
ครม.อนุมัติ 'สูตร CARE' คำนวณเงินบำนาญชราภาพประกันสังคม รูปแบบใหม่
มติครม.ไฟเขียวสูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพประกันสังคม แบบใหม่ “CARE” ใช้ค่าจ้างนำส่งเงินสมทบแต่ละเดือน มาปรับมูลค่าเงินให้เป็นค่าเงินปัจจุบันก่อน แล้วจึงนำมาเฉลี่ยตลอดช่วงเวลาที่นำส่งเงินสมทบ
KEY
POINTS
- ครม. อนุมัติหลักการปรับปรุงสูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพประกันสังคมใหม่ ที่เรียกว่า "สูตร CARE" (Career Average Revalued Earnings)
- เปลี่ยนวิธีคำนวณจากฐานค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย เป็นการใช้ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดอายุการทำงาน โดยปรับมูลค่าเงินในอดีตให้เป็นค่าปัจจุบัน เพื่อให้สะท้อนการส่งเงินสมทบอย่างเป็นธรรม
- ผู้รับบำนาญอยู่เดิมจะไม่ได้รับเงินลดลง และมีมาตรการชดเชยส่วนต่างให้ผู้ที่จะเริ่มรับบำนาญใน 5 ปีแรก หากคำนวณตามสูตรเดิมได้ประโยชน์มากกว่า
- กฎกระทรวงใหม่จะมีผลบังคับใช้ 180 วันหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้ประกันตนและสำนักงานประกันสังคมได้เตรียมความพร้อม
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการคำนวณเงินบำนาญชราภาพกองทุนประกันสังคม ให้มีความเป็นธรรมและสอดคล้องกับการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนมากยิ่งขึ้น
หลักการคำนวณเงินบำนาญชราภาพปัจจุบัน คำนวณเงินบำนาญจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ซึ่งทำให้ไม่เป็นธรรมแก่ผู้ประกันตนที่ค่าจ้างลดลงในช่วงท้ายของการทำงาน หรือผู้ที่เปลี่ยนไปสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 กระทรวงแรงงานจึงได้เสนอปรับวิธีการคำนวณเงินบำนาญชราภาพเป็น สูตร CARE (Career Average Revalued Earnings)
ทั้งนี้จะนำค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนในแต่ละเดือน มาปรับมูลค่าเงินให้เป็นค่าเงินปัจจุบันก่อน แล้วจึงนำมาเฉลี่ยตลอดช่วงเวลาที่นำส่งเงินสมทบ เพื่อให้เงินบำนาญสะท้อนการส่งเงินสมทบตลอดอายุการทำงานได้อย่างเป็นธรรมยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ประกันตนที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพอยู่ก่อนแล้ว จะไม่ได้รับเงินบำนาญลดลง และผู้ที่จะเกิดสิทธิรับเงินบำนาญภายใน 5 ปีแรกนับจากกฎกระทรวงนี้มีผลบังคับใช้ หากคำนวณแล้วสูตรเดิมได้มากกว่าสำนักงานประกันสังคมจะมีมาตรการชดเชยส่วนต่างให้เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกันตนทุกกลุ่ม
กฎกระทรวงนี้จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ประกันตนได้เตรียมความพร้อมในการวางแผนเกษียณ และสำนักงานประกันสังคมได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกันตนมีความเจ้าใจมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ได้มีข้อเสนอจากหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ เสนอให้กระทรวงแรงงานจัดทำแผนรองรับด้านสภาพคล่องและเสถียรภาพทางการเงินของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการรายจ่ายที่ไม่จำเป็นด้วย เพื่อความยั่งยืนทางการคลังของรัฐต่อไป
"สูตรบำนาญใหม่ CARE” คืออะไร
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันก่อนที่ครม.จะมีมติ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้เห็นชอบให้เสนอการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณบำนาญชราภาพรูปแบบใหม่ หรือ “สูตร CARE” (Career Average Revalued Earnings) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติในหลักการ โดยมีเป้าหมายยกระดับความเป็นธรรมในการคุ้มครองผู้ประกันตน สะท้อนระยะเวลาการส่งเงินสมทบที่แท้จริง และสร้างความยั่งยืนให้กองทุนประกันสังคมในระยะยาว
ด้าน นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า การปรับปรุงสูตรบำนาญชราภาพครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เริ่มจากการปรับวิธีคำนวณเงินบำเหน็จชราภาพสำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จากเดิมที่ได้รับคืนเฉพาะเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน ให้ได้รับเงินบำเหน็จจากทั้งส่วนของผู้ประกันตนและนายจ้าง รวมถึงผลประโยชน์ตอบแทน ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป
นอกจากนี้ ยังมีการปรับวิธีคำนวณอัตราบำนาญสำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน โดยจากเดิมที่คิดอัตราเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อการส่งเงินสมทบครบทุก 12 เดือน และไม่นำเศษเดือนมาคำนวณ จะเปลี่ยนเป็นการคิดเพิ่มตามจำนวนเดือนที่ส่งเงินจริงในอัตราร้อยละ 0.125 ต่อเดือน ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับระยะเวลาการส่งเงินสมทบมากยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งสาระสำคัญ คือการปรับฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินบำนาญ จากเดิมที่ใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ มาเป็นการใช้ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ โดยนำค่าจ้างในอดีตมาปรับเป็นมูลค่าเงินปัจจุบันก่อนคำนวณตามหลักการ CARE เพื่อสะท้อนรายได้ตลอดชีวิตการทำงาน ลดความได้เปรียบเสียเปรียบจากการเปลี่ยนแปลงรายได้ในช่วงท้ายของการทำงาน
ขณะเดียวกัน ได้กำหนดมาตรการรองรับผลกระทบในช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 5 ปี สำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มรับบำนาญและได้รับเงินบำนาญตามสูตรใหม่ต่ำกว่าสูตรเดิม โดยจะได้รับเงินชดเชยในอัตราลดหลั่นกัน เริ่มจาก 100% ในปีแรก 80% ในปีที่สอง 60% ในปีที่สาม 40% ในปีที่สี่ และ 20% ในปีที่ห้า หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้
สำหรับผู้ที่รับบำนาญอยู่แล้ว หากเมื่อนำสูตรใหม่มาคำนวณแล้วพบว่าได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น สำนักงานประกันสังคมจะปรับเพิ่มเงินบำนาญให้ในงวดถัดไป แต่จะไม่มีการจ่ายย้อนหลังสำหรับงวดที่ผ่านมา
นางสาวกาญจนา กล่าวว่า ภายหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเห็นชอบในหลักการแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ก่อนส่งร่างกฎกระทรวงให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา และดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
ทั้งนี้ การปรับปรุงสูตรบำนาญชราภาพครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบประกันสังคมไทยให้มีความเป็นธรรม ทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมสร้างหลักประกันด้านรายได้หลังเกษียณให้แก่ผู้ประกันตนอย่างยั่งยืนในอนาคต







