thansettakij
thansettakij
ส่งออก FTA แตะ 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ เปิด 5 ตลาดใช้สิทธิสูงสุด อาเซียน-จีนนำ

ส่งออก FTA แตะ 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ เปิด 5 ตลาดใช้สิทธิสูงสุด อาเซียน-จีนนำ

20 ก.ค. 69 | 04:28 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ค. 69 | 04:46 น.

กรมการค้าต่างประเทศเผยเดือนเมษายน 2569 ไทยใช้สิทธิประโยชน์ FTA มูลค่า 31,772 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10.19% อาเซียน-จีนเป็นตลาดหลัก ขณะที่ทุเรียนและยานยนต์ครองสินค้าส่งออกใช้สิทธิสูงสุด

KEY

POINTS

  • มูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA ในเดือนเมษายน 2569 สูงถึง 31,772 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ตลาดส่งออกที่ไทยใช้สิทธิ FTA สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาเซียน, จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย
  • สินค้าสำคัญที่มีการใช้สิทธิ FTA สูงสุดคือกลุ่มยานยนต์ ทุเรียนสด และเครื่องเพชรพลอย

การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ของไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเดือนเมษายน 2569 มูลค่าการใช้สิทธิแตะ 31,772 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 10% จากปีก่อน สะท้อนบทบาทของ FTA ในการช่วยผู้ส่งออกไทยลดต้นทุน ขยายตลาด และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก

โดยเฉพาะตลาดอาเซียน จีน และอินเดีย รวมถึงสินค้าเด่นอย่างทุเรียนและยานยนต์ที่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทย

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในเดือนเมษายน 2569 รวม 31,772.29 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.19% และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 81.41% ของมูลค่าสินค้าส่งออกที่ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ FTA 

เปิด 5 ตลาดใช้สิทธิ FTA ส่งออกมากที่สุด

  • อันดับหนึ่ง เป็นการส่งออกไปยังอาเซียนภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) มูลค่า 10,622.76 ล้านดอลลาร์ และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 69.01% 

  • อันดับสอง เป็นการใช้สิทธิฯ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ACFTA) มูลค่า 8,509.29 ล้านดอลลาร์ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 93.03% 

  • อันดับสาม ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–อินเดีย (AIFTA) มูลค่า 5,007.53 ล้านดอลลาร์ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 82.16% 

  • อันดับสี่ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น (JTEPA) มูลค่า 2,387.33 ล้านดอลลาร์ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 84.10% และอันดับห้า ความตกลงการค้าเสรี

  • ไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) มูลค่า 1,984.12 ล้านดอลลาร์ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 58.44%

สำหรับสินค้าที่มีการใช้สิทธิฯ FTA สูงสุด 5 อันดับแรก ในเดือนเมษายน ปี 2569 ได้แก่ 

  • ยานยนต์สำหรับขนส่งของอื่น ๆ 

  • ทุเรียนสด 

  • เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ 

  • เครื่องทอง เครื่องเงิน และส่วนประกอบ ที่ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ 
  • ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ 

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มสินค้า พบว่า สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่มีการใช้สิทธิฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

  • ทุเรียนสด 
  • เนื้อไก่ปรุงแต่ง 
  • น้ำตาลที่ได้จากอ้อยอื่น ๆ
  • ชิ้นเนื้อและส่วนอื่นของไก่แช่เย็นจนแข็ง 
  • เงาะ ลำไย ทับทิมสด 

โดยมีมูลค่ารวม 7,650.97 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 24.08% ของมูลค่าการใช้สิทธิฯ ทั้งหมด 

ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมที่มีการใช้สิทธิฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

  • ยานยนต์สำหรับขนส่งของอื่น ๆ 
  • เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ 
  • เครื่องทอง เครื่องเงิน และส่วนประกอบ ที่ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ 
  • ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ 
  • เศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นทองแดง 

มีมูลค่ารวม 24,121.32 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 75.92% ของมูลค่าการใช้สิทธิฯ ทั้งหมด

นางอารดา กล่าวว่า กรมฯ ยังคงเดินหน้าทำงานเชิงรุกผ่านการจัดสัมมนาและอบรมเชิงปฏิบัติการทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้นำองค์ความรู้ด้านการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ สร้างโอกาสทางการค้า และขยายตลาดสู่ต่างประเทศ 

โดยในปีงบประมาณ 2569 กรมฯ สามารถพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ได้แล้วมากกว่า 1,400 ราย ล่าสุด เมื่อวันที่ 6–7 กรกฎาคม 2569 ได้ลงพื้นที่จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “FTA GO! ขับเคลื่อนการค้า เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทย” ณ จังหวัดชลบุรี เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน FTA 

รวมถึงให้คำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA และการปฏิบัติตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า พร้อมกับการเร่งขยายโอกาสทางการค้าของผู้ประกอบการไทยด้วยโครงการ “Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA” 

โดยมุ่งเจาะตลาด FTA 3 ตลาดศักยภาพ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และอินเดีย ซึ่งล้วนเป็นตลาดส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงและสามารถต่อยอดการใช้ประโยชน์จาก FTA เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทย