thansettakij
thansettakij
รฟท. ยื่นฟ้อง ‘เอเชีย เอรา วัน’

รฟท. ยื่นฟ้อง ‘เอเชีย เอรา วัน’ 1.3 หมื่นล้าน จ่ายหนี้ร่วมลงทุนแอร์พอร์ตลิงก์

22 ต.ค. 69 | 08:04 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ต.ค. 69 | 08:09 น.

รฟท. ยื่นฟ้อง ‘เอเชีย เอรา วัน’ เอกชนคู่สัญญาและผู้เกี่ยวข้องรวม 8 ราย จ่ายค่าสิทธิร่วมลงทุนแอร์พอร์ต เรลลิงก์ รวมเป็นเงินกว่า 13,335 ล้านบาท ยันรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ เปิดให้บริการตามปกติ

KEY

POINTS

  • การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยื่นฟ้องบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ต่อศาลปกครองกลาง กรณีไม่ชำระค่าสิทธิร่วมลงทุนโครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์
  • ฟ้องเรียกให้ชำระหนี้เงินต้น 10,671 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด รวมเป็นมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งครบกำหนดชำระตั้งแต่ปี 2564
  • การฟ้องร้องครั้งนี้ยังรวมถึงธนาคารผู้ค้ำประกัน 2 แห่ง และกลุ่มบริษัทผู้ถือหุ้นอีก 5 ราย ในฐานะผู้รับประกันตามสัญญา
  • รฟท. ยืนยันว่าการดำเนินการทางกฎหมายจะไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ซึ่งยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งว่า ขณะนี้ รฟท. ได้ดำเนินการตามสิทธิและหน้าที่ภายใต้สัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โดยยื่นฟ้องเอกชนคู่สัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ธนาคารผู้ค้ำประกันของสัญญาฯ และผู้ออกหนังสือรับประกัน รวมทั้งหมด 8 ราย ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 

ทั้งนี้เพื่อบังคับชำระหนี้ค่าให้สิทธิร่วมลงทุนในแอร์พอร์ต เรลลิงก์ (ARL) พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด รวมเป็นเงินจำนวน 13,335,938,913.70 บาท รวมถึงบังคับหลักประกันสัญญาธนาคาร และบังคับหนังสือรับประกัน 

รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 รฟท. ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการ ได้ลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ซึ่งภายหลังมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเป็นบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (เอกชนคู่สัญญา) ภายใต้สัญญาร่วมลงทุนดังกล่าว เอกชนคู่สัญญามีหน้าที่ชำระเงินค่าให้สิทธิร่วมลงทุนในแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ให้แก่ รฟท. จำนวน 10,671,090,000 บาท ภายในระยะเวลา 2 ปี นับจากวันที่สัญญามีผลบังคับใช้ 

โดยครบกำหนดชำระเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2564 ภายหลังจากที่ รฟท. ติดตามทวงถามและนำเข้ากระบวนการระงับข้อพิพาทกับเอกชนคู่สัญญาให้ชำระค่าสิทธิฯ ตามขั้นตอนของสัญญาแล้ว คู่สัญญาไม่อาจตกลงระงับข้อพิพาทร่วมกันได้ 

ดังนั้น รฟท. จึงมีความจำเป็นต้องนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลปกครอง สำหรับการดำเนินการครั้งนี้ รฟท. ได้ยื่นฟ้องบุคคลแบ่งตามสถานะและความเกี่ยวข้องกับสัญญาร่วมลงทุนฯ ได้แก่

1. บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ซึ่งเป็นเอกชนคู่สัญญาร่วมลงทุนในฐานะลูกหนี้ชั้นต้น โดย รฟท. ได้ฟ้องเรียกให้ชำระหนี้เงินต้น จำนวน 10,671,090,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดถึงวันฟ้อง จำนวน 2,664,848,913.70 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 13,335,938,913.70 บาท

2. ธนาคารผู้ค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาของเอกชนคู่สัญญา จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยมีวงเงินค้ำประกันรายละ 1,000,000,000 บาท

3. ผู้ออกหนังสือรับประกัน เพื่อชดใช้ค่าเสียหายจากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ของเอกชนคู่สัญญาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุน โดยมีจำนวนเงินสูงสุดตามที่ปรากฏในหนังสือรับประกันตามสัดส่วนการลงทุนในโครงการฯ จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 

(1) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด สัดส่วนร้อยละ 70 (2) บริษัท ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรั๊คชั่น คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด สัดส่วนร้อยละ 10 (3) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สัดส่วนร้อยละ 10 (4) บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) สัดส่วนร้อยละ 5 (5) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) สัดส่วนร้อยละ 5

รฟท. ระบุว่า รฟท.ยึดหลักการรักษาสิทธิของรัฐและการดูแลประชาชนเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินควบคู่กัน โดยการดำเนินการทางกฎหมายจะต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ เป็นธรรม เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ และไม่ทำให้ประชาชนต้องแบกรับผลกระทบจากข้อพิพาททางสัญญา 

ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ซึ่งปัจจุบันยังคงเปิดให้บริการตามปกติ รฟท. ให้ความสำคัญกับการให้บริการ คำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินทางของประชาชนเป็นสำคัญ