
“ศุภจี” เช็กสต๊อกคลังสินค้า CP ALL ยันสินค้าไม่ขาด เตรียมของบพันล้านฟื้นฟู
“ศุภจี” ลงพื้นที่เตรียมระบบและสต็อกสินค้า ซีพี ออลล์ รับมือน้ำท่วม ย้ำสินค้าต้องไม่ขาดแคลน เตรียมของบ 1,000 ล้านบาท ช่วยประชาชนฟื้นฟูหลังน้ำลด
KEY
POINTS
- รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจศูนย์กระจายสินค้าซีพี ออลล์ ยืนยันมีสินค้าเพียงพอและสามารถเติมสินค้าเข้าร้านสาขาได้อย่างต่อเนื่องแม้มีสถานการณ์น้ำท่วม
- ซีพี ออลล์ เพิ่มสต็อกสินค้า จัดตั้งจุดสต็อกย่อย และเพิ่มรอบรถขนส่ง เพื่อแก้ปัญหาสินค้าขาดแคลนในพื้นที่ประสบภัย
- กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอของบประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูประชาชนหลังน้ำลด
2 ตุลาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการสินค้าและระบบกระจายสินค้า ณ ศูนย์กระจายสินค้า (DC) บางบัวทอง ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ว่า ศูนย์ดังกล่าวเป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 2,800 สาขา มีสินค้าที่อยู่ในระบบกว่า 15,000 รายการ ทั้งสินค้าแห้งและสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ระบบกระจายสินค้าของซีพี ออลล์ ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศประมาณ 16,500 สาขา ยังสามารถเติมสินค้าเข้าสู่ร้านค้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้บางพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงรองรับสถานการณ์ที่ประชาชนอาจซื้อสินค้ามากกว่าปกติจากความกังวลเรื่องสินค้าไม่เพียงพอ
นอกจากนี้ ซีพี ออลล์ ได้มีการเพิ่มเติมสต็อกสินค้า โดยใช้ระบบแดชบอร์ดติดตามพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและสินค้าที่ขาดแคลน และจัดตั้งจุดสต็อกย่อยในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเพิ่มจุดสต็อกย่อยอีก 44 จุดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อช่วยเติมสินค้าบนชั้นวางให้กับสาขาต่างๆ
สำหรับสาขาที่ได้รับผลกระทบจากพื้นที่ภัยพิบัติ เดิมมีประมาณ 225 สาขา ปัจจุบันสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้แล้ว 120 สาขา เหลือประมาณ 90 สาขาที่ยังปิดให้บริการ เนื่องจากไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ขณะที่การแก้ปัญหาสินค้าขาดชั้นวาง มีการเพิ่มทั้งกำลังคน รอบรถขนส่ง และปริมาณสต็อก
อย่างไรก็ดี ทางซีพี ออลล์ ยังมีมาตรการดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งการจัดรถรับส่งและจัดหาที่พักให้ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมหนัก เช่น สุพรรณบุรี มีการจัดพื้นที่พักพิง พร้อมอาหารและสิ่งของจำเป็นสำหรับพนักงาน
นางศุภจี ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเฉพาะซีพี ออลล์ แต่กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ห้างค้าปลีกค้าส่งทุกประเภท โดยกรมการค้าภายในได้จัดตั้งวอร์รูม ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ใช้ระบบ “Single Command” โดยมีรองปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ประสานข้อมูลจากพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรวบรวมปัญหาและสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ
โดยหากพื้นที่ไหนไม่สามารถเข้าถึงได้และจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะในการขนส่ง กระทรวงพาณิชย์จะประสานหน่วยงานด้านความมั่นคงและกลาโหมเข้าช่วยเหลือ โดยมีเป้าหมายให้สินค้าเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและไม่เกิดภาวะขาดแคลน
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้เตรียมของบประมาณจากรัฐบาล เพื่อนำมาใช้ดูแลเยียวยาประชาชน ภายหลังจากน้ำลด หรือสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเตรียมจัดหาอุปกรณ์ทำความสะดวก อุปกรณ์ซ่อมแซม สินค้าจำเป็นต่างๆ มาช่วยเหลือประชาชน ในรูปแบบของการจัดงานไทยช่วยไทยธงฟ้าลดค่าครองชีพ ในพื้นที่เดือดร้อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
ด้านนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าว่า ได้หารือกับเลขานุการ รมว.คลัง เพื่อของบประมาณจำนวน 1,000 ล้านบาท มาใช้ช่วยเยียวยาประชาชนภายหลังจากน้ำลด และหตุหารณ์กลับมาปกติ เพราะประชาชนมีความจำเป็นต้องฟื้นฟู ซ่อมแซมบ้านเรือนน อาคารสถานที่ต่างๆ รวมถึงจำเป็นต้องของใช้ สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ในราคาประหยัด
ด้านนายวัฒนศักดิ์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมติดตามสถานการณ์สินค้าในห้างบิ๊กซี แม็คโคร โลตัส ร้านค้าปลีกทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงห้างท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด โดยภาพรวมซัพพลายเออร์ยังสามารถส่งสินค้าได้ตามปกติ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูง
นอกจากนี้กรมยังได้ประสานห้างค้าปลีกค้าส่งให้เตรียมสต็อกสินค้าเพิ่มเติมในพื้นที่ที่คาดว่าน้ำจะเข้าถึง รวมทั้งพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดลง ให้จัดส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าไปพักไว้ที่สาขาใกล้เคียง เมื่อสาขาที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาเปิดได้ จะสามารถนำสินค้าจากสาขาใกล้เคียงเข้ามาเติมได้ทันที





