
“สรรเพชญ"ลุยภูเก็ตเร่งแก้ปมคมนาคมครบวงจร ยกระดับเมืองท่องเที่ยวโลก
“สรรเพชญ" ลุยภูเก็ตเร่งแก้ปมคมนาคมครบวงจร ดัน Smart Pier-ท่าเรือสำราญ เร่งทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง ลดรถติด ยกระดับเมืองท่องเที่ยวโลก
KEY
POINTS
- รมช.คมนาคม "สรรเพชญ" ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตาม 6 โครงการสำคัญเพื่อแก้ปัญหาคมนาคมครบวงจร ทั้งทางบก ทางน้ำ และการขนส่งสาธารณะ
- เร่งรัดโครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง และปรับปรุงโครงข่ายถนนสายหลักเพื่อลดปัญหาการจราจรและเพิ่มความปลอดภัย
- พัฒนาท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตให้สามารถรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ และผลักดันระบบ "Phuket Smart Pier" เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวทางทะเล
- จัดระเบียบการให้บริการแท็กซี่สนามบินและเรือเจ็ตสกี เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและป้องกันการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว
กระทรวงคมนาคมเดินหน้าเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของจังหวัดภูเก็ต ทั้งทางบก ทางน้ำ และระบบขนส่งสาธารณะ โดย "สรรเพชญ บุญญามณี" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตาม 6 โครงการสำคัญ ตั้งแต่การจัดระเบียบเรือเจ็ตสกีและแท็กซี่
การผลักดันระบบ "Phuket Smart Pier" การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกรองรับเรือสำราญระดับโลก ไปจนถึงเร่งรัดโครงการทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง และปรับปรุงโครงข่ายถนนสายหลัก เพื่อลดปัญหาการจราจร ยกระดับความปลอดภัย และรองรับการเติบโตของเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ
ลงพื้นที่ 6 จุดติดตามโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า กรมการขนส่งทางบก การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการคมนาคมและความคืบหน้าโครงการสำคัญ รวม 6 จุด ครอบคลุมทั้งระบบขนส่งทางบก ทางน้ำ และท่าอากาศยาน
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นจังหวัดเศรษฐกิจและศูนย์กลางการท่องเที่ยวของฝั่งอันดามัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมจึงต้องดำเนินควบคู่กันทั้งด้านความปลอดภัย ความสะดวกในการเดินทาง และการรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สั่งตรวจเข้มเจ็ตสกีสร้างมาตรฐานความปลอดภัยชายหาด
จุดแรกของการลงพื้นที่ คณะได้ตรวจการให้บริการเรือเจ็ตสกีบริเวณชายหาดป่าตอง ซึ่งปัจจุบันมีเรือที่จดทะเบียนถูกต้องจำนวน 384 ลำ
รมช.คมนาคมกำชับให้กรมเจ้าท่าและหน่วยงานในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเรือที่ไม่มีใบอนุญาต ใบอนุญาตหมดอายุ การให้บริการนอกพื้นที่ที่กำหนด และการรุกล้ำเขตเล่นน้ำของนักท่องเที่ยว พร้อมเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย ทั้งการจัดเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด กล้องวงจรปิด และระบบไฟส่องสว่าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว
ดัน “Phuket Smart Pier”ยกระดับท่าเรืออัจฉริยะ
จากนั้น นายสรรเพชญ ได้ลงพื้นที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง รับฟังข้อเสนอจากผู้ประกอบการเกี่ยวกับการเพิ่มเจ้าหน้าที่ช่วยผูกเรือ การจัดพื้นที่พักคอยหลบฝน และการแก้ไขปัญหาการซื้อขายหรือให้เช่าทุ่นจอดเรือ
พร้อมมอบหมายกรมเจ้าท่าเร่งจัดระเบียบพื้นที่และตรวจสอบการใช้ทุ่นจอดเรือให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ ยังผลักดันโครงการ "Phuket Smart Pier" ซึ่งจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมโยงข้อมูลเรือ ผู้โดยสาร ใบอนุญาตเดินเรือ กล้องวงจรปิด และข้อมูลสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ผ่านระบบ Port Control เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการท่าเรือและยกระดับความปลอดภัย โดยมีกำหนดเริ่มใช้งานในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2569
คณะยังได้ตรวจเยี่ยมเรือกู้ภัยทางทะเลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ซึ่งใช้สำหรับภารกิจค้นหา ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และดับเพลิงทางทะเล เพื่อเสริมศักยภาพการรับมือเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเล
เร่งพัฒนาท่าเรือน้ำลึกรองรับเรือสำราญระดับโลก
อีกหนึ่งโครงการสำคัญ คือ การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต โดยนายสรรเพชญได้หารือร่วมกับกรมเจ้าท่าและผู้รับสัมปทาน เพื่อกำหนดแนวทางยกระดับท่าเรือ ให้สามารถรองรับอุตสาหกรรมเรือสำราญที่กำลังเติบโต
แผนพัฒนาประกอบด้วย 3 ระยะ ได้แก่ การปรับปรุงร่องน้ำและหลักผูกเรือ การขยายพื้นที่กลับลำเรือ และการก่อสร้าง Mega Cruise Terminal ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับเรือสำราญขนาดมากกว่า 150,000 ตันกรอส และผู้โดยสารประมาณ 3,000-4,500 คนต่อเที่ยว
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเปิดใช้งานมานานกว่า 30 ปี ถึงเวลาต้องยกระดับให้สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลของฝั่งอันดามัน และเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของเรือสำราญระดับโลก
เร่งดันทางพิเศษกะทู้-ป่าตอง ชง ครม.ปลายปีนี้
สำหรับโครงการทางพิเศษกะทู้-ป่าตอง ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนและภาคธุรกิจติดตามมาอย่างต่อเนื่อง นายสรรเพชญยืนยันว่า รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันโครงการอย่างเต็มที่ และคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569
พร้อมกำชับให้การปรับรูปแบบโครงการเพื่อควบคุมงบประมาณ ไม่กระทบต่อมาตรฐานด้านความปลอดภัย
นอกจากนี้ ได้มอบหมายการทางพิเศษแห่งประเทศไทยศึกษาการปรับลดอัตราค่าผ่านทาง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงโครงการได้มากขึ้น โดยมีอัตราเบื้องต้น ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 10 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 20 บาท รถบรรทุก 6-10 ล้อ 40 บาท และรถขนาดใหญ่กว่า 10 ล้อ 60 บาท
เร่งแก้จุดกลับรถ-ลดอุบัติเหตุบนสาย 402
รมช.คมนาคมยังติดตามโครงการปรับปรุงจุดกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 402 บริเวณท่าเรือเกาะแก้ว ซึ่งกรมทางหลวงเสนอของบประมาณปี 2570 วงเงินกว่า 600 ล้านบาท
โครงการครอบคลุมการปรับปรุงผิวจราจร จุดกลับรถ ระบบระบายน้ำ ทางเท้า และระบบตรวจจับสภาพการจราจร รวมระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร
ปัจจุบันได้รับงบประมาณดำเนินการระยะแรกแล้ว 2 จุด และมีแผนขยายให้ครบ 9 จุดทั่วจังหวัด โดยตั้งเป้าเปิดใช้งานจุดกลับรถบริเวณท่าเรือเกาะแก้วได้ภายในปี 2571 เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง
จัดระเบียบแท็กซี่สนามบินป้องกันเอาเปรียบนักท่องเที่ยว
จุดสุดท้าย นายสรรเพชญ ลงพื้นที่ท่าอากาศยานภูเก็ต เพื่อตรวจสอบการจัดระเบียบรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะ
โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้รถที่จดทะเบียนถูกต้อง มีประกันภัย และสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่ได้ พร้อมตรวจสอบอัตราค่าโดยสารผ่านระบบแอปพลิเคชัน เพื่อป้องกันการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินจริงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ยกระดับภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวโลก
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ครอบคลุมทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่กระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงการติดตามโครงการโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ซึ่งหลังจากนี้จะมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดกรอบเวลาการดำเนินงานและผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน
“เป้าหมายสำคัญ คือ การยกระดับระบบคมนาคมของภูเก็ตให้มีความปลอดภัย สะดวก คล่องตัว และสามารถรองรับการเติบโตของเมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในมิติของการเดินทาง การท่องเที่ยว และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ" นายสรรเพชญ กล่าว






