
เกษตรฯ ผนึกธนาคารโลก-AIIB รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้ง ลุ่มเจ้าพระยา
“ระพีภัทร์” ชี้บริหารจัดการน้ำเป็นวาระสำคัญระดับภูมิภาคและโลก เร่งผนึกความร่วมมือสถาบันการเงินระหว่างประเทศและองค์กรพัฒนา หนุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ มุ่งลดความเสียหายลุ่มเจ้าพระยา เพิ่มความมั่นคงภาคเกษตรและสร้างความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ
KEY
POINTS
- กระทรวงเกษตรฯ ชี้ว่าปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งเป็นวิกฤตระดับโลกที่ส่งผลกระทบเชื่อมโยงกัน ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของประเทศไทย
- แสวงหาความร่วมมือจากพันธมิตรและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก และ ADB เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสนับสนุนการลงทุน
- มุ่งเน้นการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ
- เป้าหมายคือเพื่อลดความเสียหายจากภัยพิบัติ สร้างความมั่นคงให้ภาคการเกษตร และเสริมความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมกล่าวเปิดงาน High-Level Event: Showcasing Global Partnerships for the Lower East Chao Phraya Basin โดยมี H.E.Mr. Jozef Šikela กรรมาธิการยุโรปด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ H.E.Ms. Eleonore Caroit รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและความร่วมมือระหว่างประเทศของฝรั่งเศส Mr. Scott Morris รองประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย และ Mr. Felipe Jaramillo รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กลุ่มธนาคารโลกเข้าร่วมงาน ความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำ ต่างให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างจริงจัง เนื่องจากผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประชาชน ภาคเกษตรกรรม หรือภาคธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ทั้งนี้ การบริหารจัดการน้ำเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถาบันการเงินระหว่างประเทศ และองค์กรพันธมิตรด้านการพัฒนา เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางสนับสนุนการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ รองรับความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางน้ำในระยะยาว
ชูลุ่มเจ้าพระยาพื้นที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ
สำหรับประเทศไทย ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ทั้งในมิติการเกษตร การดำรงชีวิตของประชาชน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสียหายจากภัยพิบัติ สร้างความมั่นคงในการผลิตสินค้าเกษตร และเสริมความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจ
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยแล้งส่งผลต่อการผลิต การดำเนินธุรกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน การวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความผันผวน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความต่อเนื่องในระยะยาว
ระดมพันธมิตรการเงินโลกหนุนลงทุนด้านน้ำ
นายระพีภัทร์กล่าวว่า ความร่วมมือกับสถาบันการเงินและองค์กรพัฒนาระหว่างประเทศ อาทิ ธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB) กองทุนโอเปกเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ตลอดจนสหภาพยุโรปและหน่วยงานพัฒนาระหว่างประเทศ ถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการผลักดันการหารือและขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำอย่างเป็นระบบ
ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ ควบคู่กับการพิจารณาแนวทางสนับสนุนการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและยกระดับความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติ ทั้งยังช่วยเชื่อมโยงการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
มุ่งสร้างประโยชน์ครอบคลุมประชาชน-เกษตรกร-ธุรกิจ
สำหรับเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือ คือการทำให้การลงทุนด้านน้ำสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การลดความเสี่ยงและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การรักษาความต่อเนื่องของการผลิตภาคเกษตร ไปจนถึงการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจและระบบเศรษฐกิจโดยรวม
ทั้งนี้ การบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องอาศัยทั้งการวางแผนระยะยาว การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และการสนับสนุนด้านเงินทุนและองค์ความรู้จากพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความต่อเนื่องและตอบโจทย์ความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกแนวทางในการต่อยอดการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์ พร้อมมุ่งสร้างความมั่นคงให้ภาคเกษตรกรรม ลดผลกระทบจากภัยพิบัติ และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่างเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ โดยมุ่งปรับปรุงคลองและอาคารชลประทาน เพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำและกักเก็บน้ำ ตลอดจนนำข้อมูล การพยากรณ์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพของระบบชลประทานในการรองรับสถานการณ์น้ำหลากและภาวะขาดแคลนน้ำ
ตลอดจนช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน พร้อมขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมและการดำเนินโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ควบคู่กับการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ภาคการเกษตรในระยะยาว
นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม การดูแลผลกระทบต่อชุมชนอย่างเหมาะสม การพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ และการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคีเพื่อการพัฒนา เพื่อให้การดำเนินโครงการตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่และสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง







