
ครม.อัดงบ 290 ล้าน โปรโมทมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี คาดเงินสะพัด 3.2 หมื่นล้าน
ครม.ไฟเขียวงบกลางปี 2569 วงเงิน 290 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างบริหารจัดการ ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรม งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี คาดเงินสะพัดกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท สร้างงาน 8.1 หมื่นอัตรา
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบกลางปี 2569 วงเงินกว่า 290 ล้านบาท สำหรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกที่จังหวัดอุดรธานี
- งบประมาณดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ การประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมต่างๆ ของงาน
- การจัดสรรงบครั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบเวลาและมาตรฐานที่สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) กำหนดไว้
ประเทศไทยเตรียมการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติจัดสรรงบกลางปี 2569 วงเงิน 290 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างบริหารจัดการ ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมเรียบร้อยแล้ว
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงรายละเอียดว่า วันนี้ ที่ประชุมครม. มีมติอนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 290,901,500 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างบริหารจัดการ ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามกรอบเวลาและมาตรฐานที่สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) กำหนดไว้
สำหรับงบประมาณดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณจัดงาน 2,500 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรีเคยอนุมัติไว้อยู่แล้ว ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2565 โดยหลังจากนี้ กรมวิชาการเกษตรจะเร่งดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใส คุ้มค่า และเป็นไปตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างเคร่งครัด
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการจัดงานบนพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) รวมทั้งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จัดมหกรรมพืชสวนโลกขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อแสดงศักยภาพด้านพืชสวน การเกษตร เทคโนโลยี นวัตกรรม และความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาพื้นที่ในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
รัฐบาลคาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้เข้าชมงานประมาณ 3.6 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 32,000 ล้านบาท มีมูลค่าการสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) กว่า 20,000 ล้านบาท สร้างการจ้างงานราว 81,000 อัตรา และสร้างรายได้จากการจัดเก็บภาษีประมาณ 7,700 ล้านบาท
รวมทั้งจะเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และการพัฒนาเมืองของจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการด้านโรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และภาคบริการในพื้นที่
อย่างไรก็ตามรัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ภายหลังการจัดงาน (Expo Legacy) โดยมีแนวทางพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่สาธารณะ และสถานที่จัดกิจกรรมของจังหวัด เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและชุมชนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรฯ จะติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานในทุกมิติ ทั้งการใช้งบประมาณ การก่อสร้าง ความปลอดภัย ระบบบริการต่าง ๆ แผนการประชาสัมพันธ์ รวมถึงแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่หลังจบงาน เพื่อให้งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 เป็นเวทีสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และยกระดับศักยภาพด้านพืชสวนและนวัตกรรมการเกษตรของไทยในระดับนานาชาติ







