
‘คมนาคม’ ขีดเส้น 3 เดือน เบรกต่อใบขับขี่ สางปัญหาคนขับเถื่อนผ่านแอปเรียกรถ
คมนาคม ถก 3 สมาคมแท็กซี่ เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายเข้ม สั่งแพลตฟอร์มถอดผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตสาธารณะออกจากระบบภายใน 3 เดือน ขู่ทำไม่ได้เบรกต่ออายุใบขับขี่แอปพลิเคชันทันที
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมให้เวลา 3 เดือนแก่ผู้ขับรถผ่านแอปพลิเคชันที่ยังไม่มีใบขับขี่สาธารณะ ให้ไปดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้องภายในเดือนสิงหาคมนี้
- ผู้ขับขี่ที่ยังไม่มีใบอนุญาตและไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในเวลาที่กำหนด จะถูกนำออกจากระบบของแอปพลิเคชัน
- ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะไม่สามารถรับสมัครผู้ขับขี่รายใหม่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และต้องมีบทบาทคัดกรองผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
- หากแพลตฟอร์มไม่สามารถควบคุมและแก้ปัญหาผู้ขับขี่ผิดกฎหมายได้ กระทรวงคมนาคมอาจพิจารณาไม่ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังหารือร่วมกับเครือข่าย 3 สมาคมแท็กซี่ ได้แก่ สมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย สมาคมประสานงานรถรับจ้างสุวรรณภูมิ และสมาคมแท็กซี่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ขณะนี้ได้รับฟังข้อเสนอและปัญหาเกี่ยวกับการให้บริการรถแท็กซี่และแพลตฟอร์มเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน
“ยืนยันว่ากระทรวงจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำผิดทุกฝ่าย ไม่มีการผ่อนปรน และผู้ฝ่าฝืนยังคงต้องถูกจับกุม ปรับ และดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยกระทรวงให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและประโยชน์ของผู้โดยสาร โดยเร่งผลักดันให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านการขึ้นทะเบียนและขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถกำกับดูแลและยกระดับมาตรฐานการบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือผู้ประกอบการรายใดก็ตาม” นายสิริพงศ์ กล่าว
ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมเตรียมเชิญผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถทุกรายเข้าหารือในเร็วๆนี้ เพื่อกำหนดมาตรฐานร่วมกัน โดยจะไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะสมัครเข้าระบบใหม่ และกำหนดให้ผู้ขับขี่ที่อยู่ในระบบแต่ยังไม่มีใบอนุญาต ต้องดำเนินการให้ถูกต้องภายใน 3 เดือน หรือภายในเดือนสิงหาคมนี้ หากไม่ดำเนินการจะถูกนำออกจากระบบ
ดังนั้นแพลตฟอร์มต้องมีบทบาทในการคัดกรองและจัดการผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง หากแพลตฟอร์มไม่สามารถควบคุมและแก้ไขปัญหาภายในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงอาจพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การไม่ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ เพื่อไม่ให้ผู้ขับขี่ที่ทำถูกต้องตามกฎหมายได้รับผลกระทบไปด้วย
ส่วนปัญหารถแท็กซี่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. พัฒนาแอปพลิเคชันสวัสดี ให้สามารถคำนวณอัตราค่าโดยสารตามระบบแอปพลิเคชัน สำหรับใช้ให้บริการรถแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ
ทั้งนี้เพื่อลดข้อร้องเรียนเรื่องการเรียกราคาเหมาจ่าย โดยได้มอบหมายให้ ทอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาเรื่องดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกให้รถแท็กซี่ที่ปฏิบัติตามกฎหมายสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาการปรับปรุงกฎระเบียบและโครงสร้างค่าโดยสารในพื้นที่นอกปริมณฑล เช่น อ.กำแพงแสน อ.ดอนตูม อ.บางเลน อ.หนองเสือ อ.ลาดหลุมแก้ว และจังหวัดฉะเชิงเทรา (ทั้งจังหวัด)
ส่วนการคิดค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย สำหรับรถขนาดเล็กไม่เกินกิโลเมตรละ 13 บาท และรถขนาดใหญ่ ไม่เกินกิโลเมตรละ 15 บาท เนื่องจากมีต้นทุนสูงจากการวิ่งเที่ยวเปล่ากลับ หากไม่มีผู้โดยสาร
ทั้งนี้ยังมีการเสนอให้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ รถขนาดใหญ่ รถประตูสไลด์ และรถระดับพรีเมียม สามารถจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกและคุณภาพการบริการ ส่วนข้อเสนอการปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่นั้น โดยกระทรวงจะพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการ เช่น การเปลี่ยนรถเก่าเป็นรถรุ่นใหม่ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงขึ้น
รายงานข่าวจากกรมขนส่งทางบก แจ้งว่าปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกให้การรับรองแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันแล้ว 8 ราย เช่นแกร็บ (Grab), โบลท์ (Bolt), อินไดร์ฟ (inDrive), ไลน์แมน (Lineman), แม็กซิม (Maxim), ลาล่ามูฟ (Lalamove), ทาดา (TADA) และ ฟินโกโก (Fingogo) ขณะที่ Bolt อยู่ระหว่างการดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาต






