
'อิสริยะ' ชำแหละงบดิจิทัล 3.3 หมื่นล้าน จี้ตั้งบอร์ด AI แห่งชาติ แก้งบซ้ำซ้อน
'อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์' พรรคประชาชน เสนอรัฐเร่งตั้งบอร์ด AI แห่งชาติ หลังชี้งบดิจิทัลปี 70 พุ่ง 3.3 หมื่นล้าน พบหลายโครงการใช้งบซ้ำซ้อน
KEY
POINTS
- นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ชี้งบประมาณด้านดิจิทัลปี 2570 พุ่งสูงกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท แต่มีการจัดสรรงบที่ซ้ำซ้อนและขาดทิศทางที่ชัดเจน
- พบหลายโครงการใช้งบ AI กว่า 2,200 ล้านบาท เป็นเพียงการติดป้าย AI (AI-Washing) เพื่อของบประมาณ เช่น โครงการก่อสร้างอาคาร แต่งบพัฒนา AI ของไทยเองกลับได้น้อยมาก
- ตั้งข้อสังเกตงบ "คลาวด์กลางภาครัฐ" ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 5,000 ล้านบาท แต่หลายหน่วยงานยังคงของบจัดซื้อบริการคลาวด์ซ้ำซ้อนกันอีก
- เสนอให้รัฐบาลเร่งจัดตั้ง "บอร์ด AI แห่งชาติ" เพื่อกำหนดทิศทางนโยบาย บูรณาการการลงทุน และลดความซ้ำซ้อนของโครงการด้านเทคโนโลยี
นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรกรับหลักการ วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตต่อการจัดสรรงบประมาณด้านดิจิทัลของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด พร้อมเสนอให้กำหนดทิศทางการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้ชัดเจน ลดความซ้ำซ้อนของโครงการ และเร่งจัดตั้ง "บอร์ด AI แห่งชาติ" เพื่อกำกับนโยบายและการใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นายอิสริยะกล่าวว่า งบประมาณด้านดิจิทัลปี 2570 มีวงเงินรวมกว่า 33,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 ถึง 28% หรือเกือบหนึ่งในสามของงบเดิม ขณะที่ภาพรวมหลายกระทรวงถูกปรับลดงบประมาณ แต่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) กลับได้รับงบเพิ่มขึ้นถึง 114% จึงเห็นว่ารัฐบาลควรชี้แจงเหตุผลและเป้าหมายของการเพิ่มงบดังกล่าวให้ชัดเจน
ชี้หลายโครงการติดป้าย AI แต่ไม่ได้พัฒนา AI จริง
ปีงบประมาณ 2570 มีหน่วยงานของรัฐ 81 หน่วยงาน เสนอของบในโครงการที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวม 176 โครงการ วงเงินประมาณ 2,200 ล้านบาท แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียดพบว่า หลายโครงการเพียงนำคำว่า "AI" มาใช้เป็นคีย์เวิร์ดในการเสนอของบประมาณ หรือที่เรียกว่า "AI-Washing"
ตัวอย่าง โครงการก่อสร้างอาคารของมหาวิทยาลัยมหิดล วงเงิน 164 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่มีวงเงินสูงที่สุดในกลุ่มงบ AI แต่เป็นงบก่อสร้างอาคารที่มีคำว่า "ปัญญาประดิษฐ์" อยู่ในชื่อโครงการ ไม่ใช่งบพัฒนาเทคโนโลยี AI โดยตรง
นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Fisheries Next ที่ของบเพิ่มเติมเพื่อนำ AI มาใช้ติดตามเรือประมง ทั้งที่เป็นการต่อยอดจากระบบเดิม รวมถึงบางโครงการที่ระบุว่าจะใช้ทั้ง AI, Blockchain และการทำงานของมนุษย์ร่วมกัน จนขาดความชัดเจนด้านเทคนิค
จากการตรวจสอบโครงการ AI ทั้งหมด พบว่ามีเพียงโครงการเดียวที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศไทยเอง คือโครงการ ThaiLLM ของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ซึ่งได้รับงบประมาณเพียง 52 ล้านบาท หรือประมาณ 2.6% ของงบ AI ทั้งหมด จึงเสนอให้รัฐบาลเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้ประเทศไทยเป็น "ผู้สร้าง" เทคโนโลยี ไม่ใช่เพียง "ผู้ซื้อ" จากต่างประเทศ
เตือนจับตา TH-AI Passport ใช้เงินนอกงบประมาณ
นายอิสริยะกล่าวว่า แม้โครงการ TH-AI Passport ระยะที่ 2 วงเงินประมาณ 900 ล้านบาท จะไม่ปรากฏอยู่ในร่างงบประมาณปี 2570 เนื่องจากถูกสำนักงบประมาณตัดออก แต่ยังมีความกังวลว่าโครงการดังกล่าวอาจกลับมาดำเนินการผ่านเงินนอกงบประมาณของกองทุนสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เช่นเดียวกับโครงการระยะที่ 1
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า โครงสร้างคณะกรรมการกองทุนมีผู้บริหารจากหน่วยงานเดียวกับผู้เสนอโครงการ ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาลและการตรวจสอบ จึงเสนอให้มีระบบกำกับดูแลและตรวจสอบการใช้เงินนอกงบประมาณให้โปร่งใสมากขึ้น
ตั้งคำถามงบ Cloud พุ่ง แต่หน่วยงานยังของบซ้ำ
นายอิสริยะกล่าวว่า โครงการ Government Data Center and Cloud Service (GDCC) หรือคลาวด์กลางภาครัฐ ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 1,600 ล้านบาทในปี 2568 เพิ่มเป็น 2,200 ล้านบาทในปี 2569 และเกือบ 5,000 ล้านบาทในปี 2570 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะลงทุนกับคลาวด์กลางจำนวนมาก แต่ยังพบว่าหลายหน่วยงาน รวมถึงหน่วยงานในสังกัดกระทรวง DE เช่น DEPA และ BDI ยังเสนอของบสำหรับบริการ Cloud และ Data Center แยกต่างหาก รวมกว่า 3,500 ล้านบาท จึงเห็นว่ารัฐบาลควรทบทวนการบริหารจัดการคลาวด์กลาง เพื่อลดการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรภาครัฐ
ขอทบทวนงบ Cyber Security และไอทีรัฐสภา
นายอิสริยะกล่าวว่า งบด้าน Cyber Security ในปี 2570 มีวงเงินรวมประมาณ 2,300 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐยังประสบปัญหาข้อมูลรั่วไหลและการถูกโจมตีทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่งบประเภทนี้เป็นงบที่ประเมินความคุ้มค่าได้ยาก เนื่องจากไม่มีราคากลางที่ชัดเจน จึงเสนอให้มีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่สามารถตรวจสอบได้
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า รัฐสภามีการเสนอของบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศรวมกว่า 500 ล้านบาท ทั้งในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่น พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความคุ้มค่าและความโปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้าง
เสนอเร่งตั้งบอร์ด AI แห่งชาติ วางทิศทางประเทศ
นายอิสริยะ กล่าวว่า ปัจจุบันงบประมาณด้านดิจิทัลที่มีวงเงินสูงที่สุด คือการจัดซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์กว่า 11,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของงบด้านดิจิทัลทั้งหมด จึงเห็นว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการงบประมาณด้านเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ
พร้อมเสนอให้เร่งจัดตั้ง "บอร์ด AI แห่งชาติ" เพื่อกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ บูรณาการการลงทุนของหน่วยงานต่าง ๆ ลดความซ้ำซ้อนของโครงการ และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในงานวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีของไทย
"ในอดีตการทุจริตอาจเกิดขึ้นผ่านโครงการก่อสร้าง แต่ในอนาคต งบประมาณด้านดิจิทัลอาจกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงใหม่ หากไม่มีระบบกำกับดูแลที่ดี เพราะเป็นงบที่กำหนดราคากลางได้ยากและประเมินความคุ้มค่าไม่ง่าย ดังนั้นรัฐบาลควรมองดิจิทัลเป็นเครื่องมือยกระดับศักยภาพประเทศ ไม่ใช่เพียงการใช้งบประมาณที่ขาดทิศทาง"






