
'ศุภจี' เผย นายกฯ-ทรัมป์ จ่อเซ็นดีลภาษีสหรัฐ พ.ย.นี้ ที่ฟิลิปปินส์
'ศุภจี' เผยข่าวดี ทรัมป์ ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เตรียมลงนามข้อตกลงภาษี-การค้าในที่ประชุม ASEAN Summit เดือน พ.ย. นี้ พร้อมประกาศบรรลุข้อตกลง FTA ไทย-UAE สำเร็จเป็นฉบับแรกในตะวันออกกลาง
KEY
POINTS
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีไทย เพื่อแจ้งความคืบหน้าการเจรจาด้านภาษีและการค้า
- ทั้งสองประเทศเตรียมลงนามข้อตกลงร่วมกันในเดือนพฤศจิกายน ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ฟิลิปปินส์
- ปัจจุบันคณะทำงานของทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียดปลีกย่อยและข้อกฎหมายเพิ่มเติม
8 ตุลาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีและการค้ากับสหรัฐฯ ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เตรียมลงนามข้อตกลงร่วมกันในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ในเดือนพฤศจิกายน ที่ฟิลิปปินส์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่คณะทำงานของทั้งสองฝ่ายจะหารือในรายละเอียดปลีกย่อยและข้อกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับผลการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ว่า ประเทศไทยและ UAE ได้บรรลุข้อตกลงการเจรจาภาษีและการค้าเสรี (FTA) เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นข้อตกลง FTA ฉบับแรกที่ไทยจัดทำกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง
นางศุภจี กล่าวว่า การเจรจา FTA ดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2566 โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจพิจารณาข้อบททางกฎหมาย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2–3 เดือน และจะสามารถลงนามข้อตกลงร่วมกันได้อย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีหน้า
ปิดดีล FTA ไทย-UAE ดันการค้า 1.2 หมื่นล้าน
ทั้งนี้ การบรรลุข้อตกลงครั้งนี้จะช่วยขยายโอกาสการส่งออกสินค้าของไทยไป UAE เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ไทยเน้นการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumption Products) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันได้ประมาณ 10,000–12,000 ล้านบาท เกิดประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรไทย
นอกจากนี้ ทาง UAE ยังแสดงความสนใจเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มเติมในสาขาพลังงาน, การแปรรูปอาหาร (Food Processing), ศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงเปิดแพลตฟอร์มเพื่อช่วยกระจายสินค้า SME ของไทยเข้าไปในประเทศ UAE อีกด้วย
สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีนั้น นางศุภจี ชี้แจงว่า ตนยังไม่เห็นรายชื่อผู้ถูกอภิปราย และมองว่าเป็นเรื่องปกติในระบบสภาที่ไม่เกินความคาดหมาย ถือเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการบริหารงานเศรษฐกิจ และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการตอบคำถาม ซึ่งรัฐบาลยินดีและมองว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับผลงานและการบริหารงานเศรษฐกิจให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน






