thansettakij
thansettakij
คมนาคม สั่งกรมทางหลวง-ทางหลวงชนบท ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน

คมนาคม สั่งกรมทางหลวง-ทางหลวงชนบท ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน

19 ส.ค. 69 | 07:50 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ส.ค. 69 | 07:54 น.

“ภัทรพงศ์” สั่งกรมทางหลวง–กรมทางหลวงชนบท เร่งช่วยเหลือประชาชน จ.น่าน รับมือสถานการณ์น้ำท่วม เน้นย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อนไม่ล่าช้า พร้อมเตรียมลงพื้นที่เร็วๆนี้

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคมสั่งการให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทระดมกำลังคนและเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดน่าน
  • เร่งฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและดินสไลด์ พร้อมเฝ้าระวังเส้นทางเสี่ยงภัยเพื่อเข้าดำเนินการได้ทันที
  • สั่งการให้กรมท่าอากาศยานเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานน่านนคร
  • เน้นย้ำการประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ระดมกำลังลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยขอให้ระดมเครื่องจักร บุคลากร และอุปกรณ์ช่วยเหลือประชาชน ในการเร่งฟื้นฟูเส้นทางคมนาคม จากกรณีเกิดน้ำท่วมและดินสไลด์ในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที 

ขณะเดียวกันได้สั่งกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังเส้นทางสายหลักและสายรองที่มีความเสี่ยง รวมถึงจุดที่มีความเสี่ยงประสบปัญหาอุทกภัย พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักรกลหนัก อาทิ รถบรรทุก รถขุด รถตัก และเครื่องมือสำหรับเปิดทางและระบายน้ำ เพื่อเข้าดำเนินการทันที

นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าและออกจากจังหวัดน่าน ณ ท่าอากาศยานน่านนคร และท่าอากาศยานสังกัด ทย. ในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก

“สิ่งสำคัญในเวลานี้คือการเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างเร็วที่สุด ต้องไม่มีความล่าช้า โดยเฉพาะในเส้นทางที่เป็นทางสัญจรหลักและเส้นทางที่เชื่อมต่อชุมชน” นายภัทรพงศ์กล่าว
 

อย่างไรก็ดีได้กำชับให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทประสานการทำงานร่วมกับจังหวัดน่าน หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์และเข้าช่วยเหลือประชาชนให้เร็วที่สุด รวมถึงให้ติดตามระดับน้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนและบริหารจัดการเส้นทางได้อย่างทันท่วงที พร้อมมีกำหนดจะเดินทางไปลงพื้นที่ตรวจสอบถนนและสะพานที่ได้รับความเสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย อ.ปัว จ.น่าน โดยเร็วที่สุด