thansettakij
thansettakij
คลังเปิดระบบ 'CHECK' ปิดช่องบัญชีม้า ดันไทยสู่ Financial Hub

คลังเปิดระบบ 'CHECK' ปิดช่องบัญชีม้า ดันไทยสู่ Financial Hub

13 ก.ค. 69 | 09:35 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ค. 69 | 09:44 น.

บอร์ด Connect the Dot เคาะระบบ "CHECK" เชื่อมโยงข้อมูลการเงินไร้รอยต่อ ปิดช่องบัญชีม้า สกัดฟอกเงิน มุ่งเป้าไทยสู่ Financial Hub

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและ ธปท. เปิดตัวระบบ “CHECK” แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบใหม่
  • มีเป้าหมายเพื่อป้องกันและปราบปรามปัญหาบัญชีม้า อาชญากรรมทางการเงิน และการฟอกเงิน โดยจะตรวจสอบข้อมูล 3 มิติ และคุมเข้มกระบวนการรู้จักลูกค้า (KYC)
  • เป็นส่วนหนึ่งของการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลทางการเงิน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) ของภูมิภาค

กระทรวงการคลังเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลการเงินของประเทศ เตรียมเปิดตัวระบบ “CHECK”แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ ที่พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างสมาคมธนาคารไทย กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบธุรกรรมให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการฟอกเงิน บัญชีม้า และอาชญากรรมทางการเงิน ควบคู่กับการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Financial Hub

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการการเชื่อมโยงข้อมูล หรือโครงการ "Connect the Dot" ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เร่งพัฒนาระบบ “CHECK” ซึ่งจะเข้ามาแทนรูปแบบการตรวจสอบข้อมูลกลางเดิม (Data Bureau) เพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ตรวจสอบเข้มข้อมูล 3 มิติ

สำหรับระบบ “CHECK” ถูกออกแบบให้สามารถวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลสำคัญใน 3 มิติ ได้แก่

  1. Profile ตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ทำธุรกรรม
  2. Behavior วิเคราะห์พฤติกรรมการทำธุรกรรมทางการเงิน
  3. Inflow/Outflow ติดตามการเคลื่อนไหวของเงินและสิ่งที่ใช้แทนเงิน เพื่อให้เห็นเส้นทางการไหลของเงินอย่างครบวงจร

นายวินิจ กล่าวว่า จุดเด่นของระบบใหม่คือการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ กระจายศูนย์ (Decentralized Data Sharing)โดยไม่มีการนำข้อมูลทั้งหมดไปจัดเก็บไว้ที่ศูนย์กลางแห่งเดียว แต่เป็นการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายโดยตรง ทำให้ยังคงรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ขณะเดียวกันก็เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบ

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

จากเดิมที่หน่วยงานต้องทำหนังสือขอข้อมูลและแลกเปลี่ยนเอกสารในรูปแบบกระดาษ ระบบใหม่จะเปลี่ยนเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ช่วยลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

คุมเข้มบัญชีม้า-ธุรกรรมคริปโต

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการ Know Your Customer (KYC) สำหรับการเปิดบัญชีเงินฝาก เพื่อยกระดับการตรวจสอบตัวตนและป้องกันการนำบัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้า

ในส่วนของสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ประชุมเห็นความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแล โดยเสนอให้นำหลัก Travel Rule มาใช้ เพื่อให้สามารถติดตามข้อมูลผู้ส่ง ผู้รับ และเส้นทางของธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

ปิดช่องฟอกเงิน สร้างความเชื่อมั่นระบบการเงินไทย

นายวินิจ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการ Connect the Dot คือการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจถูกใช้ในการฟอกเงิน การหลอกลวงทางการเงิน และอาชญากรรมไซเบอร์

ที่ผ่านมา มาตรการของภาครัฐเริ่มเห็นผลอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติความเสียหายจากกลุ่มมิจฉาชีพและสแกมเมอร์มีแนวโน้มลดลง ขณะที่การติดตามและอายัดทรัพย์สินเพื่อนำกลับคืนให้ผู้เสียหายสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

"การพัฒนาระบบ “CHECK” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักลงทุน และผู้ประกอบธุรกิจที่ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งวางรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลทางการเงิน เพื่อรองรับนโยบายการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) ของภูมิภาค"

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อเร่งผลักดันระบบ “CHECK” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด โดยรายละเอียดเชิงเทคนิค แนวทางการเชื่อมโยงข้อมูล และมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติม จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในระยะต่อไป