thansettakij
thansettakij
ธปท.ผนึกแบงก์สกัด “ทุนเทา” ดีเดย์ 10 ก.ย. หนุนภาษีทอง 0.01%

 ธปท.ผนึกแบงก์สกัด “ทุนเทา” ดีเดย์ 10 ก.ย. หนุนภาษีทอง 0.01%

05 ก.ย. 69 | 08:29 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.ย. 69 | 08:35 น.

ธปท. เตรียมผนึกธนาคารพาณิชย์-Non-bank ประกาศเจตนารมณ์ร่วม 10 ก.ย. 2569 สกัด “เงินเทา” และธุรกรรมทุจริต หนุนเก็บภาษีทองคำ 0.01%

KEY

POINTS

  • ธปท. เตรียมจับมือสถาบันการเงินประกาศเจตนารมณ์ยกระดับการป้องกัน “เงินเทา” และอาชญากรรมทางการเงินในวันที่ 10 ก.ย.
  • สนับสนุนแนวคิดการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการซื้อขายทองคำในอัตรา 0.01% โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างระบบรายงานข้อมูลและติดตามเส้นทางเงิน ไม่ใช่การหารายได้
  • มาตรการมุ่งเน้นการสกัดเงินผิดกฎหมายในขั้นตอนที่จะถูกถอนออกจากระบบธนาคาร เพื่อป้องกันการนำไปฟอกเงินผ่านสินทรัพย์อื่น เช่น ทองคำ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. เตรียมจัดงานในวันที่ 10 กันยายน 2569 เพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการยกระดับการป้องกัน “เงินเทา” และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยครั้งนี้จะกำหนดความร่วมมือและพันธกิจของแต่ละหน่วยงานให้มีความชัดเจนมากขึ้น

ทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) จะต้องมี Commitment ในการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้ระบบการเงินถูกใช้เป็นช่องทางในการทุจริต หลอกลวง หรือฟอกเงิน โดยเป้าหมายคือการยกระดับมาตรฐานการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินของไทยให้เป็นรูปธรรม

ยกระดับมาตรฐาน “Bangkok Blueprint”

นายวิทัย กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “Bangkok Blueprint” ซึ่งเป็นกรอบมาตรฐานที่ประเทศไทยต้องการผลักดันให้เป็นแนวทางในการจัดการกับความเสี่ยงด้านอาชญากรรมทางการเงิน และสามารถนำไปเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่นได้

ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติว่า ระบบการเงินไทยมีความปลอดภัย โปร่งใส และมีความสามารถในการติดตามธุรกรรมที่มีความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ผ่านมา ธปท. ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในหลายด้าน โดยเฉพาะการสกัดเงินในขั้นตอนที่กำลังจะถูกนำออกจากระบบธนาคาร เนื่องจากมองว่าเงินที่มาจากการทุจริต สแกมเมอร์ หรือการพนันออนไลน์ เมื่อเข้าสู่บัญชีธนาคารแล้ว สุดท้ายจะต้องมีการถอนหรือเคลื่อนย้ายออกไปเพื่อเปลี่ยนรูปแบบของเงิน

สกัดเงินออกจากบัญชี ปิดช่องฟอก

หนึ่งในมาตรการที่ ธปท. ดำเนินการ คือ การกำหนดเงื่อนไขการถอนเงินสดจำนวนสูงเกิน 5 ล้านบาท รวมถึงการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อตรวจสอบธุรกรรม USDT ที่มีปริมาณการซื้อขายผิดปกติ

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

นายวิทัย กล่าวว่า เงินที่ได้จากการทุจริตหรืออาชญากรรมทางการเงินสามารถถูกนำไปแปลงเป็นสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น ทองคำ เงินตราต่างประเทศ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล ดังนั้นการปิดช่องโหว่ในขั้นตอนการนำเงินออกจากบัญชีธนาคารจึงเป็นหัวใจสำคัญ

“เงินที่ได้จากการทุจริต สแกมเมอร์ หรือพนันออนไลน์ สุดท้ายต้องถอนออกจากบัญชีเพื่อไปฟอกในรูปแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็นทองคำ เงินตราต่างประเทศ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะฉะนั้นเราต้องสกัดเงินตั้งแต่จุดที่จะออกจากระบบ”

หนุนภาษีทอง 0.01% หวังเปิดข้อมูลธุรกรรม

สำหรับแนวคิดการจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า เห็นด้วยกับหลักการกำกับดูแลเพื่อให้ภาครัฐสามารถ “เห็น” ข้อมูลธุรกรรมทองคำได้ชัดเจนขึ้น ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และมูลค่าการซื้อขาย

เนื่องจากปัจจุบันสินทรัพย์ทางการเงินประเภทหุ้น หุ้นกู้ หรือคริปโทเคอร์เรนซี มีการบันทึกข้อมูลธุรกรรมที่สามารถตรวจสอบได้ ขณะที่การซื้อขายทองคำบางส่วนยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ ทำให้เกิดช่องว่างที่อาจถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน

ธปท. จึงสนับสนุนแนวทางที่กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาในการจัดเก็บ ภาษีธุรกิจเฉพาะจากการซื้อขายทองคำในอัตรา 0.01% โดยย้ำว่า เป้าหมายหลักไม่ใช่การหารายได้เข้ารัฐ แต่ต้องการให้เกิดระบบรายงานข้อมูลธุรกรรมที่เป็นระบบมากขึ้น

หากคำนวณจากมูลค่าทองคำ 70,000 บาท การจัดเก็บภาษีในอัตรา 0.01% จะอยู่ที่ประมาณ 7 บาท ซึ่งถือเป็นอัตราที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับมูลค่าธุรกรรม แต่สามารถช่วยให้ภาครัฐมีข้อมูลสำหรับติดตามเส้นทางเงินได้มากขึ้น

ไม่ได้เหมาร้านทองเป็นช่องทางฟอกเงิน

ผู้ว่าการ ธปท. ย้ำว่า การสนับสนุนให้มีการรายงานข้อมูลธุรกรรมทองคำ ไม่ได้หมายความว่าร้านทองเป็นธุรกิจที่มีปัญหา แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ร้านทองบางแห่งถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการเปลี่ยนเงินที่ได้มาโดยไม่ถูกต้องให้เป็นทองคำ

“เราไม่ได้บอกว่าร้านทองไม่ดี แต่เราเชื่อว่ามีบางแห่งถูกใช้เป็นช่องทางเปลี่ยนเงินที่ไม่ถูกต้องให้เป็นทองคำ หากเราเห็นธุรกรรมจะช่วยประเทศได้มาก”

ทั้งนี้ หากมีการฟอกเงินผ่านการซื้อขายทองคำโดยไม่มีการรายงานธุรกรรมตามที่กฎหมายกำหนด จะสามารถนำไปสู่การตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอาญาได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายวิทัยย้ำว่า การกำหนดรูปแบบ วิธีการจัดเก็บ และอัตราภาษีที่แน่นอน เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณารายละเอียดในขั้นตอนต่อไป