thansettakij
thansettakij
ผ่างบฯการศึกษาไทยปี 70 'วงเงิน 4.9 แสนล้าน' มหา'ลัยไหนได้มากสุด-น้อยสุด

ผ่างบฯการศึกษาไทยปี 70 'วงเงิน 4.9 แสนล้าน' มหา'ลัยไหนได้มากสุด-น้อยสุด

29 มิ.ย. 69 | 06:30 น.
อัปเดตล่าสุด :29 มิ.ย. 69 | 06:43 น.

วิเคราะห์ลึกร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 เมื่อ ‘ศธ.’ ได้ไปต่อแต่ ‘อว.’ ถูกหั่นงบสวนทางยุทธศาสตร์ชาติ ผ่าขุมทรัพย์ 4.9 แสนล้าน ส่องอันดับมหาวิทยาลัย-โรงเรียน ใครคือตัวจริงในยุค Skill Bridge?

KEY

POINTS

  • งบประมาณการศึกษาปี 2570 มีวงเงินรวมประมาณ 4.9 แสนล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน โดยงบกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพิ่มขึ้น แต่กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) ถูกปรับลดลง 4.5%
  • มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นสถาบันที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุดที่ 14,458.8 ล้านบาท แม้จะถูกปรับลดลงจากปีก่อนหน้า
  • มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ได้รับการปรับลดงบประมาณลง โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดเป็นหนึ่งในสถาบันที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดในกลุ่มที่ถูกจัดอันดับ (292.3 ล้านบาท)

ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินรวม 3,788,000 ล้านบาท รัฐบาลได้จัดลำดับความสำคัญให้กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างเข้มข้น ทว่าเมื่อพิจารณาในรายละเอียดของสองกระทรวงหลักที่เป็นหัวใจของการสร้างชาติอย่าง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กลับพบความย้อนแย้งของตัวเลขที่น่าสนใจ

เมื่อกระทรวงหนึ่งได้รับงบเพิ่มขึ้น ขณะที่อีกกระทรวงหนึ่งกลับถูกปรับลดลง ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่บีบให้ไทยต้องเร่งสร้าง "Skill Bridge" หรือสะพานเชื่อมทักษะสู่ตลาดแรงงาน

ผ่างบ ‘กระทรวงศึกษาธิการ’ (ศธ.): ขาขึ้น 3.59 แสนล้าน

กระทรวงศึกษาธิการยังคงเป็นกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงเป็นอันดับต้นๆ โดยในปี 2570 ได้รับงบรวมทั้งสิ้น 359,576.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2569 จำนวน 4,580.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.3%

โครงสร้างงบประมาณ ศธ. แบ่งตามงบรายจ่ายได้ดังนี้

  • งบบุคลากร: 229,950.9 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นเงินเดือนครู)
  • งบเงินอุดหนุน: 94,064.5 ล้านบาท (ใช้ในโครงการเรียนฟรี 15 ปี และค่ารายหัวนักเรียน)
  • งบดำเนินงาน: 13,371.1 ล้านบาท
  • งบลงทุน: 11,561.8 ล้านบาท
  • งบรายจ่ายอื่น: 10,628.6 ล้านบาท

ยุทธศาสตร์หลักของ ศธ. มุ่งไปที่การลดความเหลื่อมล้ำผ่าน "เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ" และนโยบาย "Anywhere Anytime" ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

กระทรวงศึกษาธิการ สามารถจำแนกรายละเอียดงบประมาณของแต่ละหน่วยงานในสังกัด เรียงตามลำดับจากมากไปน้อยได้ดังนี้

  • สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.): ได้รับงบประมาณ 276,232.3 ล้านบาท (ครองส่วนแบ่งงบประมาณสูงสุดของกระทรวง) โดยเพิ่มขึ้น 6,035.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2569
  • สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ: ได้รับงบประมาณ 39,620.2 ล้านบาท โดยลดลง 1,620.9 ล้านบาท
  • สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.): ได้รับงบประมาณ 27,736.8 ล้านบาท โดยลดลง 233.4 ล้านบาท
  • กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.): ได้รับงบประมาณ 12,153.0 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 148.1 ล้านบาท
  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.): ได้รับงบประมาณ 2,396.2 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 227.8 ล้านบาท
  • สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทศ.): ได้รับงบประมาณ 453.9 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 23.4 ล้านบาท
  • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์: ได้รับงบประมาณ 353.0 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 0.4 ล้านบาท
  • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.): ได้รับงบประมาณ 216.9 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 58.7 ล้านบาท
  • สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา: ได้รับงบประมาณ 176.4 ล้านบาท โดยลดลง 24.2 ล้านบาท
  • สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา: ได้รับงบประมาณ 149.0 ล้านบาท โดยลดลง 22.7 ล้านบาท
  • สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.): ได้รับงบประมาณ 89.2 ล้านบาท โดยลดลง 12.0 ล้านบาท

เจาะงบ ‘กระทรวง อว.’: ขาลงสวนทางนวัตกรรม

เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่กระทรวง อว. ซึ่งควรเป็นหัวหอกด้านการวิจัยกลับถูกปรับลดงบประมาณลง โดยในปี 2570 ได้รับงบรวม 133,942.6 ล้านบาท ลดลงจากปี 2569 จำนวน 6,258.4 ล้านบาท หรือลดลงถึง 4.5%

โครงสร้างงบประมาณ อว. แบ่งตามงบรายจ่ายได้ดังนี้

  • งบเงินอุดหนุน: 114,114.1 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นงบรายหัวมหาวิทยาลัย)
  • งบลงทุน: 8,759.6 ล้านบาท
  • งบบุคลากร: 8,266.4 ล้านบาท
  • งบดำเนินงาน: 1,568.8 ล้านบาท
  • งบรายจ่ายอื่น: 1,233.7 ล้านบาท

เมื่อเจาะลึกการจัดสรรงบประมาณรวม 133,942.6 ล้านบาท ซึ่งปรับ ลดลงจากปี 2569 จำนวน 6,258.4 ล้านบาท หรือลดลง 4.5% สามารถจำแนกงบประมาณรายหน่วยงาน (หน่วยรับงบประมาณ) ในสังกัด อว. โดยเปรียบเทียบกับปี 2569 ดังนี้

ส่วนราชการและหน่วยงานกลาง

  • สำนักงานปลัดกระทรวง อว.: 8,184.8 ลบ. (ลดลง 2,133.9)
  • กรมวิทยาศาสตร์บริการ: 469.9 ลบ. (เพิ่มขึ้น 61.4)
  • สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.): 489.6 ลบ. (ลดลง 94.2)
  • สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.): 426.0 ลบ. (ลดลง 32.5)
  • สถาบันวิทยาลัยชุมชน: 806.2 ลบ.

สถาบันเฉพาะทางและองค์การมหาชนด้านวิจัย

  • สวทช. (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ): 4,834.0 ลบ. (ลดลง 357.2)
  • สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.): 2,164.9 ลบ. (ลดลง 50.2)
  • สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ: 412.7 ลบ. (ลดลง 6.9)
  • สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิราฯ: 340.1 ลบ. (ลดลง 19.0)
  • สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา: 237.9 ลบ. (ลดลง 11.1)
  • สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา: 154.7 ลบ. (ลดลง 53.6)
  • สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.): 432.8 ลบ. (ลดลง 14.4)
  • สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.): 436.2 ลบ. (ลดลง 4.4)
  • สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน: 414.4 ลบ. (ลดลง 18.9)
  • สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.): 410.3 ลบ. (ลดลง 42.2)
  • สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.): 380.8 ลบ. (ลดลง 13.3)
  • สทอภ. (GISTDA): 985.1 ลบ. (ลดลง 192.8)
  • สกสว. (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ฯ): 225.4 ลบ. (เพิ่มขึ้น 1.6)
  • สอวช. (สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาฯ): 206.6 ลบ. (เพิ่มขึ้น 0.3)
  • ศลช. (สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์): 219.5 ลบ. (ลดลง 13.8)
  • บพข. (สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมฯ): 127.3 ลบ. (หน่วยงานใหม่/จัดสรรครั้งแรก)

ภาพรวมงบการศึกษา 2 กระทรวง: หดตัวเล็กน้อย 0.34%

เมื่อนำงบประมาณของทั้งสองกระทรวงมารวมกัน จะมียอดรวมอยู่ที่ 493,519.5 ล้านบาท โดยในภาพรวมมียอด ลดลงสุทธิ 1,678 ล้านบาท หรือหดตัวประมาณ 0.34% เมื่อเทียบกับปี 2569 ที่ได้รับรวมกัน 495,197.9 ล้านบาท

เปิดโผจัดอันดับงบประมาณมหาวิทยาลัย-สถาบันการศึกษา

กลุ่มนี้เป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุด โดยส่วนใหญ่มีแนวโน้มถูกปรับลดงบประมาณลงจากปี 2569 จากมากสุดไปหาน้อยสุดดังนี้

  1. มหาวิทยาลัยมหิดล: 14,458.8 ล้านบาท (ลดลง 758.8 ล้านบาท),
  2. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: 6,010.7 ล้านบาท (ลดลง 171.9 ล้านบาท),
  3. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: 5,951.1 ล้านบาท (ลดลง 39.1 ล้านบาท),
  4. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: 5,858.5 ล้านบาท (ลดลง 254.9 ล้านบาท),
  5. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์: 5,310.4 ล้านบาท (ลดลง 207.6 ล้านบาท),
  6. มหาวิทยาลัยขอนแก่น: 5,159.9 ล้านบาท (ลดลง 357.5 ล้านบาท),
  7. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ: 4,552.3 ล้านบาท (ลดลง 229.8 ล้านบาท),
  8. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์: 4,486.8 ล้านบาท (ลดลง 351.1 ล้านบาท),
  9. มหาวิทยาลัยนเรศวร: 2,499.8 ล้านบาท (ลดลง 84.5 ล้านบาท),
  10. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง: 2,164.9 ล้านบาท (ลดลง 50.2 ล้านบาท),
  11. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ: 2,089.1 ล้านบาท (ลดลง 27.5 ล้านบาท),
  12. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง: 2,042.1 ล้านบาท (ลดลง 75.3 ล้านบาท),
  13. มหาวิทยาลัยบูรพา: 1,991.7 ล้านบาท (ลดลง 48.5 ล้านบาท),
  14. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี: 1,989.9 ล้านบาท (ลดลง 120.5 ล้านบาท),
  15. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย: 1,938.8 ล้านบาท (ลดลง 74.0 ล้านบาท),
  16. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์: 1,749.2 ล้านบาท (ลดลง 88.3 ล้านบาท),
  17. มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ): 1,716.8 ล้านบาท (ลดลง 137.1 ล้านบาท)
  18. มหาวิทยาลัยศิลปากร: 1,653.1 ล้านบาท (ลดลง 47.9 ล้านบาท),
  19. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี: 1,584.2 ล้านบาท (ลดลง 21.4 ล้านบาท),
  20. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม: 1,465.2 ล้านบาท (ลดลง 63.4 ล้านบาท),
  21. มหาวิทยาลัยแม่โจ้: 1,399.9 ล้านบาท (ลดลง 55.5 ล้านบาท),
  22. มหาวิทยาลัยพะเยา: 1,329.1 ล้านบาท (ลดลง 67.3 ล้านบาท),
  23. มหาวิทยาลัยรามคำแหง: 1,273.3 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 115.4 ล้านบาท),
  24. มหาวิทยาลัยทักษิณ: 1,173.9 ล้านบาท (ลดลง 35.6 ล้านบาท),
  25. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต: 1,096.3 ล้านบาท (ลดลง 33.0 ล้านบาท),
  26. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี: 883.7 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 16.9 ล้านบาท),
  27. สถาบันวิทยาลัยชุมชน: 806.2 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 43.4 ล้านบาท),
  28. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย: 793.5 ล้านบาท (ลดลง 22.7 ล้านบาท),
  29. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช: 743.6 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 39.9 ล้านบาท),
  30. มหาวิทยาลัยนครพนม: 738.0 ล้านบาท (ลดลง 14.4 ล้านบาท),
  31. มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์: 636.0 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาท),
  32. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA): 635.9 ล้านบาท (ลดลง 18.3 ล้านบาท),
  33. มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์: 486.1 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 48.3 ล้านบาท),

กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) เรียงจากมากสุดไปหาน้อยสุด ดังนี้

  1. มทร. ธัญบุรี: 1,500.3 ล้านบาท (ลดลง 29.1 ล้านบาท),
  2. มทร. อีสาน: 1,483.2 ล้านบาท (ลดลง 37.7 ล้านบาท),
  3. มทร. ล้านนา: 1,411.9 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 120.8 ล้านบาท),
  4. มทร. ศรีวิชัย: 926.7 ล้านบาท (ลดลง 11.7 ล้านบาท),
  5. มทร. สุวรรณภูมิ: 830.8 ล้านบาท (ลดลง 60.1 ล้านบาท),
  6. มทร. รัตนโกสินทร์: 806.8 ล้านบาท (ลดลง 25.1 ล้านบาท),
  7. มทร. ตะวันออก: 777.2 ล้านบาท (ลดลง 41.8 ล้านบาท),
  8. มทร. พระนคร: 769.5 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 11.4 ล้านบาท),
  9. มทร. กรุงเทพ: 747.8 ล้านบาท (ลดลง 18.8 ล้านบาท),

กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เรียงจากมากสุดไปหาน้อยสุด ดังนี้

  1. มรภ. สวนสุนันทา: 886.5 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 24.1 ล้านบาท),
  2. มรภ. เชียงใหม่: 752.9 ล้านบาท (ลดลง 17.7 ล้านบาท),
  3. มรภ. สุราษฎร์ธานี: 715.6 ล้านบาท (ลดลง 25.8 ล้านบาท),
  4. มรภ. เพชรบุรี: 679.7 ล้านบาท (ลดลง 40.3 ล้านบาท),
  5. มรภ. อุดรธานี: 660.8 ล้านบาท (ลดลง 2.1 ล้านบาท),
  6. มรภ. เชียงราย: 643.8 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 13.8 ล้านบาท),
  7. มรภ. พิบูลสงคราม: 637.5 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 33.5 ล้านบาท),
  8. มรภ. บ้านสมเด็จเจ้าพระยา: 630.9 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4.2 ล้านบาท),
  9. มรภ. นครสวรรค์: 617.0 ล้านบาท (ลดลง 40.4 ล้านบาท),
  10. มรภ. วไลยอลงกรณ์ฯ: 607.4 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4.3 ล้านบาท),
  11. มรภ. อุบลราชธานี: 601.3 ล้านบาท (ลดลง 40.6 ล้านบาท),
  12. มรภ. นครปฐม: 590.4 ล้านบาท (เท่ากับปี 2569),
  13. มรภ. พระนคร: 580.4 ล้านบาท (ลดลง 17.2 ล้านบาท),
  14. มรภ. จันทรเกษม: 580.0 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 11.5 ล้านบาท),
  15. มรภ. นครราชสีมา: 576.4 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2.6 ล้านบาท),
  16. มรภ. สงขลา: 566.2 ล้านบาท (ลดลง 6.1 ล้านบาท),
  17. มรภ. สกลนคร: 550.7 ล้านบาท (ลดลง 0.3 ล้านบาท),
  18. มรภ. นครศรีธรรมราช: 516.0 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 13.4 ล้านบาท),
  19. มรภ. รำไพพรรณี: 506.0 ล้านบาท (ลดลง 10.4 ล้านบาท),
  20. มรภ. สุรินทร์: 503.0 ล้านบาท (ลดลง 13.0 ล้านบาท),
  21. มรภ. ยะลา: 502.6 ล้านบาท (ลดลง 2.4 ล้านบาท),
  22. มรภ. อุตรดิตถ์: 500.3 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาท),
  23. มรภ. ลำปาง: 488.0 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5.6 ล้านบาท),
  24. มรภ. บุรีรัมย์: 487.7 ล้านบาท (ลดลง 22.6 ล้านบาท),
  25. มรภ. มหาสารคาม: 486.9 ล้านบาท (ลดลง 6.7 ล้านบาท),
  26. มรภ. ราชนครินทร์: 438.0 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.0 ล้านบาท),
  27. มรภ. เพชรบูรณ์: 435.7 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7.3 ล้านบาท),
  28. มรภ. กำแพงเพชร: 434.3 ล้านบาท (ลดลง 20.1 ล้านบาท),
  29. มรภ. ภูเก็ต: 432.4 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4.8 ล้านบาท),
  30. มรภ. เลย: 425.0 ล้านบาท (ลดลง 7.5 ล้านบาท),
  31. มรภ. เทพสตรี: 423.2 ล้านบาท (ลดลง 10.5 ล้านบาท),
  32. มรภ. พระนครศรีอยุธยา: 412.9 ล้านบาท (ลดลง 28.7 ล้านบาท),
  33. มรภ. กาญจนบุรี: 408.9 ล้านบาท (ลดลง 18.7 ล้านบาท),
  34. มรภ. หมู่บ้านจอมบึง: 408.1 ล้านบาท (ลดลง 6.9 ล้านบาท),
  35. มรภ. ธนบุรี: 398.9 ล้านบาท (ลดลง 17.8 ล้านบาท),
  36. มรภ. ชัยภูมิ: 324.2 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาท),
  37. มรภ. ศรีสะเกษ: 322.8 ล้านบาท (ลดลง 46.8 ล้านบาท),
  38. มรภ. ร้อยเอ็ด: 292.3 ล้านบาท (ลดลง 11.3 ล้านบาท),

สถาบันการศึกษาเฉพาะทางและโรงเรียนพิเศษ เรียงจากมากสุดไปหาน้อยสุด ดังนี้

  1. โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (สังกัด ศธ.): 353.0 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 0.4 ล้านบาท)
  2. สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย: 340.1 ล้านบาท (ลดลง 19.0 ล้านบาท),
  3. สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน: 323.6 ล้านบาท (ลดลง 18.1 ล้านบาท),
  4. สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา: 237.9 ล้านบาท (ลดลง 11.1 ล้านบาท),
  5. สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา: 154.7 ล้านบาท (ลดลง 53.6 ล้านบาท),

สรุปภาพรวม มหาวิทยาลัย-สถาบันการอุดมศึกษา ส่วนใหญ่ในสังกัด อว. มีงบประมาณลดลงตามทิศทางของกระทรวงที่ลดลง 4.5% โดยสถาบันที่ได้รับงบประมาณลดลงสูงสุดคือ มหาวิทยาลัยมหิดล ขณะที่มีบางแห่งได้รับงบเพิ่มขึ้นสวนกระแส เช่น มทร. ล้านนา, มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ มรภ. สวนสุนันทา

โฟกัสนโยบาย: มุ่งเน้น "Life-long Learning" และ "Skill Bridge"

จากเอกสารงบประมาณฉบับประชาชน ระบุว่า รัฐบาลชุดนี้มุ่งเน้นการจัดทำงบประมาณแบบ "แม่นยำ ตรงเป้าหมาย" (Precisely Targeted Budgeting) โดยทิศทางงบการศึกษาปี 2570 มี 3 เสาหลักที่ชัดเจน

Skill Bridge: ปรับหลักสูตรให้ยืดหยุ่นเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที โดยเฉพาะอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

National Credit Bank: พัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิตกลาง เพื่อให้คนวัยทำงานสะสมประสบการณ์และเทียบโอนความรู้มาเป็นวุฒิการศึกษาได้

Digital Transformation: งบประมาณถูกเทไปที่การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่าน Thai-MOOC และ E-Workforce Ecosystem เพื่อให้คนไทย Up-skill และ Re-skill ได้ตลอดชีวิต