
'พิพัฒน์' แก้สัญญาการบินไทย ล็อกบทลงโทษ ปิดรอยรั่วไฟลท์ดีเลย์-กระเป๋าตกค้าง
'พิพัฒน์' สั่ง ทอท. แก้สัญญาการบินไทยที่เหลืออีก 15 ปี จ่อเพิ่มบทลงโทษทั้งค่าปรับ-ล้มสัญญา ยึดมาตรฐานเดียวผู้ประกอบการรายใหม่ สางปัญหากระเป๋าตกค้าง
KEY
POINTS
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม สั่งการให้แก้ไขสัญญางานบริการภาคพื้นระหว่าง ทอท. กับการบินไทย เพื่อแก้ปัญหาเที่ยวบินล่าช้าและกระเป๋าสัมภาระตกค้าง
- การแก้ไขสัญญาจะมีการเพิ่มบทลงโทษที่ชัดเจน เช่น ค่าปรับ และการยกเลิกสัญญา หากการบินไทยไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้
- กระทรวงคมนาคมจะหารือกับกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของการบินไทย เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขสัญญาดังกล่าว ป้องกันความเสียหายต่อผู้โดยสารและชื่อเสียงของประเทศ
9 ตุลาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้หารือร่วมกับปลัดกระทรวงคมนาคม และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้มีการแก้ไขสัญญาการให้บริการงานภาคพื้นและคลังสินค้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ระหว่าง ทอท. กับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ยังเหลืออายุสัญญาอีก 15 ปี
จ่อแก้ไขสัญญาใหม่
สำหรับการแก้ไขสัญญาในครั้งนี้จะเพิ่มบทลงโทษ ทั้งค่าปรับและการยกเลิกสัญญา หากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข หรือตัวชี้วัดตามสัญญาได้ในลักษณะเดียวกับสัญญาโครงการให้บริการลานจอด และอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง และโครงการให้บริการคลังสินค้า ที่ ทสภ. ของผู้ประกอบการรายที่ 3
ส่วนสัญญาฯ ของการบินไทยไม่ได้กำหนดค่าปรับ หรือบทลงโทษ เหมือนกับสัญญาของผู้ให้บริการรายที่ 3 ที่เพิ่งลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2569 รวมทั้งสัญญาฯ ฉบับใหม่ของรายที่ 2 ที่เพิ่งหมดอายุสัญญา ซึ่งได้กำหนดค่าปรับ และบทลงโทษไว้แล้วเพื่อป้องกันไม่ให้การทำงานเกิดข้อผิดพลาดและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้โดยสารซ้ำรอยกับกรณีของสายการบินไทย ที่เกิดปัญหากระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารตกค้าง และเที่ยวบินล่าช้า (ดีเลย์)
ถกคลังเพิ่มบทลงโทษ
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคมจะนำเรื่องการแก้ไขสัญญาฯ หารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับดูแล และกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท การบินไทยฯ ด้วย เพื่อชี้แจงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้ ต้องมีการแก้ไขสัญญาให้มีบทลงโทษ
"ทอท.ต้องเชิญบริษัท การบินไทยฯ มาตักเตือนด้วยว่า ปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้าง และเที่ยวบินดีเลย์ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบ และสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศ จำเป็นต้องมีการเพิ่มบทลงโทษ" นายพิพัฒน์ กล่าว
อย่างไรก็ดี หากบริษัท การบินไทยฯ ไม่ยอมแก้ไขสัญญาจะดำเนินการอย่างไรนั้น มองว่าไม่ว่าจะอย่างไรสัญญาฉบับนี้ก็ต้องแก้ไข เพราะเกิดความเสียหาย โดยขณะนี้ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า ยังเหลือกระเป๋าตกค้างอีกประมาณ 80 ใบ ที่ยังต้องเร่งหาผู้โดยสารที่เป็นเจ้าของกระเป๋า และส่งคืนให้ผู้โดยสารโดยเร็วที่สุด






