูนิต
ค่าบริการ : 24.62 บาท/เดือน
ขั้นตอนวิธีคิดค่าไฟด้วยตัวเอง
- คำนวณค่าไฟฟ้าฐาน = คำนวณค่าไฟฟ้าตามขั้นบันได + ค่าบริการ
- คำนวณค่า Ft = หน่วยไฟฟ้า × ค่า Ft ปัจจุบัน
- คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม = (ค่าไฟฟ้าฐาน + Ft) × 7%
ตัวอย่างการคำนวณค่าไฟ: หากใช้ไฟฟ้า 180 ยูนิต
ขั้นที่ 1 : ค่าไฟฟ้าฐาน
150 ยูนิตแรก : 150 x 3.2484 = 487.26 บาท
ยูนิตที่ 151-180 : 30 × 4.2218 = 126.65 บาท
ค่าบริการตามอัตรา 1.2 = 24.62 บาท
รวมค่าไฟฟ้าฐาน = 638.53 บาท
ขั้นที่ 2 : ค่า Ft (0.3672 บาท/หน่วย)
180 × 0.3672 = 66.10 บาท
ขั้นที่ 3: ภาษีมูลค่าเพิ่ม
(638.53 + 66.10) × 7% = 49.32 บาท
“ค่าไฟฟ้าฐาน + ค่า Ft + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = ค่าไฟฟ้าสุทธิ
638.53 + 66.10 + 49.32 = 753.95 บาท
อย่างไรก็ดี ค่าไฟปี 2569 จะเป็นอย่างไร คงต้องรอให้มีการประกาศนโยบายที่ชัดเจน เพื่อจะได้รู้ว่าค่า FT ที่จะต้องจ่ายมีอัตราเท่าไหร่ เพื่อจะสามารถนำมาคำนวณค่าไฟได้ว่าประชาชนจะลดค่าครองชีพได้แค่ไหน






