
รัฐบาล ยันญี่ปุ่นลงทุนไทยไม่แผ่ว ชี้โอกาสผู้ประกอบการ ลุยต่อยอดซัพพลายเชน
รัฐบาล กางข้อมูลบีโอไอ ยืนยันทุนญี่ปุ่นในไทยยังมีต่อเนื่อง ยื่นขอส่งเสริมลงทุนสะสม 3.96 แสนล้านบาทใน 5 ปีครึ่ง ล่าสุดโฟกัสเปลี่ยนเครื่องจักร-อัตโนมัติ เปิดทางซัพพลายเออร์ไทยโกยออร์เดอร์
KEY
POINTS
- รัฐบาลยืนยันการลงทุนจากญี่ปุ่นในไทยยังคงแข็งแกร่ง โดยช่วง 5 ปีครึ่งที่ผ่านมามียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนสะสมกว่า 3.96 แสนล้านบาท
- ทิศทางการลงทุนของบริษัทญี่ปุ่นเปลี่ยนจากการขยายกำลังการผลิต ไปสู่การยกระดับโรงงานเดิม โดยเน้นการเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพ และนำเทคโนโลยีดิจิทัลกับระบบอัตโนมัติมาใช้
- การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถต่อยอดธุรกิจสู่ซัพพลายเชนมูลค่าสูง เช่น ระบบควบคุมอัตโนมัติ ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม และเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ารักษาฐานการลงทุนเดิมควบคู่กับการดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ หลังผลการหารือร่วมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 สะท้อนว่าฐานธุรกิจญี่ปุ่นในไทยกำลังเข้าสู่รอบยกระดับการผลิตครั้งใหม่ โดยให้น้ำหนักกับการเปลี่ยนเครื่องจักร เพิ่มประสิทธิภาพ นำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติมาใช้ พร้อมลดการใช้พลังงานมากขึ้น
ยอดขอส่งเสริมลงทุนสะสม 5 ปีครึ่งทะลุ 3.96 แสนล้านบาท
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ช่วงปี 2564 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทญี่ปุ่นยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยรวม 1,380 โครงการ คิดเป็นมูลค่าสะสมกว่า 396,000 ล้านบาท ตอกย้ำบทบาทญี่ปุ่นในฐานะหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายสำคัญของไทย ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นยอดคำขอสะสมตลอดช่วงประมาณ 5 ปีครึ่ง ไม่ใช่เม็ดเงินลงทุนใหม่ที่เกิดขึ้นในคราวเดียว
ผลสำรวจชี้ชัด บริษัทญี่ปุ่นแห่เปลี่ยนเครื่องจักร-ลุยดิจิทัล
ผลสำรวจแนวโน้มเศรษฐกิจของบริษัทญี่ปุ่นในไทยประจำครึ่งแรกปี 2569 ซึ่งมีบริษัทตอบแบบสำรวจ 504 แห่ง พบว่าในกลุ่มที่ตอบคำถามเกี่ยวกับแผนลงทุนปี 2569 จำนวน 432 แห่ง มีสัดส่วนน่าสนใจ ได้แก่
- 59% หรือ 256 แห่ง วางแผนเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ทดแทนของเดิม
- 31% หรือ 132 แห่ง วางแผนปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
- 22% หรือ 96 แห่ง วางแผนลงทุนด้าน Digital Transformation
"ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนว่าบริษัทญี่ปุ่นหยุดขยายการลงทุนใหม่ แต่ชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมที่ถูกเลือกมากที่สุดคือการเปลี่ยนเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพฐานผลิตเดิม ซึ่งสะท้อนว่าโจทย์ของภาคอุตสาหกรรมกำลังขยับจากการเพิ่มกำลังผลิตอย่างเดียว ไปสู่การผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ประหยัดพลังงาน และแข่งขันได้ในระยะยาว" นางสาวลลิดา กล่าว
บีโอไอปูพรมมาตรการ Smart and Sustainable Industry หนุนทุนญี่ปุ่น
ทิศทางดังกล่าวสอดรับกับมาตรการยกระดับอุตสาหกรรม Smart and Sustainable Industry ของบีโอไอ โดยตั้งแต่ปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมภายใต้มาตรการนี้แล้วกว่า 400 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 55,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การประหยัดพลังงาน การลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในสายการผลิต
โอกาสทองผู้ประกอบการไทย ต่อยอดซัพพลายเชนมูลค่าสูง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทย เพราะการยกระดับโรงงานเดิมไม่ได้สร้างความต้องการเฉพาะเครื่องจักรใหม่เท่านั้น แต่ยังต่อเนื่องไปถึงชิ้นส่วนทดแทน ระบบควบคุม ระบบอัตโนมัติ ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม งานบำรุงรักษา ตลอดจนเทคโนโลยีและบริการด้านการประหยัดพลังงาน
“เมื่อโรงงานญี่ปุ่นในไทยกำลังเข้าสู่รอบเปลี่ยนเครื่องจักรและใช้ระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล และเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมากขึ้น นี่คือโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะขยับจากการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนทั่วไป ไปสู่การเป็นผู้จัดหาสินค้า เทคโนโลยี และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น หากสามารถพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน ความตรงต่อเวลา และความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบการผลิตของผู้ซื้อญี่ปุ่นได้” นางสาวลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ บีโอไอจะทำงานร่วมกับเจโทร หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ และภาคธุรกิจญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการยกระดับฐานธุรกิจเดิมสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร การเข้าถึงพลังงานสะอาด และการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน เพื่อให้การลงทุนจากญี่ปุ่นไม่เพียงสร้างเม็ดเงินลงทุน แต่ยังช่วยยกระดับเทคโนโลยีและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง







