thansettakij
thansettakij
เก้าอี้ปลัดอุตสาหกรรมเดือด ‘ภาสกร-เดชา’ ชิงดำ หลัง ‘ณัฐพล’ จ่อโยกคุมพลังงาน

เก้าอี้ปลัดอุตสาหกรรมเดือด ‘ภาสกร-เดชา’ ชิงดำ หลัง ‘ณัฐพล’ จ่อโยกคุมพลังงาน

10 ส.ค. 69 | 03:12 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ส.ค. 69 | 03:12 น.

เปิดศึกชิงเก้าอี้ปลัดอุตสาหกรรม ‘ภาสกร-เดชา’ ใครมาแรง ลุ้น ครม.เคาะ 11 ส.ค. 69 หลังณัฐพล รังสิตพล แต่งตัวรอย้ายข้ามห้วยคุมกระทรวงพลังงาน

KEY

POINTS

  • ตำแหน่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมว่างลง เนื่องจากนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดคนปัจจุบัน มีแนวโน้มสูงที่จะย้ายไปรับตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน
  • มีผู้ท้าชิงตำแหน่ง 2 คน คือ นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวง และนายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง
  • นายภาสกร ชัยรัตน์ มีโอกาสสูงกว่าเนื่องจากมีอายุราชการเหลือ 6 ปี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่ต้องการแต่งตั้งข้าราชการอายุน้อย

จากกระแสการย้ายข้ามห้วยของ “ณัฐพล รังสิตพล” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนปัจจุบันไปสู่การเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน หลังจากที่นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงานคนปัจจุบันจะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือน ก.ย. 69 นี้

ซึ่ง "ฐานเศรษฐกิจ" ได้เคยนำเสนอไปแล้วก่อหนน้านี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงถึง 95% จากการยอมรับของแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน

ทั้งนี้ จากประเด็นดังกล่าวทำให้ตำแหน่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนต่อไปถูกจับตามองเป็นอย่างมากว่าจะเป็นผู้ใดที่เข้ามารับตำแหน่งต่อ

ภาสกร-เดชาชิงดำปลัดอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า เบื้องต้นพบว่า นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และ นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม คือ 2 แคนดิเดตที่มาแรงทั้งคู่ 

แต่เนื่องจากนายภาสกรมีอายุราชการ 6 ปี จึงมึโอกาสสูงกว่า ขณะที่เดชามีอายุราชการ 1 ปี โดยภายหลังตั้งปลัดอุตสาหกรรมคนใหม่ ในตำแหน่งซี 10 ของกระทรวงจะมีการโยกย้ายและตั้งใหม่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม

เก้าอี้ปลัดอุตสาหกรรมเดือด ‘ภาสกร-เดชา’ ชิงดำ หลัง ‘ณัฐพล’ จ่อโยกคุมพลังงาน

 

สำหรับตำแหน่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ที่ว่างลง มีโอกาสที่จะเสนอวันที่ 11 สิงหาคมนี้ หรืออาจเป็นวันที่ 18 สิงหาคม ขึ้นอยู่กับว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะตัดสินใจตามที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เสนอหรือไม่

นโยบายภูมิใจไทยดันข้าราชการอายุน้อย

อย่างไรก็ตาม การที่นายภาสกร มีโอกาสมากกว่าในการขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น สอดคล้องกับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีแนวทางว่า ในการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในแต่ละกระทรวง จะเปิดโอกาสให้ข้าราชการที่มีอายุน้อยและเหลืออายุราชการไม่น้อยกว่า 5 ปี ที่จะเกษียณเข้ามารับตำแหน่ง ตามความรู้ ความสามารถของแต่ละคน

เหตุผลหนึ่งนอกจากต้องการให้ข้าราชการที่จะเข้ามารับตำแหน่ง มีระยะเวลาในการพิสูจน์ฝีมือการบริหารและขับเคลื่อนงานที่รับนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีของแต่ละกระทรวง ไปปฏิบัติให้เกิดความต่อเนื่อง เห็นผลงานเป็นรูปธรรม ให้สอดรับกับการบริหารประเทศของรัฐบาลตามวาระ 4 ปี

อีกเหตุผลการไม่แต่งตั้งข้าราชการที่เหลืออายุเพียง 1-2 ปี ก่อนเกษียณอายุขึ้นมาทำหน้าที่ในตำแหน่งสำคัญต่างๆ ฝ่ายการเมืองมองว่า เมื่อข้าราชการระดับสูงที่เหลืออายุราชการเพียงไม่กี่่ปีก่อนเกษียณ ส่วนใหญ่จะไม่กล้าคิดนอกกรอบ ผ่านนโยบายใหม่ๆ หลายคนเลือกที่จะบริหารราชการแบบประคับประคองตัวเอง รวมถึงผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้สุ่มเสี่ยงต่อการถูกร้องเรียน ฟ้องร้องให้เกิดคดีพัวพันติดตัวก่อนเกษียณอายุ

อีกทั้งการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงขึ้นมาทำหน้าที่ในตำแหน่งปลัดกระทรวง และอธิบดีกรมต่างๆ เป็นการเปิดโอกาสให้ข้าราชการแต่ละคนได้แสดงศักยภาพ ทั้งความรู้ ความสามารถ ที่จะขับเคลื่อนการปฏิบัติราชการให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล ตามตัวชี้วัดที่มาจากฝ่ายการเมือง

จะเห็นได้จากตัวอย่างการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงตามสไตล์ของพรรค ภท. ตั้งแต่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ยังไม่ได้มีอำนาจเต็ม เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แต่งตั้ง “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” รองอธิบดีกรมการปกครอง ในวัย 53 ปี ที่มีอายุราชการยาว 7 ปี ขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ในปี 2567 ร่วมขับเคลื่อนงานบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ตามนโยบายของ มท.1