thansettakij
thansettakij
งาน Nation Forum 2027 โดยในเวทีเสวนา Data Center : Built for The Intelligence Economy Session 2 Thailand Concerns

นักวิชาการ - กูรู ผ่าทางรอด Data Center ทะลักไทย บี้รัฐเร่งเคลียร์ก่อนสาย

20 ต.ค. 69 | 10:10 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ต.ค. 69 | 10:12 น.

เวที Nation Forum 2027 นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักธุรกิจ ร่วมสะท้อนความกังวลต่อการลงทุน Data Center ในไทย พร้อมเสนอแนะรัฐต้องเร่งทำนโยบายให้ชัดและสื่อสารกับประชาชนอย่างเป็นระบบ

KEY

POINTS

  • ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าความต้องการไฟฟ้ามหาศาลของ Data Center อาจทำให้ต้องลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าเพิ่มและนำเข้า LNG ซึ่งจะส่งผลให้ค่าไฟของประชาชนสูงขึ้น
  • เสนอให้รัฐบาลเร่งกำหนดนโยบายพลังงานให้ชัดเจน โดยเฉพาะการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และพิจารณาแยกอัตราค่าไฟสำหรับ Data Center เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน
  • เตือนว่าไทยมีความเสี่ยงที่จะเป็นเพียง "ผู้ใช้" เทคโนโลยี หากมุ่งเน้นแค่การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่ขาดการพัฒนาบุคลากรและคอนเทนต์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
  • เรียกร้องให้รัฐสื่อสารกับประชาชนอย่างเป็นระบบถึงประโยชน์ ความเสี่ยง และมาตรการกำกับดูแล Data Center เพื่อสร้างความเข้าใจและลดความกังวลของสังคม

20 ตุลาคม 2569 Nation Group จัดงาน Nation Forum 2027 โดยในเวทีเสวนา Data Center : Built for The Intelligence Economy Session 2 Thailand Concerns ได้ระดมความคิดเห็นนักวิชาการพลังงานจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ผู้บริหารธุรกิจไอที และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ร่วมสะท้อนความกังวลต่อการลงทุน Data Center ในไทย ทั้งภาระค่าไฟของประชาชน ความไม่ชัดเจนของนโยบายพลังงานและ Direct PPA ความเสี่ยงที่ไทยจะเป็นแค่ผู้ใช้เทคโนโลยี และการสื่อสารมาตรการความปลอดภัย ผู้ร่วมเวทีเห็นตรงกันว่ารัฐต้องเร่งทำนโยบายให้ชัดและสื่อสารกับประชาชนอย่างเป็นระบบ

TDRI ชี้ความต้องการไฟ Data Center 30-50 กิกะวัตต์ 

ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า สิ่งที่ Data Center ต้องการคือไฟฟ้าสะอาดและราคาที่เป็นธรรม คำถามสำคัญคือระบบไฟฟ้าไทยรองรับได้พอหรือไม่ ความต้องการไฟฟ้าที่ Data Center ยื่นแสดงไว้มีเกือบ 30 ถึง 50 กิกะวัตต์ แต่แผนรองรับได้ประมาณ 8,800 เมกะวัตต์ ดังนั้นไทยจึงต้องลงทุนระบบโครงข่ายไฟฟ้าเพิ่มอีกมาก

ทั้งนี้ในการลงทุนโครงข่ายแม้จะใช้เงินภาครัฐ แต่สุดท้ายต้นทุนจะถูกรวมไว้ในค่าไฟ โดยเห็นว่า ตอนนี้ไทยมีไฟฟ้าสำรองเหลือจริง แต่ส่วนใหญ่เป็นไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซ ขณะที่ก๊าซในอ่าวไทยเริ่มลดลง หากต้องจ่ายไฟให้พอกับความต้องการของ Data Center ไทยอาจต้องนำเข้า LNG ซึ่งราคาแพง ต้นทุนทั้งหมดนี้จะถูกนำมาเฉลี่ยในค่าไฟ ทำให้ค่าไฟสูงขึ้น

ดร.อารีพร ตั้งข้อสังเกตว่า คนไทยส่วนใหญ่อาจยังไม่รู้ว่า Data Center ให้ประโยชน์อะไร และความเร็วอินเทอร์เน็ตระดับปัจจุบันก็น่าจะพอสำหรับคนทั่วไป ยกเว้นบางอาชีพที่ต้องการความเร็วสูงกว่านี้ หากการเข้ามาของ Data Center ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น สังคมย่อมตั้งคำถาม รัฐจึงต้องทำการบ้านว่า Data Center ควรรับภาระค่าไฟส่วนเพิ่มหรือไม่

 

ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

 

ดังนั้น TDRI จึงเสนอให้รัฐพิจารณาแยกอัตราค่าไฟของ Data Center และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟมากออกจากประชาชน เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน แต่อัตราที่แยกก็ต้องเป็นธรรมกับ Data Center ด้วย ช่วงที่ราคา LNG ถูก Data Center ก็ต้องได้จ่ายค่าไฟที่ถูกลงตาม เพียงแต่ต้องรับค่าไฟส่วนเพิ่มที่เกิดจากการลงทุนสายส่งเพื่อรองรับความต้องการของตัวเอง

ดร.อารีพร ระบุว่า ปัจจุบันไทยได้เปรียบเพื่อนบ้านในเอเชีย 2 ด้าน คือค่าไฟไม่แพงและระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพ แต่เสียเปรียบเพราะตลาดไฟฟ้ายังเปิดแข่งขันไม่พอ จึงมีไฟพลังงานสะอาดน้อยกว่ามาเลเซียและสิงคโปร์ที่เปิดตลาดไฟฟ้าเสรีแล้ว กลไก Direct PPA และ Utility Green Tariff จึงสำคัญมาก แต่เรื่องสัญญาซื้อขายไฟฟ้ายังไม่ปลดล็อก Data Center หลายแห่งจึงยังรอความชัดเจน

ส่วนนโยบายส่งเสริมโซลาร์เซลล์ มองว่าเป็นนโยบายที่ดี แต่ไม่ใช่ทุกครัวเรือนจะทำได้ คอนโดติดตั้งไม่ได้ หลายบ้านไม่มีเงินลงทุนหลักแสนบาท และบ้านที่ไม่มีคนอยู่ตอนกลางวันจะได้ประโยชน์น้อยหากไม่มีแบตเตอรี่ซึ่งมีราคาแพง โซลาร์เซลล์จึงช่วยลดค่าไฟได้ตามการใช้งานของแต่ละบ้าน แต่ไม่ใช่นโยบายที่ชดเชยค่าไฟที่สูงขึ้นจากการเข้ามาของ Data Center ได้

“นโยบาย Data Center ยังไม่ชัดเจนสำหรับคนทั่วไป ทั้งเรื่อง Data Center จะตั้งอยู่ที่ไหน จะกระทบค่าไฟอย่างไร ใครเป็นผู้ลงทุน และการขยายโครงข่ายใช้เงินภาษีประชาชนหรือไม่ รัฐสามารถทำให้ชัดได้ เพราะรู้ความต้องการไฟฟ้าและพื้นที่ตั้งของ Data Center อยู่แล้ว และเมื่อชัดเจนก็จะรู้ว่าควรแบ่งกลุ่มอัตราค่าไฟอย่างไร” 

ทั้งนี้ Data Center ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าไฟแพงเสมอไป ค่าไฟแพงน่าจะเกิดแค่ช่วงแรกที่ยังไม่เปิดตลาด เมื่อเปิด Direct PPA ให้ผู้ผลิตไฟสะอาดซื้อขายกับผู้ใช้ไฟได้โดยตรง Data Center จะเจรจาราคาเองได้ และไฟสะอาดวันนี้มีต้นทุนถูกกว่าไฟฟอสซิลแล้ว แม้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมาจะเปิด Direct PPA ให้ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม แต่ยังไม่ได้กำหนดค่าธรรมเนียมการส่งไฟฟ้า (Wheeling Charge)

เมื่อยังไม่กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ระบบสายส่ง นโยบายก็ยังเกิดขึ้นไม่ได้ Data Center จึงไม่มั่นใจว่าจะได้ไฟฟ้าจากแหล่งไหนและในราคาเท่าไร ดร.อารีพรเสนอว่า อย่างน้อยรัฐต้องประกาศให้ชัดว่าจะเปิดซื้อขายไฟฟ้าผ่าน Direct PPA ในปีไหน เพื่อให้นักลงทุนเห็นภาพว่าจะได้ไฟสะอาดในราคาตามกลไกตลาด

 

ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

 

เตือนไทยเหลือเวลา 3 ปี ต้องเลือกเป็น Builder ไม่ใช่แค่ User

นายพงศ์พรหม ยามะรัต ผู้บริหารธุรกิจด้านไอที กล่าวว่า ประเทศไทยอาจกลายเป็นแค่ลูกข่ายทางเทคโนโลยี เพราะการลงทุนวันนี้เน้นแต่โครงสร้างพื้นฐานอย่างอาคาร Data Center ชิป และฮาร์ดแวร์ แต่ขาดการพัฒนาคอนเทนต์และเทคโนโลยีขั้นสูงที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ 

ทั้งนี้ช่วงปี 2560-2563 ไทยเคยมีความพยายามเจรจาให้ Google Thailand ตั้งศูนย์วิจัยในไทย แทนที่จะเป็นแค่หน่วยงานขายของ Google Singapore รวมถึงดึงการลงทุน Big Data และ AI ร่วมกับสถาบันการศึกษา แต่หลังปี 2563 ไม่เห็นการขับเคลื่อนนโยบายนี้อย่างต่อเนื่อง 

 

นายพงศ์พรหม ยามะรัต ผู้บริหารธุรกิจด้านไอที

 

"หากเราไม่มีคอนเทนต์ สุดท้ายเราจะเป็นแค่ลูกข่าย การเอา Data Center มาใช้แค่ระบบ ERP หรือเล่น TikTok ถือว่าไร้ประโยชน์อย่างมาก" นายพงศ์พรหม ระบุ

ทั้งนี้ไทยต้องเร่งเปลี่ยนภาพ Data Center จากธุรกิจของเจ้าของที่ดิน (Landlord) ให้เป็นธุรกิจ Inclusive ที่ทุกคนได้ประโยชน์ นายพงศ์พรหมสะท้อนว่า เอกชนยังมองไม่เห็นทิศทางนโยบายที่ชัดเจน ต้องทำงานซ้อนทับกับ 4 กระทรวง แต่ไม่เห็นกระทรวงดีอีเป็นผู้นำนโยบายภาพใหญ่ และตั้งคำถามว่ากระทรวงศึกษาธิการจะสร้างคนให้พร้อมสำหรับศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร

นายพงศ์พรหม กล่าวว่า นโยบาย Thailand 4.0 ยังสร้างมูลค่าได้ไม่ถึงเป้าหมาย แต่ AI เป็นโอกาสตั้งหลักใหม่ และไทยมีเวลาปรับตัวเพียงราว 3 ปี โครงสร้างการจ้างงานก็เปลี่ยนไปแล้ว องค์กรไม่ต้องจ้างพนักงานทั่วไปถึง 20 ตำแหน่งเหมือนในอดีต แต่จ้างผู้เชี่ยวชาญระดับปริญญาเอกเพียงไม่กี่คนมาทำงานร่วมกับเครื่องมือ AI อย่าง ChatGPT และ Claude

อย่างไรก็ตามต้องการเสนอให้กระทรวง อว. จับมือกับกระทรวงศึกษาธิการและภาคอุตสาหกรรม สร้างระบบนิเวศให้ Builder และ Creator เพราะคนรุ่นใหม่หันไปเรียนรู้เองผ่านคอร์สออนไลน์และ YouTube นอกจากนี้รัฐต้องวางโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมายและสิทธิประโยชน์ทางภาษี และเปิด Sandbox ทดสอบนวัตกรรม เหมือนที่จีนเคยให้เอกชนทดสอบ AI บนถนนจริงก่อนเปิดให้ประชาชนใช้งาน

 

นายพงศ์พรหม ยามะรัต ผู้บริหารธุรกิจด้านไอที

 

BDI เผยแผน AI แห่งชาติ ตั้งคณะอนุฯ 4 ชุดคุมเข้ม

ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า ขณะนี้ แผนปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (National AI Plan) ผ่านความเห็นชอบในหลักการแล้ว และกำลังจะประกาศ มี 4 เสาหลัก เสาแรกคือ Infrastructure ที่ตอบโจทย์อธิปไตยของประเทศ เสาที่สองคือ Trust เพราะการขับเคลื่อน AI Economy ต้องสร้างความเชื่อมั่นก่อน ไม่ให้ประชาชนกังวลเหมือนเรื่อง Data Center

เสาที่สามคือ Human Capital ซึ่งทำร่วมกับ อว. กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน การพัฒนาตั้งแต่วัยเด็กต้องใช้เวลา ช่วงนี้จึงเน้นกลุ่มที่พร้อมใช้งานอย่าง ปวช. และผู้ปฏิบัติงานจริง ส่วนเสาสุดท้ายคือ Value Creation ผ่านแพลตฟอร์มที่ทำให้เกิดอุตสาหกรรมได้จริง

 

ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI)

 

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายกิจการ Data Center พร้อมคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ครอบคลุมผังเมือง ไฟฟ้า น้ำ และสาธารณูปโภค และการบูรณาการข้อมูล ซึ่งคณะกรรมการไม่ได้ดูแค่ความเสี่ยงที่ประชาชนกังวล แต่ดูการส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศด้วย โดยจากนี้ต้องดูว่าประเทศไทยไทยต้องใช้ Data Center สร้างธุรกิจ Supply Chain และ Local Content ในประเทศได้มากแค่ไหน

“ปัญหาตอนนี้คือประชาชนยังไม่เห็นการสื่อสารที่ชัดว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และรัฐควบคุมความเสี่ยงอย่างไร ทั้งที่กฎหมายปัจจุบันกำกับเรื่องการจัดเก็บน้ำมันมานานแล้ว และมีการปรับปรุงเชิงวิศวกรรมอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่วนจะมีการดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่ต้องรอติดตาม แต่มีการควบคุมแน่นอน และเร็ว ๆ นี้จะมีการศึกษาเพิ่มเติม” ดร.อภิวดี ระบุ

ข้อกังวลของประชาชนเรื่องผังเมือง สิ่งแวดล้อม และพลังงานสะอาดล้วนมีมาตรฐานโลกกำกับ และจากการพิจารณาพบว่าค่อนข้างสอดคล้องกัน แต่ไทยต้องคำนึงถึงประเด็นอื่น ๆ ด้วย เช่น การหลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้โรงพยาบาล โรงเรียน โดยเฉพาะศาสนสถาน ซึ่งมาตรฐานต่างชาติอาจไม่ได้คำนึงถึงเรื่องศาสนาเหมือนไทย

“ปลอดภัยของประชาชนต้องมาเป็นอันดับแรก และรัฐควรนำกฎหมายที่บังคับใช้อยู่และนโยบายต่างๆ มาสื่อสารให้มากขึ้น Data Center ไม่น่ากลัวและอยู่กับสังคมไทยมานานแล้ว Data Center ของภาครัฐที่ BDI คุ้นเคยใช้น้ำน้อยกว่าอาคารสำนักงานที่มีคน 300 คนมาก และรอบอาคารแทบไม่ได้ยินเสียง สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยี หากดึงผู้ลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเข้ามาได้ประเทศจะได้ประโยชน์” ดร.อภิวดี กล่าว