
บีโอไอเร่งปั้นบริษัทเข้าตลาดทุน เปิดทาง SET-mai-LiVEx รุกอัดสิทธิภาษีจูงใจ
BOI เร่งปั้น New Economy เข้าตลาดหุ้น เพิ่มสิทธิภาษีสูงสุด 5 ปี เปิดทางระดมทุนในไทย เดินหน้าจับมือ ตลท.-ก.ล.ต. ดัน BOI to IPO ปลดล็อกเงินทุนโตต่อ
KEY
POINTS
- บีโอไอร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. ออกมาตรการ "BOI to IPO" เพื่อส่งเสริมให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดทุนไทย (SET, mai, และ LiVEx)
- เสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมเพื่อเป็นแรงจูงใจ โดยบริษัทกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่ม 3 ปี และบริษัททั่วไปจะได้รับเพิ่ม 2 ปี
- มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้บริษัทที่มีศักยภาพสามารถระดมทุนเพื่อขยายการลงทุนในประเทศ และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการส่งเสริมให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ BOI to IPO โดยเป็นความร่วมมือระหว่างบีโอไอ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการพัฒนาเส้นทางสนับสนุนบริษัทที่มีศักยภาพให้เข้าสู่ตลาดทุน ซึ่งบีโอไอจะให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อสร้างแรงจูงใจ ขณะที่หน่วยงานด้านตลาดทุน
ทั้งนี้ จะสนับสนุนการเตรียมความพร้อมและกระบวนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) หรือตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ประเทศไทยมีตัวอย่างบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุน สร้างฐานการผลิต และเติบโตจนสามารถจดทะเบียนในตลาดทุนไทยได้สำเร็จ เช่น บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) และ บมจ. แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ซึ่งมาตรการ BOI to IPO มุ่งส่งเสริมให้เกิดบริษัทที่ประสบความสำเร็จในลักษณะดังกล่าวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ให้สามารถระดมทุนเพื่อขยายการลงทุนในประเทศไทย
ภายใต้มาตรการนี้ บริษัทจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากที่ได้รับอยู่เดิม โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กรณีบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ที่ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 3 ปี หรือลดหย่อน 50% เพิ่มเติม 5 ปี และกรณีบริษัททั่วไป ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 2 ปี หรือลดหย่อน 50% เพิ่มเติม 3 ปี โดยสิทธิประโยชน์จะแตกต่างตามกลุ่มประเภทกิจการ
"มาตรการ BOI to IPO คือกลไกเชื่อมนโยบายส่งเสริมการลงทุนเข้ากับตลาดทุนไทย เปิดทางให้นักลงทุนศักยภาพสูงระดมทุนในประเทศไทยเพื่อใช้สำหรับการขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง และทำให้กิจการเหล่านี้หยั่งรากลึกอยู่กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยเข้ามามีส่วนร่วมและถือหุ้นในกิจการคุณภาพที่มีศักยภาพเติบโตสูง อีกทั้งเงื่อนไขการเข้าตลาดหลักทรัพย์ยังบังคับให้ทุกกิจการต้องยกระดับธรรมาภิบาลและบริหารจัดการอย่างโปร่งใส ซึ่งจะทำให้การลงทุนที่ได้รับส่งเสริมจากบีโอไอเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับประเทศไทย"







