thansettakij
thansettakij
ต่างชาติลงทุน 5 เดือนแรกปี 2569 แตะ 1.54 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 73%

ต่างชาติแห่ลงทุนไทย 5 เดือนแรกปี 69 ทะลุ 1.54 แสนล้านบาท พุ่ง 73%

20 มิ.ย. 69 | 09:02 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มิ.ย. 69 | 09:12 น.

ไทยเนื้อหอม ต่างชาติลงทุน 5 เดือนแรกปี 2569 แตะ 1.54 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากปีก่อน สหรัฐฯ จีน สิงคโปร์ นำทัพลงทุน ขณะที่ EEC ยังเป็นแม่เหล็กดึงเม็ดเงิน

KEY

POINTS

  • ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-พ.ค.) การลงทุนจากต่างชาติในไทยมีมูลค่ารวม 153,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • มีการอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจจำนวน 528 ราย เพิ่มขึ้น 24% ส่งผลให้เกิดการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้น 48%
  • นักลงทุน 5 อันดับแรก (เรียงตามจำนวนบริษัท) ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกง โดยการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ EEC และผ่านการส่งเสริมของ BOI

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนของคนต่างชาติในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 528 ราย

แบ่งเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 121 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 407 ราย ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ  โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 153,558 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

สหรัฐฯ ครองแชมป์ลงทุนไทย จีน-สิงคโปร์ตามติด

5 อันดับแรกของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย ได้แก่

1. สหรัฐอเมริกา 87 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,982 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม
  • ธุรกิจโฆษณา
  • ธุรกิจบริการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง บำรุงรักษาและซ่อมแซมโครงสร้างและชั้นวางสินค้าที่ทำจากโลหะ
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ชิ้นส่วนเหล็กหล่อขึ้นรูป เม็ดพลาสติก เป็นต้น

2. จีน 85 ราย คิดเป็น 16% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 30,023 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจผลิตเครื่องประดับที่ทำจากเงิน
  • ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น อุปกรณ์ระบบส่องสว่าง เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด สายสวนบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ
  • ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ท่อเหล็กและชิ้นส่วนโลหะ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ Printed Circuit Board Assembly (PCBA)

ต่างชาติแห่ลงทุนไทย 5 เดือนแรกปี 69 ทะลุ 1.54 แสนล้านบาท พุ่ง 73%

3. สิงคโปร์ 74 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 36,529 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น น้ำยาฟอกไต ชิ้นส่วนรถยนต์ แบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะ
  • ธุรกิจบริการ Data Center
  • ธุรกิจบริการบริหารจัดการด้านคลังสินค้าและติดต่อประสานงานผู้ให้บริการด้านการขนส่งและกระจายสินค้า
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น โลหะมีค่ารีไซเคิลและโลหะรีไซเคิล โลหะหล่อขึ้นรูป ชิ้นส่วนสำหรับระบบโทรคมนาคมแบบใยแก้วนำแสง

 

4. ญี่ปุ่น 71 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 27,260 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค
  • ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า
  • ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ และแม่พิมพ์ปั๊มโลหะ

5. ฮ่องกง 48 ราย คิดเป็น 9% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 9,295 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค
  • ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ติดตั้งและทดสอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานลม
  • ธุรกิจบริการพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น โลหะหล่อขึ้นรูป สวิตช์สำหรับยานพาหนะ และผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม

มูลค่าลงทุนพุ่ง 73% จ้างงานคนไทยเพิ่มเกือบครึ่ง

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 102 ราย หรือ 24% จาก 426 ราย เป็น 528 ราย

ขณะที่มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 64,615 ล้านบาท หรือ 73% จาก 88,943 ล้านบาท เป็น 153,558 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 3,788 คน เพิ่มขึ้น 1,230 คน หรือ 48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการจ้างงาน 2,558 คน

BOI ดึงเม็ดเงินลงทุนทะลุ 1 แสนล้านบาท

การลงทุนของต่างชาติส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 254 ราย คิดเป็น 48% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 528 ราย มูลค่าลงทุน 101,658 ล้านบาท

สอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร

3 กลุ่มธุรกิจเด่นที่ต่างชาติเลือกลงทุนผ่าน BOI

  1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Aircraft Engine Case เครื่องจักรอัตโนมัติ และชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งช่วยยกระดับการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
  2. ธุรกิจบริการมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (IPO) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการค้าการลงทุนระดับภูมิภาค
  3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น Data Center และบริการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์ม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services

EEC ยังแรง ต่างชาติลงทุนเกือบ 6 หมื่นล้านบาท

สำหรับการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุน 161 ราย คิดเป็น 30% ของนักลงทุนต่างชาติทั้งหมดในไทย เพิ่มขึ้น 32 ราย หรือ 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

มีมูลค่าการลงทุนรวม 59,939 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด

ประกอบด้วย

  • จีน 53 ราย ลงทุน 24,640 ล้านบาท
  • ญี่ปุ่น 23 ราย ลงทุน 8,419 ล้านบาท
  • สิงคโปร์ 20 ราย ลงทุน 9,940 ล้านบาท
  • ประเทศอื่น ๆ 65 ราย ลงทุน 16,940 ล้านบาท

ธุรกิจที่ได้รับความสนใจลงทุนใน EEC ได้แก่

  • ธุรกิจซ่อมบำรุง Aircraft Nacelle และชิ้นส่วนของ Nacelle ของอากาศยานทางการทหาร
  • ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น พัดลมสำหรับการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุและเคมีภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์
  • ธุรกิจบริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์โทรคมนาคมสำหรับระบบใยแก้วนำแสง
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรอัตโนมัติ และ Printed Circuit Board Assembly (PCBA)

เดือน พ.ค. ต่างชาติลงทุนใหม่ 90 ราย

เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 90 ราย แบ่งเป็นการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 23 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 67 ราย

มีเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 24,226 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีน สิงคโปร์ และไต้หวันตามลำดับ

มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 333 คน พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้เฉพาะทางให้แก่คนไทย เช่น

  • องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม
  • องค์ความรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนา AI Model เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน

ธุรกิจเด่นที่ได้รับอนุญาตในเดือนพฤษภาคม

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมในการออกแบบและติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตก๊าซอุตสาหกรรม
  • ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น น้ำยาฟอกไต ริบบอนถ่ายโอนความร้อน (Thermal Transfer Ribbon) และอุปกรณ์ระบบส่องสว่าง
  • ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้ง ซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบถังเก็บและท่อส่งอีเทนเหลว สำหรับโครงการสถานีเก็บอีเทนเหลว
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และตู้โลหะสำหรับบรรจุอุปกรณ์ไฟฟ้า