
‘ปตท.’ เปิดเกมรุก PDP2026 รับ Data Center ขยายไฟฟ้าในประเทศ-ลุยพลังงานสะอาดต่างแดน
ปตท.ลุย PDP2026 รับ Data Center บูม ขยายลงทุนไฟฟ้า ปั้นโอกาสธุรกิจพลังงานรอบใหม่ ชูก๊าซยังจำเป็น แม้รัฐเร่งเพิ่มพลังงานหมุนเวียน เผยกำไรครึ่งปี 7.83 หมื่นล้าน
KEY
POINTS
- ปตท. โดย GPSC เตรียมขยายการลงทุนไฟฟ้าในประเทศตามแผน PDP2026 เพื่อรองรับการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า (TPA)
- แสวงหาโอกาสการเติบโตด้วยการขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ
- ยืนยันเดินหน้าจัดหาก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ แม้แผน PDP ใหม่จะลดสัดส่วนการใช้ก๊าซฯ ลง
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. (PTT) เปิดเผยถึงร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับ2026 หรือ PDP2026 ที่เตรียมบังคับใช้ปลายปี 2569 ว่า บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC กำลังศึกษาแผนขยายการลงทุนตาม PDP ฉบับใหม่ รวมถึงขยายการลงทุนไฟฟ้าในประเทศจากระบบการเปิดให้บุคคลที่สามสามารถขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า (Third Party Access : TPA) และดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และแสวงหาโอกาสการเติบโตด้านพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศควบคู่กับการสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์ (Asset Monetization)
โดยภาพรวมนโยบายรัฐกำหนดพลังงานหมุนเวียนดีต่อประเทศ ปตท.พร้อมเข้าสนับสนุนนโยบายในธุรกิจที่เกี่ยวกับปตท. แต่ในภาพรวมการใช้พลังงานหลักยังอยู่ที่ 80-90% เพราะความมั่นคง ดังนั้นปตท.จะคงดูแลส่วนนี้
"ร่างพีดีพีฉบับใหม่ แม้ลดสัดส่วนก๊าซ และเพิ่มพลังงานหมุนเวียน แต่ในมุมปตท.สัดส่วนลดแต่ปริมาณการใช้ไม่ลด ปตท.จึงยังต้องจัดหาพลังงาน เช่น ก๊าซฯ อย่างต่อเนื่อง"
ครึ่งปี 69 กำไร 7.82 หมื่นล้าน
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 กำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 33,000 ล้านบาท หรือกว่า 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลจากการบริหารจัดการธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เตรียมสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อรองรับต้นทุนและความผันผวนที่เพิ่มขึ้น การเตรียมความพร้อมตั้งแต่การกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบไม่พึ่งพิงแหล่งใดแหล่งหนึ่ง การมีเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจครอบคลุมทั่วโลก ทำให้สามารถจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง
การลงทุนในโรงกลั่นล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่นและความยืดหยุ่นที่สามารถรองรับน้ำมันจากหลากหลายแหล่ง การวางกลยุทธ์ที่ถูกทาง และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการมุ่งเน้นธุรกิจ Hydrocarbon ซึ่งเป็นธุรกิจหลักและมีความเชี่ยวชาญ ควบคู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ยกระดับกระบวนการกำกับดูแลการลงทุนให้รัดกุม ภายใต้การกำกับกิจการที่ดี และความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น
สอดรับกับโอกาสครบรอบ 48 ปี ปตท. มุ่งดำเนินธุรกิจบนหลักความยั่งยืนอย่างสมดุลตามแนวทาง Energy Trilemma ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน (Security) การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้ (Affordability/ Competitiveness) และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainability)
"สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นและยังคงยืดเยื้ออยู่ในปัจจุบัน ปตท.มี 2 บทบาท คือ การเป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ในขณะเดียวกันต้องดูแลผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่ง ปตท. ผ่านบทพิสูจน์ที่สำคัญโดยในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น ให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยกลุ่ม ปตท. ได้สนับสนุนมาตรการภาครัฐ และบรรเทาผลกระทบด้านราคาพลังงานต่อภาคประชาชน มูลค่าการสนับสนุนมาตรการภาครัฐประมาณ 17,500 ล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วนของ ปตท. กว่า 8,500 ล้านบาท"







