thansettakij
thansettakij
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

เปิดคิวนายกฯ เยือนมาเลเซีย 9-10 ก.ค. พบอันวาร์ MOU ร่วมมือเกษตร

08 ก.ค. 69 | 05:07 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ค. 69 | 05:12 น.

นายกฯ อนุทิน เตรียมเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ 9-10 ก.ค. นี้ นำคณะหารือความร่วมมือทุกมิติ เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจชายแดน การค้า และความมั่นคง ลงนาม MOU เกษตร มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

KEY

POINTS

  • นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคม เพื่อพบหารือกับนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม
  • การเยือนครั้งนี้จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านความร่วมมือทางการเกษตร เพื่อยกระดับความสัมพันธ์และขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
  • นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศจะร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดใช้งานถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองปูตราจายา และกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อพบหารือกับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยมุ่งยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ และขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตของประชาชน

ปัจจุบันมาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในอาเซียน และเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในทุกมิติ การเยือนครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือเดิมที่มีอยู่ และผลักดันความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนจากภายนอก สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศในระยะยาว

สำหรับประเด็นสำคัญที่ไทยจะผลักดันในการเยือนครั้งนี้ ครอบคลุมความร่วมมือในหลายสาขา ทั้งการส่งเสริมการค้า การลงทุน การเกษตร การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางพลังงาน การพัฒนาระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน การเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

นางสาวรัชดา กล่าวว่า การเยือนมาเลเซียของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการหารือระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่ยังมีผู้แทนระดับสูงจากหลายหน่วยงานร่วมคณะ เพื่อหารือกับหน่วยงานคู่เจรจาของมาเลเซียในประเด็นที่รับผิดชอบด้วย ซึ่งจะช่วยให้สามารถเร่งรัดการเจรจาและหาข้อสรุปร่วมกัน รวมทั้งผลักดันความร่วมมือไปสู่การปฏิบัติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

"นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการทำให้การเยือนต่างประเทศทุกครั้งเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ไม่ใช่เพียงการเยือนเชิงพิธีการ แต่ต้องสามารถแก้ไขปัญหา ลดอุปสรรคในการดำเนินงาน เปิดตลาดและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจไทย อันจะก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน" นางสาวรัชดา กล่าว

สำหรับกำหนดการสำคัญ ในช่วงเช้าของวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ก่อนเดินทางไปเข้าร่วมการหารือกลุ่มเล็ก การหารือเต็มคณะ การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการเกษตร และการแถลงข่าวร่วม ณ สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย (Perdana Putra Complex) เมืองปูตราจายา

จากนั้นในช่วงเย็น นายกรัฐมนตรีมีกำหนดพบหารือกับภาคธุรกิจไทยในมาเลเซียและภาคธุรกิจมาเลเซีย เพื่อรับฟังข้อเสนอ แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันแสวงหาโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทยกับมาเลเซีย

ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางไปยังด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดใช้งานถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นโครงการสำคัญในการยกระดับความเชื่อมโยงชายแดนของทั้งสองประเทศ จากนั้นจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่ฝ่ายมาเลเซียเป็นเจ้าภาพ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ