thansettakij
thansettakij
เจ้าสัวธนินท์ แนะไทยเร่งพัฒนาคนควบคู่ AI ยกระดับเศรษฐกิจ ชูผลิต “ของดี ราคาถูก”

เจ้าสัวธนินท์ แนะไทยเร่งพัฒนาคนควบคู่ AI ยกระดับเศรษฐกิจ ชูผลิต “ของดี ราคาถูก”

06 พ.ย. 69 | 10:10 น.
อัปเดตล่าสุด :06 พ.ย. 69 | 10:18 น.

“ธนินท์ เจียรวนนท์” เสนอไทยเร่งพัฒนาทักษะคนให้ใช้ AI และเทคโนโลยีได้จริง ควบคู่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำ เพิ่มขีดความสามารถภาคผลิตและเกษตร ย้ำเป้าหมายเทคโนโลยีต้องสร้างสินค้าคุณภาพดีในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้

KEY

POINTS

  • เสนอให้เร่งพัฒนาคนไทยให้มีความสามารถในการใช้ AI และเทคโนโลยี เพื่อสร้างงานแห่งอนาคตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • ชูแนวคิดการผลิต “ของดี ราคาถูก” โดยนำเทคโนโลยีและหุ่นยนต์มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในภาคการผลิตและเกษตรกรรม
  • แนะให้เตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ระบบการจัดการน้ำเพื่อการเกษตร และพลังงานไฟฟ้าเพื่อรองรับการเติบโตของ AI และอุตสาหกรรมใหม่

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เสนอแนวทางเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนให้สามารถใช้ AI และเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการจัดการน้ำ เพื่อยกระดับภาคการผลิตและภาคเกษตร สร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มรายได้ให้ประเทศ

นายธนินท์ แสดงมุมมองดังกล่าวระหว่างการสนทนาหัวข้อ “World-Class Thinking Thai Transformation: เรียนรู้วิธีคิดระดับโลก ยกระดับเศรษฐกิจไทย” ดำเนินรายการโดยนาย นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ภายในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026  ภายใต้ธีม “REINVENT THAILAND: เห็นทิศทางโลก เข้าใจทิศทางไทย”

เจ้าสัวธนินท์ แนะไทยเร่งพัฒนาคนควบคู่ AI ยกระดับเศรษฐกิจ ชูผลิต “ของดี ราคาถูก”

เร่งพัฒนาคนรับเทคโนโลยี สร้างงานอนาคต

นายธนินท์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีต้องเริ่มจากการเตรียมความพร้อมของคน ทั้งคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจและผู้มีประสบการณ์ที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความรู้และวิธีการทำงานที่เคยประสบความสำเร็จในอดีตอาจไม่เพียงพอสำหรับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

AI จะช่วยให้คนเข้าถึงความรู้และทำงานได้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและทีมงานขนาดเล็กสามารถสร้างธุรกิจใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กรต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาทักษะและการสร้างโอกาสในการทำงานให้บุคลากร

เครือซีพีจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ด้าน AI เพื่อให้พนักงานสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานจริง โดยนายธนินท์ย้ำว่า “เราต้องรีบสร้างงานในอนาคตให้กับคนปัจจุบันนี้”

เจ้าสัวธนินท์ แนะไทยเร่งพัฒนาคนควบคู่ AI ยกระดับเศรษฐกิจ ชูผลิต “ของดี ราคาถูก”

ใช้หุ่นยนต์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนสินค้า

สำหรับภาคการผลิต นายธนินท์กล่าวถึงโอกาสในการลงทุนด้านหุ่นยนต์ของซีพี โดยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในภาคเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร ค้าปลีก และศูนย์กระจายสินค้า เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความผิดพลาด และยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน

โดยเฉพาะการผลิตอาหารที่ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัย ซึ่งการใช้งานหุ่นยนต์ยังต้องอาศัยการฝึกฝนและพัฒนาให้เหมาะสมกับแต่ละกระบวนการ

 

นายธนินท์ มองว่า เป้าหมายของการนำเทคโนโลยีมาใช้ต้องเชื่อมโยงกับประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับ ผ่านการเพิ่มคุณภาพสินค้าและลดต้นทุนตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การผลิตจนถึงการขนส่ง เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในยุคที่ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลและเปรียบเทียบสินค้าได้สะดวกขึ้น

“ต้องทำของดี ราคาถูก คิดอย่างไร ทำอย่างไรให้ผลิตได้ถูกลงและดีขึ้น” นายธนินท์กล่าว

เสนอจัดระบบน้ำ ยกระดับภาคเกษตรไทย

ด้านภาคเกษตร นายธนินท์ให้ความสำคัญกับการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างสม่ำเสมอ ลดผลกระทบจากน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการเพิ่มผลผลิตและรักษาคุณภาพสินค้าเกษตร ควบคู่กับการใช้พันธุ์พืช เทคโนโลยี และวิธีการผลิตที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการรวมพื้นที่เกษตรเพื่อบริหารจัดการร่วมกัน โดยให้เจ้าของที่ดินมีส่วนร่วมและได้รับผลตอบแทนตามสัดส่วน เพื่อเอื้อต่อการจัดระบบน้ำและการใช้เครื่องจักรสมัยใหม่

พร้อมเสนอให้ภาครัฐกำหนดเงื่อนไขการลงทุนที่ชัดเจนและเป็นธรรม เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่เกษตรกรและประเทศจะได้รับ

เตรียมพลังงานรองรับ AI ดึงบุคลากรระดับโลก

ขณะเดียวกัน การเติบโตของ AI ศูนย์ข้อมูล และอุตสาหกรรมใหม่ ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต ทั้งด้านปริมาณและต้นทุน เพื่อรองรับการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ด้านการพัฒนาบุคลากร นายธนินท์มองว่าไทยควรสร้างสภาพแวดล้อมที่สามารถดึงดูดผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญจากทั่วโลกเข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจ ควบคู่กับการยกระดับทักษะของคนไทย โดยยกตัวอย่างแนวทางของเซี่ยงไฮ้ที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนบุคลากรและการสร้างธุรกิจใหม่ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การลงทุนและการจ้างงานเพิ่มเติม

ปรับบริหารองค์กร กระจายอำนาจให้คนหน้างาน

ในช่วงท้าย นายธนินท์กล่าวถึงการปรับแนวทางบริหารของซีพีให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ด้วยการกระจายอำนาจการตัดสินใจให้กับคนหน้างาน ซึ่งเข้าใจปัญหาและสถานการณ์จริง พร้อมนำ AI มาใช้ช่วยติดตามข้อมูลและผลการทำงาน

แนวทางดังกล่าวเปิดโอกาสให้ทีมงานเรียนรู้จากการลงมือทำ แก้ไขข้อผิดพลาด และพัฒนาการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง โดยนายธนินท์ย้ำว่า ผู้บริหารควร “ชี้แนะ ห้ามชี้นำ” เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้คิดและรับผิดชอบ ขณะที่ผู้มีประสบการณ์ต้องพร้อมเรียนรู้และทำงานใกล้ชิดกับหน้างานเช่นกัน

สะท้อนแนวคิดการยกระดับธุรกิจและเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง โดยต้องพัฒนาทั้งเทคโนโลยี ความสามารถของคน และรูปแบบการบริหารจัดการให้ก้าวไปพร้อมกัน