
ปักธง ‘อุดรธานี’ หัวรถจักรท่องเที่ยวบูมอีสานเหนือ บูสต์รายได้หมื่นล้าน
ททท.ปักธง ‘อุดรธานี’ จุดมุ่งหมายหลักการท่องเที่ยวบูมอีสานเหนือ ชู ‘พืชสวนโลก-เส้นทางสายมู’ สร้างรายได้หมื่นล้านบาท กระจายรายได้ไปสู่จังหวัดใกล้เคียง
KEY
POINTS
- ททท.กางแผน "อุดรธานี" มีบทบาทเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภาคอีสานตอนบน เพื่อดึงดูดนักเดินทางและกระจายรายได้สู่จังหวัดใกล้เคียง
- ข้อมูลในช่วง 9 เดือนของปี 2569 มีนักท่องเที่ยวเยือนเกือบ 4 ล้านคน สร้างรายได้สะสมทะลุ 1.1 หมื่นล้านบาท โดยมีรายได้จากชาวต่างชาติสูงเป็นอันดับ 1 ของภาค
- "มหกรรมพืชสวนโลก" ที่กำลังจะจัดขึ้นเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับจุดแข็งเดิมอย่างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธา
- ททท.มุ่งเน้นเจาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้จ่ายสูง โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ นักท่องเที่ยวลาว นักกอล์ฟเกาหลี และตลาดจีน
เศรษฐกิจการท่องเที่ยวภาคอีสานตอนบนกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ยังรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแรง ต้นทุนพลังงานที่ผันผวน และสถานการณ์น้ำท่วมที่กระทบต่อเงินในกระเป๋าของครัวเรือน โดยเฉพาะจังหวัดอุดรธานี ถูกวางบทบาทให้เป็นหัวรถจักรดึงดูดนักเดินทางและกระจายรายได้ไปสู่จังหวัดใกล้เคียงทั้งหนองคายและบึงกาฬ ผ่านจุดแข็งด้านการคมนาคม การเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน และการเชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธา
น.ส.กนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี ซึ่งดูแลพื้นที่อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ เปิดเผยว่า จังหวัดอุดรธานียังเป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายดด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคที่ยังคงเติบโตอย่างคงที่ ด้วยความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรม ตลอด 9 เดือนของปี 2569 อุดรธานีเติบโตทั้งจำนวนผู้เยี่ยมเยือน รายได้ และอัตราการเข้าพัก พร้อมครองอันดับ 1 รายได้จากชาวต่างชาติของภาคอีสาน โดยมีตลาดลาว นักกอล์ฟเกาหลี และตลาดจีนเป็นเป้าหมายหลัก
อีกทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก “มหกรรมพืชสวนโลก” ซึ่งจังหวัดอุดรธานีรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงานในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า และเมื่อผนวกเข้ากับการเดินทางท่องเที่ยวเส้นทางศรัทธา ซึ่งเป็นแม็กเน็ตการท่องเที่ยวเดิม เชื่อว่าจะช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปสู่จังหวัดใกล้เคียงได้
ททท. มองว่า การเติบโตนี้จะยังต่อเนื่องไปถึงปีหน้า แต่อย่างไรกด็ดี ททท.ก็ต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ มาประกอบเพื่อสร้างเกราะป้องกัน ทั้งภาวะเศรษฐกิจ การฟื้นเที่ยวบินตรงจากจีน การรับมือฝุ่น PM2.5 และการดำเนินมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐ
เปิดตัวเลขนักท่องเที่ยวอุดรเฉียด 4 ล้านคน
น.ส.กนกวรรณ ระบุข้อมูลเชิงลึกว่า ล่าสุดกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุข้อมูลการท่องเที่ยวของอุดรธานีว่า ในช่วงมกราคม–สิงหาคม 2569 จังหวัดอุดรธานีมีผู้เยี่ยมเยือนรวม 3,547,086 คน เพิ่มขึ้น 4.49% จาก 3,394,809 คนในช่วงเดียวกันของปีก่อน สร้างรายได้ 9,872.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.46% จาก 9,542.81 ล้านบาท
ขณะที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 61.46% เพิ่มขึ้น 1.85 จุดจาก 59.61% ส่วนทั้งปี 2568 อุดรธานีมีนักท่องเที่ยวกว่า 5 ล้านคน และสร้างรายได้ประมาณ 14,000 ล้านบาท
เมื่อรวมข้อมูลรายเดือนถึงเดือนกันยายน 2569 อุดรธานีมีผู้เยี่ยมเยือนสะสม 3.97 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 4.5% และรายได้สะสม 11,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 3.6% โดยเดือนกันยายนเพียงเดือนเดียวมีผู้เยี่ยมเยือน 423,791 คน เพิ่มขึ้น 4.33% รายได้ 1,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.00% และอัตราการเข้าพัก 68.80% สูงกว่าปีก่อน 1.37 จุด สะท้อนว่าตลาดฟื้นกลับหลังจากที่เดือนพฤษภาคมและสิงหาคมตัวเลขหดตัวลงทั้งจำนวนผู้เยี่ยมเยือนและรายได้
เดือนที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดของปีคือเดือนกรกฎาคม ซึ่งผู้เยี่ยมเยือนเพิ่มขึ้น 7.63% รายได้เพิ่มขึ้น 7.79% และอัตราการเข้าพักขยับขึ้นถึง 5.26 จุดเป็น 70.41% ขณะที่ไตรมาสแรกเป็นช่วงที่จำนวนผู้เยี่ยมเยือนเติบโตแรงที่สุด โดยเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นถึง 10.06% และเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 9.10% ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานอุดรธานี ประเมินว่าทั้งปีการเติบโตจะอยู่ในกรอบใกล้เคียงกับที่เห็นแล้ว และการเข้ามาของมหกรรมพืชสวนโลกจะเป็นแรงส่งเพิ่มเติม
อุดรธานีมีผู้เยี่ยมเยือนสูงเป็นอันดับ 2 ภาพอีสาน
ทั้งนี้ภาพรวมภาคอีสาน อุดรธานีมีผู้เยี่ยมเยือนสูงเป็นอันดับ 2 ช่วงมกราคม–สิงหาคม 2569 รองจากนครราชสีมาที่มี 6,450,022 คน และนำหน้าขอนแก่นที่มี 3,486,273 คน ส่วนรายได้อยู่อันดับ 3 รองจากนครราชสีมา 16,720.6 ล้านบาท และขอนแก่น 11,569.5 ล้านบาท ขณะที่หนองคายซึ่งอยู่ในพื้นที่ดูแลเดียวกัน ติดอันดับ 5 ทั้งด้านจำนวนผู้เยี่ยมเยือน 2,625,154 คน และรายได้ 6,621.2 ล้านบาท
จุดแข็งที่ชัดเจนที่สุดของอุดรธานีคือตลาดต่างชาติ โดยมีผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติ 724,316 คน สูงเป็นอันดับ 2 ของภาคอีสาน รองจากหนองคายที่มี 800,043 คน แต่ในด้านรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ อุดรธานีครองอันดับ 1 ของภาคด้วยมูลค่า 2,393.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.61% ทิ้งห่างหนองคายที่ทำได้ 1,884.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.79% และนครราชสีมาที่ 816.62 ล้านบาท แสดงว่านักท่องเที่ยวต่างชาติในอุดรธานีใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่าจังหวัดอื่น
หากเทียบกับจังหวัดอื่นในภาคอีสาน ระยะห่างของตลาดต่างชาติระหว่างกลุ่มอีสานตอนบนกับจังหวัดอื่นยังกว้างมาก นครราชสีมาซึ่งอยู่อันดับ 3 มีผู้เยี่ยมเยือนต่างชาติเพียง 197,384 คน ตามด้วยนครพนม 111,908 คน และมุกดาหาร 100,766 คน ขณะที่ขอนแก่นและบุรีรัมย์มีราว 88,000 คน แต่ด้านรายได้จากชาวต่างชาติ บุรีรัมย์เติบโตสูงสุดของภาคที่ 12.92% เป็น 266.24 ล้านบาท และนครราชสีมาเติบโต 10.42% ซึ่งเป็นสัญญาณการแข่งขันที่อุดรธานีต้องจับตา
ตลาดต่างชาติอันดับ 1 ของอุดรธานีคือลาว ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร เวียดนาม สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวอยู่ที่ราว 1,900 บาทต่อคนต่อทริป แบ่งเป็นคนไทยราว 1,700 บาท และชาวต่างชาติราว 2,500–2,600 บาท ระยะเวลาพักเฉลี่ยราว 2 วัน ช่องว่างของการใช้จ่ายระหว่างสองกลุ่มนี้คือเหตุผลที่ ททท. ให้น้ำหนักกับการขยายฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติ ควบคู่กับการรักษาตลาดอีสานเที่ยวอีสาน
ตลาดนักท่องเที่ยวลาวมีศักยภาพสูง
กลุ่มที่ ททท. มองว่ามีศักยภาพสูงในระยะใกล้คือนักท่องเที่ยวลาวที่ขับรถยนต์ส่วนตัวข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาวที่หนองคาย และสะพานที่บึงกาฬซึ่งเชื่อมไปแขวงบอลิคำไซ ทุกช่วงเสาร์–อาทิตย์ รถป้ายทะเบียนเวียงจันทน์จะเดินทางเข้าหนองคายแล้วตรงมาอุดรธานีเพื่อช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร และพักค้างคืน กลุ่มนี้รับสื่อออนไลน์และกระแสแฟชั่นจากไทยโดยตรง จึงนิยมสินค้าแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยมากกว่าสินค้าในห้างจีนที่เวียงจันทน์
น.ส.กนกวรรณ ระบุว่า ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลในอุดรธานีเคยเล่าว่า หากจัดแคมเปญให้รางวัลลูกค้ากลุ่ม Top Spender โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นคนไทย ผู้ได้รับรางวัลจะเป็นชาวลาวกว่า 10 ราย เพราะใช้จ่ายสูงกว่า และมักมาเป็นครอบครัว ซื้อสินค้าตั้งแต่รองเท้าไปจนถึงเสื้อผ้าทำงาน ข้อมูลนี้สอดคล้องกับการที่รายได้จากชาวต่างชาติในอุดรธานีเติบโตเร็วกว่าภาพรวม และเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจค้าปลีกในเมือง
เจาะกลุ่มลักชัวรี่ เกาหลีใต้
อีกกลุ่มเป้าหมายที่ยืนยันศักยภาพมาแล้วกว่า 4 ปีคือนักกอล์ฟเกาหลีใต้ ซึ่งช่วงปลายปีจะบินลงท่าอากาศยานวัดไตที่เวียงจันทน์ แล้วนั่งรถบัสข้ามมายังหนองคายและอุดรธานี เพื่อเหมาสนามกอล์ฟมาตรฐาน 18 หลุมทั้งเดือนในช่วงที่อากาศในเกาหลีหนาวจนเล่นกอล์ฟไม่ได้ กลุ่มนี้เช่ารถ พักโรงแรมหรือห้องพักในสนามกอล์ฟ และเข้ามาท่องเที่ยวในเมือง ททท. จึงมองสนามบินวัดไตเป็นอีกประตูหนึ่งของอุดรธานี ในช่วงที่เที่ยวบินตรงระหว่างประเทศยังไม่สม่ำเสมอ
ตลาดจีนยังสำคัญ
สำหรับตลาดจีน อุดรธานีเคยมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำตรงจากเมืองอี้อูและอู่ซี ให้บริการราว 1 เดือนครึ่งถึง 2 เดือน ขนนักท่องเที่ยวราว 1,000–2,000 คน แต่ต้องชะลอลงเมื่อราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้ราคาขายเดิมไม่คุ้มทุนและต้องทำตลาดใหม่ ส่วนคุนหมิงต้องการใช้เครื่องบินของสายการบินจีนเอง ซึ่งยังต้องปรับระบบการบินให้
สอดคล้องกัน ขณะที่ ททท. สำนักงานในจีนทั้ง 5 แห่งยังร่วมผลักดันการขายเส้นทางอีสาน
ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานอุดรธานี ระบุว่า การที่เที่ยวบินจากจีนเคยให้บริการได้ต่อเนื่องเดือนครึ่ง พิสูจน์แล้วว่าระบบตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานอุดรธานีพร้อมรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
ปัจจุบันอุดรธานีมีเที่ยวบินเชื่อมทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ภาคตะวันออก และกรุงเทพฯ ขณะที่รถไฟเชื่อมกรุงเทพฯ ผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย ไปถึงเวียงจันทน์ และรถโดยสารเชื่อมได้ทุกภาค
ด้านเส้นทางบิน อุดรธานีมีสายการบินนกแอร์และแอร์เอเชียเชื่อมเชียงใหม่ มีเที่ยวบินจากดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ไลอ้อนแอร์เชื่อมภาคตะวันออก และมีเที่ยวบินสู่ภูเก็ตและหาดใหญ่ ส่วนระบบรางมีขบวนรถไฟจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย ข้ามไปเวียงจันทน์ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางเชื่อมสองประเทศได้ทั้งทางบก ทางราง และทางอากาศ
เติมงานอีเวนต์-งานประเพณี
ขณะที่กิจกรรม ททท. ประเมินว่าสิ่งที่อุดรธานีต้องเติมคืองานอีเวนต์และงานประเพณี เพราะแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งไปเมื่อไรก็ได้ จึงไม่มีแรงดึงดูดให้ตัดสินใจเดินทางในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ต่างจากหนองคายที่มีงานประเพณีโดดเด่นอยู่แล้ว ทั้งสงกรานต์หลวงพ่อพระใสและบั้งไฟพญานาค มหกรรมพืชสวนโลกจึงเป็นตัวสร้างเหตุผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาในช่วงเวลาที่ชัดเจน โดยกรมวิชาการเกษตรตั้งเป้าสัดส่วนผู้เข้าชมเป็นคนไทย 70% และต่างชาติ 30%
เมื่อโรงแรมในอุดรธานีเริ่มเต็มในช่วงจัดงาน ททท. จะแนะนำให้นักท่องเที่ยวกระจายไปพักในจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะหนองคายที่อยู่ห่างเพียง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถไม่ถึงชั่วโมง และมีที่พักคุณภาพริมแม่น้ำโขง ขณะที่ขอนแก่นก็เตรียมใช้โอกาสเดียวกันในการรองรับนักท่องเที่ยว แนวคิดนี้ทำให้รายได้จากงานใหญ่ไม่กระจุกอยู่ในจังหวัดเจ้าภาพ แต่ไหลไปถึงธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร และการเดินทางในหลายจังหวัด
อย่างไรก็ตามการวางตำแหน่งของ 3 จังหวัดถูกแบ่งตามจุดแข็ง นั่นคือ อุดรธานีเป็นเมืองใหญ่ที่มีคมนาคมครบทุกระบบและมีโรงแรมรองรับตลาดไมซ์ หนองคายเป็นเมืองริมโขงและประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนบึงกาฬวางภาพเป็นจังหวัดสีเขียวที่มีมรดกทางธรรมชาติ ทั้งถ้ำนาคา หินสามวาฬ และน้ำตกกินนารี ขณะที่อุดรธานียังมีมรดกโลก 2 แห่ง คือ ภูพระบาทและบ้านเชียง ซึ่งดึงกลุ่มต่างชาติที่สนใจอารยธรรม รวมถึงทะเลบัวแดงที่เป็นจุดขายด้านธรรมชาติ
เชื่อมเส้นทางศรัทธา ตามรอยพญานาค
ส่วนจุดร่วมที่ ททท. ใช้ร้อยเรียงทั้ง 3 จังหวัดเข้าด้วยกันคือ “เส้นทางศรัทธา” ตามรอยพญานาค ตั้งแต่คำชะโนดและวัดป่าดงหนองซาวในอุดรธานี บั้งไฟพญานาคและแหล่งท่องเที่ยวลึกลับที่อำเภอสังคมในหนองคาย ไปจนถึงถ้ำนาคาในบึงกาฬ จุดเด่นของเส้นทางนี้คือไม่ต้องรอฤดูกาล จึงช่วยลดความผันผวนของรายได้ระหว่างไฮซีซั่นกับโลว์ซีซั่น
ทั้งนี้ บึงกาฬยังได้แรงหนุนจากกระแสออนไลน์ ทั้งน้ำตกกินนารีที่มีหินรูปตานกและตาโลมา ซึ่งปีที่ผ่านมามีใบเฟิร์นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ และการค้นพบจุดที่เรียกว่าเกล็ดนาคราชและดวงตาพญานาคบริเวณเหนือถ้ำนาคา ขณะที่หนองคายมีแหล่งท่องเที่ยวลึกลับที่อำเภอสังคม ซึ่งเล่าขานกันว่าเป็นห้องประชุมของพญานาค ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่นิยมเส้นทางพิศวง แม้ยังต้องพัฒนาการเข้าถึงและที่พักเพิ่มเติม
ด้านตลาดในประเทศ ททท. มองว่ากลยุทธ์อีสานเที่ยวอีสานยังเป็นฐานหลัก โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์น้ำท่วมกระทบกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ และภาคกลาง ขณะที่กระแสรีวิวบนสื่อออนไลน์กลายเป็นตัวจุดประกายให้คนอยากเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยเห็น แต่การตัดสินใจเดินทางจริงยังขึ้นอยู่กับความพร้อมทางเศรษฐกิจของแต่ละครัวเรือน
เกาะติดปัจจัยเสี่ยง
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามใกล้ชิดส่วนตัวมองว่ามีอยู่หลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย สถานการณ์น้ำท่วมทำให้หลายครัวเรือนต้องเลือกซ่อมบ้านแทนการท่องเที่ยว และกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงอาจเลือกเดินทางไปต่างประเทศ ขณะที่ฝุ่น PM2.5 ช่วงหน้าแล้งเป็นความเสี่ยงเชิงธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะหนองคายและบึงกาฬที่อยู่ริมแม่น้ำโขง หากมีรายงานว่าค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง นักท่องเที่ยวจะยกเลิกการเดินทางทันที
ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว ททท. ได้ผลักดันให้บริษัททัวร์ปรับตัว เพราะนักท่องเที่ยวยุคนี้จัดทริปเองได้ หากโปรแกรมทัวร์ยังเหมือนเดิม ลูกค้าก็จะเช่ารถตู้เดินทางกันเอง บริษัททัวร์จึงต้องออกแบบประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวทำเองไม่ได้ ขณะที่มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐยังจำเป็น โดยในช่วงไฮซีซั่นจะช่วยเร่งการเติบโต
ส่วนในช่วงโลว์ซีซั่นจะทำหน้าที่บริหารความเสี่ยง เพราะหน่วยงานรัฐมีงบประมาณพร้อมแบกรับความเสี่ยงในการจัดอีเวนต์แทนภาคเอกชนที่ไม่กล้าลงทุน เพื่อไม่ให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ของผู้ประกอบการในพื้นที่ทรุดตัวลง และยังรักษาการเติบโตให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป







