thansettakij
thansettakij
ขึ้นทะเบียนสวนป่า

เฮ รัฐบาลปลดล็อคกฎหมายขึ้นทะเบียนสวนป่า ปลูกต้นไม้ได้เพิ่ม 211 ชนิด

23 ก.ย. 69 | 04:38 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.ย. 69 | 04:43 น.

ครม. ไฟเขียวร่างกฎกระทรวงการขอขึ้นทะเบียนและการออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า ขยายชนิดต้นไม้เหมาะสมตามภาคจาก 58 เป็น 211 ชนิด เพิ่มกระเจา-กระโดน-กระถินยักษ์ ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมไม้

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงฯ เพื่อเพิ่มชนิดพันธุ์ไม้ที่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่าได้ จากเดิม 58 ชนิด เป็น 211 ชนิด
  • การปลดล็อคกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการปลูกป่าเพื่อการค้า และตอบสนองความต้องการของประชาชนและภาคอุตสาหกรรมไม้
  • เจ้าของที่ดินที่ขึ้นทะเบียนสวนป่าจะได้รับประโยชน์โดยตรง สามารถตัดและจำหน่ายไม้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม้ที่ซื้อขายจะได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการขอขึ้นทะเบียนและการออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ เพื่อปรับปรุงบัญชีพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมในการทำสวนป่าในแต่ละพื้นที่จากเดิม 58 ชนิด เป็น 211 ชนิด ให้สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาปรับปรุงชนิดของต้นไม้ตามบัญชีต้นไม้ตามกฎหมายว่าด้วยสวนป่า พ.ศ. 2569 โดยให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้

ทั้งนี้กระทรวง ทส. ระบุว่า บัญชีต้นไม้ท้ายพระราชบัญญัติสวนป่าฯ ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและภาคอุตสาหกรรมไม้ จึงได้ออกพระราชกฤษฎีกาปรับปรุงชนิดของต้นไม้ตามบัญชีต้นไม้ตามกฎหมายว่าด้วยสวนป่า พ.ศ. 2569 โดยปรับปรุงแก้ไขชนิดของต้นไม้จากเดิมจำนวน 58 ชนิด เป็นจำนวน 211 ชนิด ให้ใช้เป็นบัญชีต้นไม้ตามกฎหมายว่าด้วยสวนป่าแทนบัญชีท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยพันธุ์ไม้ที่เพิ่มเข้ามา เช่น กระเจา กระโดน และกระถินยักษ์

สำหรับพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535 มีเจตนารมณ์ส่งเสริมการปลูกสร้างสวนป่าเพื่อการค้าในที่ดินของรัฐและเอกชน แต่จำกัดเฉพาะไม้หวงห้ามตามกฎหมายป่าไม้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมการปลูกป่า จึงมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสวนป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 กำหนดบัญชีต้นไม้ท้ายกฎหมาย 58 ชนิด และเปิดช่องให้ปรับปรุงชนิดของต้นไม้ได้ด้วยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่าก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่อเจ้าของที่ดิน รายงานข่าวระบุว่า การขึ้นทะเบียนที่ดินดังกล่าวจะทำให้เจ้าของที่ดินได้ประโยชน์ เช่น การขอขึ้นทะเบียนไม้ที่มีตราแสดงความเป็นเจ้าของไม้เพื่อนำออกใช้ การตัดหรือโค่นไม้ที่ได้จากการทำสวนป่า ส่งผลให้ผู้ซื้อผู้ขายทราบได้ว่าไม้ที่ซื้อขายเป็นไม้ที่ถูกรับรองโดยหน่วยงานราชการ อันเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมป่าไม้

ส่วนหลักเกณฑ์ปัจจุบัน การขึ้นทะเบียนดำเนินการตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดให้ผู้มีสิทธิในที่ดินยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานต่อนายทะเบียน เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนจะออกใบรับคำขอและนัดตรวจพื้นที่ ทั้งสถานที่ตั้ง สภาพที่ดิน ชนิดพันธุ์ไม้ และจำนวนต้นไม้ ก่อนรายงานต่อนายทะเบียนเพื่อพิจารณาออกหนังสือรับรอง แต่บัญชีพันธุ์ไม้ท้ายกฎกระทรวงยังคงกำหนดไว้เพียง 58 ชนิด ทส. จึงต้องแก้ไขให้เป็นรายชื่อพันธุ์ไม้ชุดเดียวกันทั้ง 211 ชนิดตามพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่

ขณะที่การรับฟังความคิดเห็น กรมป่าไม้เปิดรับฟังระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 28 มีนาคม 2569 รวม 31 วัน มีผู้แสดงความคิดเห็น 103 ราย โดยร้อยละ 87 เห็นด้วยกับการกำหนดชนิดพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับการทำสวนป่าในแต่ละพื้นที่ตามภาค และร้อยละ 92 เห็นด้วยกับบัญชีรายชื่อพันธุ์ไม้ท้ายร่างกฎกระทรวง พร้อมเผยแพร่สรุปผลและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมายแล้ว

ทั้งนี้คณะกรรมการพัฒนา ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างกฎกระทรวงดังกล่าว โดยให้สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ กรมป่าไม้ ตรวจสอบรายชื่อชนิดพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ และมอบหมายให้เสนอ ทส. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งกรมป่าไม้ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ ทส. จะเสนอร่างกฎกระทรวงเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในครั้งนี้ และได้รับการเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว