thansettakij
thansettakij
"คมนาคม-เอกชน"ผนึกกำลังยกระดับท่าเรือภาคใต้ เปิดประตูการค้าสองฝั่งทะเล

"คมนาคม-เอกชน"ผนึกกำลังยกระดับท่าเรือภาคใต้ เปิดประตูการค้าสองฝั่งทะเล

16 ก.ย. 69 | 07:16 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ย. 69 | 07:27 น.

“สรรเพชญ”เผยคมนาคม-เอกชนผนึกกำลังยกระดับท่าเรือภาคใต้ “ท่าเรือระนอง” รับเรือใหญ่ครั้งแรก “ท่าเรือสงขลา”ติดตั้งเครน STS พร้อมเปิดประตูการค้าสองฝั่งทะเล

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคมร่วมมือกับเอกชนยกระดับท่าเรือภาคใต้ ทั้งฝั่งอันดามัน (ท่าเรือระนอง) และอ่าวไทย (ท่าเรือสงขลา) เพื่อเปิดประตูการค้าเชื่อมโยงตลาดสองฝั่งทะเล
  • ท่าเรือระนองประสบความสำเร็จ ในการรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก และเปิดเส้นทางการค้าใหม่ "ระนอง-จิตตะกอง" เชื่อมโยงการค้ากับกลุ่มประเทศ BIMSTEC
  • ท่าเรือสงขลาติดตั้งปั้นจั่นหน้าท่า (STS Crane) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับเรือขนาดใหญ่ และส่งออกสินค้าเกษตรภาคใต้ไปยังตลาดเอเชียตะวันออกโดยตรง

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความสำเร็จในการยกระดับศักยภาพท่าเรือภาคใต้ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย โดยล่าสุดท่าเรือระนองสามารถรองรับเรือสินค้าขนาด 5,725 ตันกรอสได้เป็นครั้งแรกของจังหวัด ขณะที่ท่าเรือสงขลาได้ติดตั้งปั้นจั่นหน้าท่า หรือ Ship to Shore Crane (STS) จำนวน 2 ตัวแล้ว และอยู่ระหว่างการทดสอบระบบเพื่อเตรียมเปิดให้บริการตามแผน ถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญของการพัฒนาโครงข่ายขนส่งสินค้าทางทะเลของภาคใต้

                         "คมนาคม-เอกชน"ผนึกกำลังยกระดับท่าเรือภาคใต้ เปิดประตูการค้าสองฝั่งทะเล

สำหรับฝั่งอันดามัน นายสรรเพชญ ได้กล่าวถึงความสำเร็จในการรองรับเรือขนาด 5,725 ตันกรอส พร้อมศักยภาพรองรับการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์กว่า 400 ตู้ และเปิดเส้นทางการค้า “ระนอง-จิตตะกอง” เชื่อมโยงประเทศไทยกับบังกลาเทศและกลุ่มประเทศ BIMSTEC ถือเป็นอีกก้าวของการผลักดัน “Ranong Gateway” ให้เป็นประตูการค้าแห่งอันดามัน

ความสำเร็จดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายที่ตนได้มอบไว้ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเรือระนอง เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ซึ่งได้กำชับการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้เร่งเพิ่มขีดความสามารถของท่าเรือ พัฒนาเครื่องมือทุ่นแรง ระบบบริการ และสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการและสายการเดินเรือ เพื่อเปิดเส้นทางการค้าใหม่และเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดเอเชียใต้

                  "คมนาคม-เอกชน"ผนึกกำลังยกระดับท่าเรือภาคใต้ เปิดประตูการค้าสองฝั่งทะเล

ส่วนฝั่งอ่าวไทย ภายหลังการลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือสงขลา เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ขณะนี้ได้ติดตั้งปั้นจั่นหน้าท่า STS จำนวน 2 ตัวแล้ว อยู่ระหว่างการทดสอบและเตรียมความพร้อมก่อนเปิดใช้งาน ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดของท่าเรือสงขลาที่เดิมไม่สามารถรองรับเรือสินค้าที่ไม่มีเครนประจำเรือได้

การมีเครน STS จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการขนถ่ายตู้สินค้า รองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ และเปิดโอกาสให้สินค้าจากภาคใต้ โดยเฉพาะยางพาราและสินค้าเกษตรแปรรูป สามารถส่งออกจากท่าเรือสงขลาไปยังตลาดจีน เกาหลี และญี่ปุ่นได้โดยตรง ลดการพึ่งพาท่าเรือต่างประเทศและลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้แก่ผู้ประกอบการ

                  "คมนาคม-เอกชน"ผนึกกำลังยกระดับท่าเรือภาคใต้ เปิดประตูการค้าสองฝั่งทะเล

การพัฒนาท่าเรือสงขลา มีเป้าหมายเพิ่มปริมาณสินค้าจากประมาณ 2 ล้านตัน เป็น 4 ล้านตันต่อปี และเพิ่มปริมาณตู้สินค้าจากประมาณ 150,000 ทีอียู เป็น 450,000 ทีอียูต่อปี ภายในระยะเวลา 5-6 ปี รวมถึงดึงยางพาราที่ปัจจุบัน ส่งออกผ่านท่าเรือปีนังให้กลับมาส่งออกผ่านท่าเรือสงขลาอย่างน้อยร้อยละ 50 

นายสรรเพชญ ย้ำว่า ความสำเร็จของท่าเรือระนองและท่าเรือสงขลา แสดงให้เห็นถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำของภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม โดยฝั่งอันดามันมีท่าเรือระนองเป็นประตูเชื่อมตลาดเอเชียใต้และ BIMSTEC ขณะที่ฝั่งอ่าวไทยมีท่าเรือสงขลาเป็นประตูส่งออกสินค้าไปยังตลาดเอเชียตะวันออก

                    "คมนาคม-เอกชน"ผนึกกำลังยกระดับท่าเรือภาคใต้ เปิดประตูการค้าสองฝั่งทะเล

“วันนี้เราเห็นผลสำเร็จที่จับต้องได้ ทั้งการรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่ระนองเป็นครั้งแรก และการติดตั้งเครน STS ที่ท่าเรือสงขลา จากนี้จะเดินหน้าทำให้ท่าเรือทั้งสองแห่งสามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ เชื่อมโยงถนน ราง และท่าเรือเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มทางเลือก ลดต้นทุน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ถึงมือผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่จริง”

สำหรับท่าเรือระนอง จะเร่งจัดระเบียบและเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่หลังท่า เพื่อรองรับลานวางตู้สินค้า คลังสินค้า จุดพักรถบรรทุก เขตปลอดอากร และกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ พร้อมผลักดันให้เส้นทางระนอง-จิตตะกองมีสินค้าเที่ยวไปและเที่ยวกลับอย่างเพียงพอ สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

                   "คมนาคม-เอกชน"ผนึกกำลังยกระดับท่าเรือภาคใต้ เปิดประตูการค้าสองฝั่งทะเล

ขณะที่ท่าเรือสงขลา จะเร่งทดสอบเครน STS และระบบที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการขุดลอกและรักษาความลึกร่องน้ำให้ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ยกระดับภาคใต้ให้เป็นฐานการค้า การขนส่ง และโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงตลาดระหว่างประเทศทั้งสองฝั่งทะเลต่อไป