
ค่าเงินบาทอ่อนดันต้นทุนนำเข้าน้ำมันดิบ
ค่าเงินบาทอ่อนดันต้นทุนนำเข้าน้ำมันดิบ ขณะที่ สกนช. ไม่ระบุกระทบราคาน้ำมันในประเทศ หลังอ่อนค่าทะลุ 37.25 บาท อ่อนที่สุดในรอบ 16 ปี
ค่าเงินบาทอ่อนค่าที่สุดในรอบ 16 ปีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาที่ระดับ 37.25 บาท หลังจากที่ล่าสุดธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด (FED) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% เพื่อควบคุมระดับเงินเฟ้อของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ การที่ "ค่าเงินบาท" อ่อนค่าย่อมส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้า เพราะจะทำให้ราคาสินค้าที่นำเข้ามาขยับตัวเพิ่มขึ้น
"ฐานเศรษฐกิจ" สอบถามไปยังนายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาตร์ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(สกนช.) เพื่อตรวจสอบผลกระทบจาก "ค่าเงินบาท" ต่อราคาน้ำมัน พบว่า การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าในปัจจุบันย่้อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบที่จะนำมากลั่นให้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ดี หากถามว่าจาก "ค่าเงินบาท" ที่อ่อนค่า และทำให้ต้นทุนการนำเข้าราคาน้ำมันดิบมากลั่นสูงขึ้น จะส่งผลต่อการปรับลดราคาจำหน่ายน้ำมันในประเทศด้วยหรือไม่นั้น ประเด็นดังกล่าวตนคงไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีผลหรือไม่ เพราะการพิจารณาราคาจำหน่ายน้ำมันในประเทศมีองค์ประกอบหลายส่วนร่วมกัน
ปัจจุบันราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นเป็นดังนี้
กลุ่มน้ำมันเบนซิน
- น้ำมันเบนซิน ออกเทน 95 ลิตรละ 41.86 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 34.45 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 34.18 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 33.34 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 31.94 บาท
กลุ่มน้ำมันดีเซล
- ไฮพรีเมี่ยมดีเซล B7 ลิตรละ 44.66 บาท (โออาร์)
- ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS B7 ลิตรละ 44.66 (บางจาก)
- ดีเซล B7 ลิตรละ 34.94 บาท
- ดีเซล B10 ลิตรละ 34.94 บาท
- ดีเซล B20 ลิตรละ 34.94 บาท






