
รฟท. ดันระบบคุมรถไฟอัตโนมัติ ลุยสายตะวันออก แก้อุบัติเหตุจุดตัดรถไฟ
รฟท. เร่งติดตั้งระบบคุมรถไฟอัตโนมัติ ATP นำร่องสายตะวันออก ภายในปีนี้ แก้ปม Human Error คุมเข้มการเดินรถ ปิดช่องอุบัติเหตุจุดตัดรถไฟ หวังยกระดับความปลอดภัย
KEY
POINTS
- รฟท. เตรียมนำระบบควบคุมรถไฟอัตโนมัติ (ATP) มาใช้เพื่อลดอุบัติเหตุที่จุดตัดทางรถไฟ ซึ่งมีสาเหตุหลักจากความผิดพลาดของพนักงาน
- จะเริ่มนำร่องติดตั้งระบบในเส้นทางสายตะวันออกเป็นสายแรก เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีการเดินรถหนาแน่นและปริมาณขนส่งสูง
- ระบบ ATP จะช่วยควบคุมความเร็วและสั่งเบรกอัตโนมัติหากพนักงานขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟ โดยคาดว่าจะเริ่มทดสอบได้บางช่วงภายในปีนี้
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะรักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2569 รฟท.ได้รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการ รฟท.ถึงอุบัติเหตุจุดตัดรถไฟที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เพื่อยกระดับความปลอดภัย จากการวิเคราะห์สาเหตุจากอุบัติเหตุทางรถไฟส่วนใหญ่ พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับความบกพร่องของพนักงาน (Human Error) เป็นหลัก
ติดเครื่องมือลดเสี่ยง อุบัติเหตุจุดตัดรถไฟ
ดังนั้น รฟท. จึงมีนโยบายเร่งนำเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว โดยตัดสินใจเลือกใช้ระบบควบคุมรถไฟอัตโนมัติ (Automatic Train Protection - ATP) มาตรฐาน ETCS Level 1 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยระบบรางมาตรฐานสากลที่น่าเชื่อถือและใช้อยู่ในระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงในปัจจุบัน
ขณะเดียวกันระบบดังกล่าวจะนำร่องเส้นทางสายตะวันออกเป็นเป้าหมายแรก เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีความหนาแน่นของการเดินรถสูงและมีปริมาณการขนส่งจำนวนมาก ปัจจุบัน รฟท. อยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเร่งรัดการติดตั้งเพื่อให้ทันตามกำหนดการ คาดว่าจะเริ่มเห็นการเปิดทดสอบระบบได้ในบางช่วงภายในปีนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและยกระดับมาตรฐานการเดินรถไฟไทยให้ทัดเทียมสากล
ทั้งนี้ รฟท. ยังมีแผนจะนำข้อมูลจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศเข้าสู่ระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันอุบัติเหตุในระยะยาวต่อไปด้วย
นำร่องรถไฟทางคู่ ระยที่ 1 รวม 234 กิโลเมตร
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน รฟท. ได้เริ่มดำเนินการติดตั้งเทคโนโลยีนี้ไปแล้วในโครงการรถไฟทางคู่ ระยที่ 1 ระยะทางรวมประมาณ 234 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในช่วงของการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและอุปกรณ์ข้างทาง ส่วนของขบวนรถ ได้มีการจัดหาหัวรถจักรใหม่ที่มีระบบ ATP ติดตั้งมาให้แล้วจำนวน 50 คัน (หัวรถจักร QSY) และมีแผนจะติดตั้งเพิ่มเติมในหัวรถจักรอื่น ๆ อีกประมาณ 70 คัน รวมเป็น 120 คัน
“ส่วนรถดีเซลรางที่เหลือ รฟท. ได้ออกประกาศเชิญชวนเพื่อจัดซื้อจัดจ้างระบบ ATP มาติดตั้งเพิ่มเติมแล้ว เราจะไม่รอให้ติดตั้งครบทั้งประเทศจึงค่อยเปิดใช้งาน แต่จะใช้วิธีมอนิเตอร์เส้นทางที่มีความจำเป็นเร่งด่วนมาดำเนินการก่อน” นายอนันต์ กล่าว
สำหรับการทำงานของระบบ ATP นี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การติดตั้งอุปกรณ์ข้างทาง (Trackside) และอุปกรณ์บนขบวนรถ (On-board) โดยระบบจะทำการสื่อสารกันระหว่างภาคพื้นดินและตัวรถเพื่อมอนิเตอร์สัญญาณไฟจราจร หากพนักงานขับรถขับเร็วเกินกว่าที่กำหนด หรือไม่ยอมเบรกตามสัญญาณไฟ (เขียว เหลือง แดง) ระบบจะมีเสียงแจ้งเตือนพนักงาน
ระบบลดความเร็วลงให้อัตโนมัติ
นอกจากนี้หากพนักงานยังไม่ปฏิบัติตาม ระบบจะทำการลดความเร็วลงให้อัตโนมัติ และจะสั่งเบรกฉุกเฉินทันทีในจุดวิกฤตเพื่อป้องกันเหตุอันตราย ซึ่งระบบนี้จะช่วยเข้ามาอุดช่องโหว่ในกรณีที่คนขับอาจเกิดความผิดพลาดหรือไม่สามารถควบคุมรถได้ตามระเบียบปฏิบัติ






