
'วัชระพล' แจงงบปี 70 ลด 1 หมื่นล้าน ยืนยันไม่กระทบภาคเกษตร
งบเกษตรปี 2570 ลดกว่า 1 หมื่นล้าน 'วัชระพล ขาวขำ' รมช.เกษตรฯ ยอมรับกระทบงานบริหาร แต่ย้ำไม่กระทบเกษตรกร เดินหน้าดึงงบคงค้าง 350 ล้านแก้ปลาหมอคางดำ พร้อมลุยฝนหลวง คุมเผา แก้ลำไยล้นตลาด 5.7 ล้านตัน
KEY
POINTS
- กระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงงบประมาณปี 2570 ลดลงกว่า 10,000 ล้านบาท แต่ยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจที่ช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง
- การปรับลดงบประมาณมาจากการตัดค่าใช้จ่ายด้านการบริหาร โครงการที่สามารถชะลอได้ และงานลงทุนที่ไม่เร่งด่วน
- ภารกิจสำคัญเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงต่อที่ประชุมภายหลังสมาชิกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณของกระทรวง
นายวัชระพล ระบุว่า งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี 2570 ลดลงกว่า 10,000 ล้านบาท โดยยอมรับว่ามีผลกระทบต่อการบริหารภายในองค์กร แต่ยืนยันว่าไม่กระทบต่อภารกิจที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรโดยตรง เนื่องจากเป็นการปรับลดในส่วนค่าใช้จ่ายด้านการบริหาร โครงการที่สามารถชะลอได้ และงานลงทุนที่ไม่เร่งด่วน พร้อมย้ำว่าจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรภายใน เพื่อให้การดำเนินงานยังเดินหน้าได้ภายใต้ข้อจำกัดงบประมาณ
แจงงบคงค้าง 350 ล้าน แก้ปลาหมอคางดำ–จัดหมวดประมงน้ำจืด
ในประเด็นการแก้ปัญหา “ปลาหมอคางดำ” ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งข้อสังเกตว่าไม่ปรากฏงบในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 นั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า รัฐบาลเคยอนุมัติงบกลางไว้ตั้งแต่ปี 2567 จำนวน 450 ล้านบาท เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาดังกล่าว
โดยมีการใช้จ่ายไปแล้วประมาณ 98 ล้านบาท ในช่วงปี 2568–2569 อีกประมาณ 90 ล้านบาท ทำให้ยังคงเหลือกรอบงบกลางราว 350 ล้านบาท ที่สามารถนำมาใช้ดำเนินการต่อได้ พร้อมระบุว่าได้หารือกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดการใช้งบดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
นายวัชระพล ยังระบุเพิ่มเติมว่า แม้ในเอกสารงบประมาณปี 2570 จะไม่ปรากฏชื่อโครงการโดยตรง แต่ถูกจัดอยู่ในหมวดงานด้านประมงน้ำจืด วงเงินประมาณ 19 ล้านบาท ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในรายละเอียดงบประมาณ
เดินหน้าฝนหลวง–คุมเผา–แก้ลำไยล้นตลาด 5.7 ล้านตัน
สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนหลวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า ปีนี้หลายพื้นที่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงและความแห้งแล้งอย่างชัดเจน กระทรวงได้เร่งดำเนินงานปฏิบัติการฝนหลวงและมาตรการสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมในหลายภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และจะรายงานความคืบหน้าต่อสภาในโอกาสต่อไป
ขณะเดียวกัน ในประเด็นการห้ามเผา กระทรวงอยู่ระหว่างปรับมาตรการให้สมดุลมากขึ้น โดยเน้นการสนับสนุนทางเลือกให้เกษตรกรควบคู่กับมาตรการกำกับดูแล เพื่อไม่ให้เป็นการผลักภาระไปที่เกษตรกรเพียงฝ่ายเดียว
ส่วนปัญหาลำไยล้นตลาดในภาคเหนือ กระทรวงเกษตรฯ ได้วางแผนบริหารจัดการผลผลิตกว่า 5.7 ล้านตัน ผ่านคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ เพื่อกระจายผลผลิตและรักษาเสถียรภาพด้านราคา พร้อมย้ำว่ากระทรวงจะบริหารจัดการภายใต้ข้อจำกัดงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกร






