thansettakij
thansettakij
จับตา "ไอศกรีมไทย" ตลาดหมื่นล้าน เปิด 4 เทรนด์พลิกเกมการค้า

จับตา "ไอศกรีมไทย" ตลาดหมื่นล้าน เปิด 4 เทรนด์พลิกเกมการค้า

02 ต.ค. 69 | 04:10 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 69 | 04:14 น.

สนค. เผยไทยครองแชมป์ส่งออกไอศกรีมอันดับ 1 ในเอเชีย ตลาดในประเทศปี 69 คาดแตะ 1.26 หมื่นล้าน แนะผู้ประกอบการรับ 4 เทรนด์ ดึงพลังแฟนคลับ-นวัตกรรม-พรีเมียม ควบคู่ตอบโจทย์สุขภาพ

KEY

POINTS

  • ตลาดไอศกรีมไทยปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1.26 หมื่นล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากสภาพอากาศร้อนและการฟื้นตัวของกำลังซื้อ
  • 4 เทรนด์สำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด ได้แก่ การตลาดที่ใช้พลังแฟนคลับเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่, การสร้างนวัตกรรมและรสชาติแปลกใหม่, การเติบโตของตลาดพรีเมียม และการให้ความสำคัญกับรสชาติเป็นอันดับแรก
  • แม้กระแสสุขภาพจะมาแรง แต่รสชาติที่อร่อยยังคงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ขณะที่ไอศกรีมคุณภาพพรีเมียมได้รับความนิยมมากขึ้น

2 ตุลาคม 2569 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่าจากข้อมูลการส่งออกสินค้าไอศกรีมในปี 2568 พบว่า ไทยมีมูลค่าการส่งออก 136.3 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4,477 ล้านบาท แม้จะปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.77% แต่ไทยยังคงรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกไอศกรีมอันดับ 1 ของเอเชีย และรั้งอันดับ 12 ของโลก

โดยตลาดส่งออกหลัก 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และเกาหลีใต้ สำหรับประเทศในกลุ่มผู้นำตลาดส่วนใหญ่เป็นฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส เบลเยียม อิตาลี เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ สเปน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฮังการี และสโลวีเนีย ตามลำดับ ปัจจุบันไทยมีส่วนแบ่ง 1.9% ของมูลค่าการส่งออกไอศกรีมทั่วโลก 

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ตลาดไอศกรีมในปัจจุบันผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกระแสการดูแลสุขภาพที่มาแรง ผู้บริโภคยุคใหม่คาดหวังให้ไอศกรีมตอบโจทย์ทั้งความอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ 

ดังนั้นโอกาสและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ผู้ผลิตจึงต้องศึกษาความต้องการของตลาดอย่างลึกซึ้งและพร้อมปรับตัวให้ทันกับเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ปี 69 ตลาดไอศกรีมไทยแตะหมื่นล้าน

สำหรับทิศทางตลาดในประเทศ ข้อมูลจาก Euromonitor International บริษัทสำรวจข้อมูลทางการตลาดระดับโลก คาดการณ์ว่า ตลาดไอศกรีมไทยในปี 2569 จะฟื้นตัวอย่างโดดเด่นจนมีมูลค่าแตะ 1.26 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 4%  

ส่อง 4 เทรนด์รับกระแส

โดยมีปัจจัยหลักมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดจากอิทธิพลของเอลนีโญ รวมถึงกำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัว สิ่งที่น่าสนใจคือ ไอศกรีมแบบรับประทานทันที ครองสัดส่วนยอดขายสูงถึงกว่า 90% ของตลาดรวม สะท้อนพฤติกรรมคนไทยที่นิยมซื้อไอศกรีมเพื่อเติมความสดชื่นระหว่างวันผ่านร้านสะดวกซื้อและร้านโชห่วยที่กระจายอยู่ทุกชุมชน นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นถึง 4 เทรนด์สำคัญที่จะเป็นกุญแจขับเคลื่อนธุรกิจไอศกรีม ได้แก่

1. การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแฟนคลับ เน้นการสร้างประสบการณ์ให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่ชอบทดลองสินค้าใหม่และพร้อมแชร์ลงโซเชียลมีเดีย แบรนด์ไอศกรีมจึงหันมาใช้กลยุทธ์ดึงตัวศิลปิน T-Pop นักแสดงวัยรุ่น และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาร่วมแคมเปญ เพื่อสร้างกระแสและกระตุ้นยอดขาย ซึ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า

2. นวัตกรรมและความแปลกใหม่ ผู้ผลิตต้องแข่งขันกันนำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค เช่น ไอศกรีมสไตล์เกล็ดน้ำแข็ง ไอศกรีมโมจิ รวมถึงรสชาติใหม่แบบลิมิเต็ด เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคอยากทดลองและกลับมาซื้อซ้ำ

3. ตลาดพรีเมียมที่จับต้องได้โตต่อเนื่อง ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อแลกกับไอศกรีมที่มีคุณภาพดี รสชาติพรีเมียม หรือบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ช่วยผลักดันให้มูลค่าตลาดขยายตัวได้เร็วกว่าปริมาณการขาย

4. รสชาติต้องมาก่อน แม้กระแสสุขภาพจะมาแรง ผู้บริโภคเริ่มมองหาตัวเลือกที่ลดน้ำตาล ลดไขมัน หรือมีส่วนผสมของผลไม้มากขึ้น แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความอร่อย ความหอมมัน ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดในการตัดสินใจซื้อ ขณะที่ไอศกรีมที่เน้นสรรพคุณทางสุขภาพมากเกินไป เช่น ไอศกรีมแพลนต์เบส ยังคงมีข้อจำกัดในการขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มผู้บริโภคกระแสหลัก

 

ไอศกรีม

 

"การแข่งขันของตลาดไอศกรีมยุคใหม่ ได้ก้าวข้ามการต่อสู้ด้วยราคาและรสชาติแบบเดิม ๆ ไปแล้ว ผู้ประกอบการต้องพร้อม “Shift” ปรับกลยุทธ์ธุรกิจ มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค ดึงพลังจากโซเชียลมีเดีย และรักษาสมดุลระหว่างความอร่อย ความคุ้มค่า และสุขภาพให้ลงตัว จะสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส และเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน”