
ต่างชาติแห่ลงทุนไทย 5 เดือนแรกปี 69 ทะลุ 1.54 แสนล้านบาท พุ่ง 73%
ไทยเนื้อหอม ต่างชาติลงทุน 5 เดือนแรกปี 2569 แตะ 1.54 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากปีก่อน สหรัฐฯ จีน สิงคโปร์ นำทัพลงทุน ขณะที่ EEC ยังเป็นแม่เหล็กดึงเม็ดเงิน
KEY
POINTS
- ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-พ.ค.) การลงทุนจากต่างชาติในไทยมีมูลค่ารวม 153,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- มีการอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจจำนวน 528 ราย เพิ่มขึ้น 24% ส่งผลให้เกิดการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้น 48%
- นักลงทุน 5 อันดับแรก (เรียงตามจำนวนบริษัท) ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกง โดยการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ EEC และผ่านการส่งเสริมของ BOI
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนของคนต่างชาติในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 528 ราย
แบ่งเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 121 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 407 ราย ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 153,558 ล้านบาท
สหรัฐฯ ครองแชมป์ลงทุนไทย จีน-สิงคโปร์ตามติด
5 อันดับแรกของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย ได้แก่
1. สหรัฐอเมริกา 87 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,982 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม
- ธุรกิจโฆษณา
- ธุรกิจบริการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง บำรุงรักษาและซ่อมแซมโครงสร้างและชั้นวางสินค้าที่ทำจากโลหะ
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ชิ้นส่วนเหล็กหล่อขึ้นรูป เม็ดพลาสติก เป็นต้น
2. จีน 85 ราย คิดเป็น 16% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 30,023 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจผลิตเครื่องประดับที่ทำจากเงิน
- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น อุปกรณ์ระบบส่องสว่าง เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด สายสวนบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ
- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ท่อเหล็กและชิ้นส่วนโลหะ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ Printed Circuit Board Assembly (PCBA)
3. สิงคโปร์ 74 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 36,529 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น น้ำยาฟอกไต ชิ้นส่วนรถยนต์ แบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะ
- ธุรกิจบริการ Data Center
- ธุรกิจบริการบริหารจัดการด้านคลังสินค้าและติดต่อประสานงานผู้ให้บริการด้านการขนส่งและกระจายสินค้า
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น โลหะมีค่ารีไซเคิลและโลหะรีไซเคิล โลหะหล่อขึ้นรูป ชิ้นส่วนสำหรับระบบโทรคมนาคมแบบใยแก้วนำแสง
4. ญี่ปุ่น 71 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 27,260 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค
- ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า
- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ และแม่พิมพ์ปั๊มโลหะ
5. ฮ่องกง 48 ราย คิดเป็น 9% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 9,295 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค
- ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ติดตั้งและทดสอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานลม
- ธุรกิจบริการพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น โลหะหล่อขึ้นรูป สวิตช์สำหรับยานพาหนะ และผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม
มูลค่าลงทุนพุ่ง 73% จ้างงานคนไทยเพิ่มเกือบครึ่ง
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 102 ราย หรือ 24% จาก 426 ราย เป็น 528 ราย
ขณะที่มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 64,615 ล้านบาท หรือ 73% จาก 88,943 ล้านบาท เป็น 153,558 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 3,788 คน เพิ่มขึ้น 1,230 คน หรือ 48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการจ้างงาน 2,558 คน
BOI ดึงเม็ดเงินลงทุนทะลุ 1 แสนล้านบาท
การลงทุนของต่างชาติส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 254 ราย คิดเป็น 48% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 528 ราย มูลค่าลงทุน 101,658 ล้านบาท
สอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร
3 กลุ่มธุรกิจเด่นที่ต่างชาติเลือกลงทุนผ่าน BOI
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Aircraft Engine Case เครื่องจักรอัตโนมัติ และชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งช่วยยกระดับการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
- ธุรกิจบริการมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (IPO) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการค้าการลงทุนระดับภูมิภาค
- ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น Data Center และบริการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์ม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services
EEC ยังแรง ต่างชาติลงทุนเกือบ 6 หมื่นล้านบาท
สำหรับการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุน 161 ราย คิดเป็น 30% ของนักลงทุนต่างชาติทั้งหมดในไทย เพิ่มขึ้น 32 ราย หรือ 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
มีมูลค่าการลงทุนรวม 59,939 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด
ประกอบด้วย
- จีน 53 ราย ลงทุน 24,640 ล้านบาท
- ญี่ปุ่น 23 ราย ลงทุน 8,419 ล้านบาท
- สิงคโปร์ 20 ราย ลงทุน 9,940 ล้านบาท
- ประเทศอื่น ๆ 65 ราย ลงทุน 16,940 ล้านบาท
ธุรกิจที่ได้รับความสนใจลงทุนใน EEC ได้แก่
- ธุรกิจซ่อมบำรุง Aircraft Nacelle และชิ้นส่วนของ Nacelle ของอากาศยานทางการทหาร
- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น พัดลมสำหรับการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุและเคมีภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์
- ธุรกิจบริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์โทรคมนาคมสำหรับระบบใยแก้วนำแสง
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรอัตโนมัติ และ Printed Circuit Board Assembly (PCBA)
เดือน พ.ค. ต่างชาติลงทุนใหม่ 90 ราย
เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 90 ราย แบ่งเป็นการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 23 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 67 ราย
มีเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 24,226 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีน สิงคโปร์ และไต้หวันตามลำดับ
มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 333 คน พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้เฉพาะทางให้แก่คนไทย เช่น
- องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม
- องค์ความรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
- องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนา AI Model เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน
ธุรกิจเด่นที่ได้รับอนุญาตในเดือนพฤษภาคม
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมในการออกแบบและติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตก๊าซอุตสาหกรรม
- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น น้ำยาฟอกไต ริบบอนถ่ายโอนความร้อน (Thermal Transfer Ribbon) และอุปกรณ์ระบบส่องสว่าง
- ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้ง ซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบถังเก็บและท่อส่งอีเทนเหลว สำหรับโครงการสถานีเก็บอีเทนเหลว
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และตู้โลหะสำหรับบรรจุอุปกรณ์ไฟฟ้า







