thansettakij
thansettakij
นายกฯ สั่งเร่งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม ระดมกำลังช่วยเหลือ–ฟื้นฟูต่อเนื่อง 

นายกฯ สั่งเร่งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม ระดมกำลังช่วยเหลือ–ฟื้นฟูต่อเนื่อง 

06 ต.ค. 69 | 04:20 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ต.ค. 69 | 04:25 น.

นายกฯ สั่งการทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังช่วยเหลือพื้นที่รับน้ำที่ยังวิกฤต เร่งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม ย้ำให้ ปภ. จับมือธนาคารออมสินเร่งจ่ายเงิน ให้ประชาชน ตรวจสอบให้จบที่ ปภ. ไม่ให้ประชาชนรอนาน

KEY

POINTS

  • นายกรัฐมนตรี สั่งการให้เร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยให้ปภ.ประสานกับธนาคารออมสินเพื่อโอนเงินให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด
  • สั่งให้ทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังคงมีน้ำท่วมขังหรือเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด และเน้นย้ำไม่ให้ละเลยความเดือดร้อน
  • สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้เร่งเข้าช่วยเหลือฟื้นฟูและทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว

6 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมว่า วันนี้เป็นวันที่ 7 ของการประชุมติดตามสถานการณ์ร่วมกัน แม้ในภาพรวมหลายพื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ช่วงเฝ้าระวัง แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่สถานการณ์น่าเป็นห่วง จึงขอให้ทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ระดับน้ำเพิ่มขึ้น หรือเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด อาทิ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอบ้านสร้างและเขตเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอบางคล้าและอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก รวมถึงอำเภอบางปลาม้าและอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีย้ำว่า แม้กระแสข่าวและความสนใจต่อสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่อาจลดลง แต่ทุกหน่วยงานต้องไม่ละเลยความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นเวลานานหรือเป็นพื้นที่รับน้ำซ้ำซาก โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า “แม้บางพื้นที่จะเป็นพื้นที่รับน้ำมานานและเกิดขึ้นบ่อยจนคนทั่วไปรู้สึกชิน แต่เราต้องไม่ชิน ไม่ใจเย็น และต้องรู้สึกว่าทุกความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วนอยู่เสมอ 

นายกรัฐมนตรี กำชับให้ติดตามสถานการณ์ลงไปถึงระดับชุมชน ตรวจสอบว่ามีประชาชนรายใดหรือพื้นที่ใดยังเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงต้องดำเนินการทันที พร้อมขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่สะท้อนความต้องการมายังส่วนกลางโดยตรง หากขาดแคลนกำลังคน เครื่องจักร หรือทรัพยากร เพื่อให้สามารถจัดสรรความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องการสื่อสารทั้งกับประชาชน ภายในหน่วยงาน และระหว่างหน่วยงาน โดยทุกฝ่ายต้องมีข้อมูลที่ตรงกันและประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถสนับสนุนทรัพยากรและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.)

เตรียมความพร้อมรับมืออย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้

สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ในระยะต่อไป นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เตรียมความพร้อมรับมืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ พร้อมให้กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อัปเดตข้อมูลและการคาดการณ์สถานการณ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงเฝ้าระวังฝนวันที่ 4 –14 ตุลาคม 2569 หากสถานการณ์หรือการคาดการณ์เปลี่ยนแปลง ต้องเร่งสื่อสารให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจนและทันเวลา รวมทั้งย้ำเตือนอีกครั้งเมื่อใกล้ช่วงเวลาที่คาดว่าจะเกิดสถานการณ์ โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า “ขอให้การ์ดอย่าตก และอย่าให้การสื่อสารขาดตอน 

สำหรับพื้นที่ที่ผ่านพ้นภาวะวิกฤตและเข้าสู่ระยะฟื้นฟู นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือประชาชนในการฟื้นฟูและทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) ทั้งบ้านเรือน ทางเท้า และพื้นที่สาธารณะ รวมถึงเร่งจัดเก็บขยะและสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เช่น ที่นอน โซฟา เตียง ตู้ และเครื่องเรือนต่าง ๆ โดยให้เตรียมรถบรรทุก รถตัก และเครื่องจักรที่จำเป็นเข้าเก็บขนสิ่งกีดขวาง เพื่อเปิดเส้นทางและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมย้ำว่า หากประชาชนร้องขอความช่วยเหลือ ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว

นายกรัฐมนตรียังได้ติดตามการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย โดยได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า ขณะนี้รายชื่อประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทยอยเข้าสู่ระบบแล้ว และมีการโอนเงินเยียวยาให้ประชาชนแล้วกว่า 600 ราย โดยจะทยอยโอนอย่างต่อเนื่องตามรายชื่อที่ได้รับ พร้อมกำชับให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เร่งสำรวจ ตรวจสอบ และจัดส่งรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบอย่างรอบคอบ ครบถ้วน ไม่ให้เกิดความล่าช้าหรือความซ้ำซ้อน เพื่อให้เงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด

สั่งการ ปภ.ประสาน ธ.ออมสิน เร่งโอนเงินแก่ประชาชน

ทั้งนี้ สำนักงบประมาณได้อนุมัติงบประมาณให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการเบิกจ่าย และได้ส่งข้อมูลไปยังธนาคารเรียบร้อยแล้ว นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานธนาคารออมสิน จัดเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการโอนเงินให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยในส่วนของการตรวจสอบข้อมูลให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นในขั้นตอนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อไม่ให้ต้องตรวจสอบซ้ำในขั้นตอนของธนาคาร ซึ่งอาจทำให้การจ่ายเงินเยียวยาล่าช้า

สำหรับจังหวัดที่ยังมีน้ำท่วมขัง นายกรัฐมนตรีกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานการทำงานกับทุกหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ดูแลประชาชนด้วยมาตรฐานสูงสุด และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง

นายกรัฐมนตรีย้ำด้วยว่า การประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติครั้งนี้ มีผู้แทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม ทั้งกองทัพ หน่วยงานด้านความมั่นคง ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้แทนจากทุกกระทรวง ดังนั้น หากจังหวัดใดประสบปัญหา มีข้อจำกัด หรือต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม ขอให้เสนอเข้ามาในที่ประชุมโดยตรง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถประสานและเร่งแก้ไขปัญหาได้ทันที

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกพื้นที่จัดทำและทบทวนแผนเผชิญเหตุให้ครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยใช้ข้อมูลและการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาประกอบการวางแผนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเตรียมกำลัง ทรัพยากร และมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้ล่วงหน้า และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที