thansettakij
thansettakij
แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 5 ของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

มท.สั่งผู้ว่าฯ 22 จังหวัด ดันแผน 'ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง' เฟส 5 ปิดทองหลังพระ

ปลัดมหาดไทย สั่งผู้ว่าราชการ 22 จังหวัด ขยายผลขับเคลื่อนแผนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ระยะที่ 5 ดึงทุกหน่วยงานยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบ้าน

KEY

POINTS

  • กระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด 22 จังหวัดเป้าหมาย ให้สนับสนุนการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 5 (พ.ศ. 2571 – 2575) ของมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ
  • แผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก
  • เน้นย้ำให้ผู้ว่าฯ บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ เช่น สถาบันการศึกษา, สำนักงานพาณิชย์ และผู้นำศาสนา เพื่อสร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

25 ตุลาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับการประสานจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในการเห็นชอบ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 5 (พ.ศ. 2571 – 2575) ของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ 

ทั้งนี้มีสาระสำคัญในการขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การส่งเสริมการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ การยกระดับการจัดการเรียนรู้ การสื่อสารสร้างการรับรู้ และการเสริมสร้างศักยภาพองค์กรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งด้านความมั่นคง การสร้างโอกาสความเสมอภาคทางสังคม และการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

 

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เพื่อให้การเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนแผนบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 5 เกิดการบูรณาการทุกภาคส่วน และเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน จึงได้เน้นย้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 22 จังหวัดพื้นที่เป้าหมาย สนับสนุนการขับเคลื่อนผ่านคณะอนุกรรมการประสานงานโครงการพัฒนาของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ประจำจังหวัด 

ทั้งนี้ให้ประสานการปฏิบัติผ่านกลไกคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) รวมถึงบูรณาการร่วมสถาบันการศึกษาทุกสังกัดในพื้นที่ รวมถึงสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ให้เกิดการสร้างคน สร้างงาน 

รวมทั้งประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อสร้างช่องทางการตลาด สำหรับระบายสินค้า และสร้างรายได้ให้กลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทางพระราชดำริ ในระดับพื้นที่ พร้อมทั้งประสานวัด และผู้นำศาสนาในพื้นที่ เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

สำหรับจังหวัดเป้าหมาย 22 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น เชียงราย เชียงใหม่ นครราชสีมา น่าน นราธิวาส บุรีรัมย์ ปัตตานี พะเยา เพชรบุรี มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ยโสธร ยะลา ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุดรธานี อุทัยธานี และจังหวัดอุบลราชธานี

แผนระยะที่ 5 มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ

สำหรับมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จัดตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการจัดการความรู้และการส่งเสริมการพัฒนาตามแนวทางโครงการพระราชดำริอย่างเป็นระบบ กว้างขวาง

จนกระทั่งเป็นแนวทางการพัฒนาหลักของประเทศ ตามข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร) เสนอ โดยให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยจัดตั้งมูลนิธิและสถาบัน ซึ่งได้มีการดำเนินงานตั้งแต่แผนระยะที่ 1-4 (พ.ศ. 2554 – 2570) 

สำหรับแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 5 (พ.ศ. 2571 – 2575) ของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ควบคู่กับการขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริไปสู่พื้นที่อื่น ที่มีปัญหาและความต้องการคล้ายคลึงกัน โดยมีวัตถุประสงค์การดำเนินงาน ดังนี้

1. เพื่อขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริทั้งการทำงานต่อเนื่องในพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ดำเนินงานอื่น ๆ อย่างเป็นระบบให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

2. เพื่อยกระดับการจัดการความรู้การพัฒนาตามแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานในลักษณะสร้างพื้นที่/ระบบการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความรู้และนวัตกรรมที่รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

3. เพื่อสร้างการรับรู้การพัฒนาตามแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานเชิงระบบ ทั้งโครงสร้าง กลไก ข้อมูล/ผลสัมฤทธิ์ เชื่อมโยงเครือข่ายการพัฒนาตามแนวพระราชดำริสำหรับการเผยแพร่การรับรู้ในวงกว้างอย่างเป็นระบบ

ขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ

โดยการขับเคลื่อนงานระยะที่ 5 ของมูลนิธิและสถาบันมีวิสัยทัศน์ระดับแผนปฏิบัติการฯ “ขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริและหลักการทรงงาน ผ่านกลไกที่มีอยู่ทุกภาคส่วน โดยประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน” โดยมีแผนงานโครงการภายใต้แผนแผนปฏิบัติการย่อย 4 เรื่อง คือ

ยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมการพัฒนาตามแนวพระราชดำริและหลักการทรงงาน

ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยกระดับการจัดการการเรียนรู้จากผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริและหลักการทรงงาน

ยุทธศาสตร์ที่ 3 สื่อสารสร้างการรับรู้การพัฒนาตามแนวพระราชดำริและหลักการทรงงาน

ยุทธศาสตร์ที่ 4 เสริมสร้างศักยภาพขององค์กรให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง

กรอบวงเงินงบประมาณ ระยะที่ 5

กรอบงบประมาณสำหรับดำเนินงานในภาพรวมของแผนปฏิบัติการด้านฯ ระยะที่ 5 (พ.ศ. 2571 - 2575) กรอบงบประมาณ 1,537,679,000 บาท โดยมีแหล่งงบประมาณจาก 5 แหล่ง ประกอบด้วย 

  1. เงินสะสมมูลนิธิ กรอบงบประมาณ 150,000,000 บาท 
  2. งบประมาณอุดหนุนทั่วไปจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรอบงบประมาณ 583,000,000 บาท 
  3. งบประมาณอุดหนุนทั่วไปจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรองบประมาณ 687,975,000 บาท 
  4. งบประมาณอุดหนุนทั่วไปจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรอบงบประมาณ รวม 41,847,000 บาท 
  5. เงินสนับสนุนจากภาคเอกชน กรอบงบประมาณรวม 75,000,000 บาท

ความสำคัญแผนปฏิบัติการฯ ระยะที่ 5

แผนปฏิบัติการฯ ระยะที่ 5 (พ.ศ. 2571 - 2575) มีความเชื่อมโยงและตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ ใน 3 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการตอบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

ทั้งนี้มีประเด็นและแผนแม่บทที่รองรับ ประกอบด้วย แผนแม่บทความมั่นคง แผนแม่บทการเกษตร แผนแม่บทพลังทางสังคม และแผน แม่บทการบริการจัดการน้ำทั้งระบบ สามารถตอบสนองในระดับเป้าหมายตัวชี้วัดได้ตามที่กำหนด พร้อมกับตอบสนองเป้าหมายและภารกิจของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยการประยุกต์ใช้แนวพระราชดำริสู่การพัฒนาพื้นที่ อย่างเป็นระบบ บูรณาการกับส่วนราชการระดับพื้นที่ ประชาชน สถาบันการศึกษาในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

หลักการทำงานสำคัญ คือการบูรณาการทุกภาคส่วนในการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยการประยุกต์ใช้แนวพระราชดำริ และความยั่งยืนของการพัฒนาที่ประชาชนเป็นหัวใจของการพัฒนา เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง