
รัฐบาลแจงเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 ช่วยบ้านเช่า ลืมรหัสใช้บ้านเลขที่แทน
รัฐบาล แจ้งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาทบ้านไม่มีรหัสใช้ “บ้านเลขที่” ได้ ส่วนบ้านเช่าหลายห้อง หากอยู่จริงและได้รับผลกระทบ มีสิทธิรับเยียวยา เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบยืนยันสิทธิ
KEY
POINTS
- ผู้เช่าบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสามารถลงทะเบียนรับเงินเยียวยาได้ โดยใช้เพียง "บ้านเลขที่" แทนรหัสบ้านตามทะเบียนบ้าน
- กรณีบ้านเลขที่เดียวแต่มีหลายห้องเช่า หากได้รับผลกระทบจริง ผู้เช่าทุกห้องมีสิทธิได้รับเงินเยียวยาหลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ
- คณะรัฐมนตรีอนุมัติเพิ่มจังหวัดสมุทรสงครามเป็นพื้นที่ที่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วม
- รัฐบาลจะเริ่มโอนเงินเยียวยารอบแรกในวันศุกร์นี้ (9 ต.ค.) ให้แก่ผู้ประสบภัย 10,453 ครัวเรือน
7 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2569 โดยข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับการลงทะเบียน กรณีผู้เช่าบ้านที่ไม่ทราบรหัสบ้านตามทะเบียนบ้าน สามารถกรอกเพียง “บ้านเลขที่” ของบ้านที่เช่าได้ โดยระบบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้
ส่วนกรณีบ้านเลขที่เดียวแต่แบ่งเป็นห้องเช่าย่อยหลายห้อง หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นห้องเช่าจริง มีผู้อยู่อาศัยจริง และได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือน้ำล้อมรอบจริง ผู้เช่ามีสิทธิได้รับเงินเยียวยา โดยกรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบสภาพความเสียหายของแต่ละห้องเช่า เพื่อยืนยันสิทธิในการได้รับเงินเยียวยาต่อไป
ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเพิ่มเติมให้จังหวัดสมุทรสงครามเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยช่วงฤดูฝน ครัวเรือนละ 9,000 บาท และ 7,000 บาท ในวงเงินที่ได้อนุมัติไปแล้วภายใต้วงเงิน 4,700 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 งบกลาง
โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมศุกร์นี้ 10,453 ครัวเรือน
สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบอุทกภัย การโอนเงินเยียวยาในวันศุกร์นี้ จะมีผู้ได้รับเงินจำนวน 10,453 ครัวเรือน ทั้งนี้ ดร.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ชี้แจงว่า ปภ. ได้ประสานความร่วมมือไปยังกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้เร่งส่งข้อมูลผู้ลงทะเบียนขอรับการเยียวยาอุทกภัย เพื่อให้ ปภ. ดำเนินการส่งต่อข้อมูลและจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบได้ทันภายในสัปดาห์นี้ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
สถานะข้อมูลการลงทะเบียนที่ ปภ. ได้นำส่งให้ธนาคารออมสินแล้ว ณ เวลา 07.50 น. เพิ่มขึ้นอีก 9,842 ครัวเรือน ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว 5,742 ครัวเรือน และสมุทรปราการ 4,100 ครัวเรือน เมื่อรวมกับยอดข้อมูลการลงทะเบียนทั้งหมด คิดเป็นยอดรวมทั้งสิ้น 10,453 ครัวเรือน รวมเป็นเงินเยียวยา 94,077,000 บาท โดยกำหนดจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ประชาชนภายในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมนี้
ส่วนสถานะข้อมูลการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ณ วันนี้ เวลา 07.30 น. มีการรายงานข้อมูลเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานคร 552,709 ครัวเรือน สมุทรปราการ 188,153 ครัวเรือน ปทุมธานี 161,594 ครัวเรือน ฉะเชิงเทรา 52,949 ครัวเรือน และนนทบุรี 45,102 ครัวเรือน ซึ่ง ปภ. จะเร่งประสานงานกับกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งข้อมูลไปยังธนาคารออมสินโดยเร็ว
สถานการณ์น้ำเริ่มลดลง จับตา 10 - 12 ต.ค.นี้
ขณะที่ข้อมูลสถานการณ์น้ำอัปเดต ณ เวลา 08.00 น. ของวันนี้ มีพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลง ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี โดยระดับน้ำจะทยอยลดลง ขณะที่พื้นที่ชลบุรีและพนัสนิคม สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น
ส่วนพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่ภาคตะวันตก โดยเฉพาะราชบุรี กาญจนบุรี และสมุทรสงคราม เนื่องจากมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 10 - 12 ตุลาคม 2569 ขณะที่จังหวัดปทุมธานี การระบายน้ำยังค่อนข้างช้า และมีน้ำบางส่วนมาจากทางองครักษ์ นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ในจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรีด้วย
สถานการณ์น้ำภาคเหนือ แม่กลอง กทม.
สำหรับสถานการณ์น้ำจากภาคเหนือ วันนี้วัดปริมาณน้ำที่นครสวรรค์ได้ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และในช่วงบ่ายจะเริ่มลดการระบายลงมาอยู่ที่ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะทยอยลดการระบายลงชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ด้านลุ่มน้ำแม่กลอง ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี และสมุทรสงคราม เนื่องจากมีปริมาณฝนที่จะเข้ามาเติม รวมถึงต้องติดตามการระบายน้ำของเขื่อนอย่างใกล้ชิด ส่วนลุ่มน้ำบางปะกง ในช่วงนี้มีภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้า จึงยังต้องเฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี
สำหรับสถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร เมื่อวานนี้มีน้ำท่วมขังบนถนนเหลืออยู่ 1 สาย อย่างไรก็ตาม จากฝนที่ตกหนักเมื่อวานนี้ วันนี้พบว่ามีถนนที่มีน้ำท่วมขังเพิ่มเป็น 3 สาย
ขณะที่แนวโน้มฝนในช่วงวันที่ 7 - 13 ตุลาคม 2569 วันนี้จะมีฝนมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก โดยวันที่ 9 ตุลาคม จะมีฝนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคใต้ วันที่ 10 ตุลาคม มีฝนในทุกภาค โดยมีฝนตกหนักบริเวณตอนล่างของภาคใต้ ภาคตะวันตก และบริเวณชายฝั่งจังหวัดระยอง วันที่ 11 ตุลาคม มีฝนบริเวณภาคตะวันตก ขณะที่วันที่ 12 ตุลาคม มีฝนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก และวันที่ 13 ตุลาคม ปริมาณฝนจะทยอยลดลง







