
‘พิพัฒน์’ สั่งด่วน 3 หน่วยงานคมนาคม สอบเชิงลึกหลังติดโผติดสินบน
รองนายกฯ ‘พิพัฒน์’ สั่งปลัดกระทรวงคมนาคม รวบรวมข้อเท็จจริงเชิงลึก หลัง กกร. เปิดข้อมูล 3 หน่วยงานคมนาคม ติดโผมีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด ระบุหากมีมูลตั้งกรรมการสอบพร้อมฟัน
จากกรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และกลุ่ม “เพื่อนไม่ทน” เปิดเผยข้อมูลประสบการณ์ตรงของภาคธุรกิจเกี่ยวกับการสำรวจปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยพบว่าหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมรวมอยู่ด้วย 3 หน่วยงาน คือ กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง และกรมการขนส่งทางบก
ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ภายหลังจากมีข่าวดังกล่าวออกมา จะเชิญอธิบดีหรือผู้บริหารของแต่ละหน่วยงานที่อกี่ยวข้องที่ถูกพาดพิงเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นมีข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีมูลหรือมีข้อเท็จจริง ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
“กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงานทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารงานธุรการ หรือการบริหารงานในภาพรวม ดังนั้นหลักธรรมาภิบาลจึงต้องถูกยึดถือเป็นหลักสำคัญในการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัด ตอนนี้ต้องขอเวลาในการตรวจสอบข้อมูลก่อน โดยจะมอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าข้อมูลดังกล่าวมีที่มาอย่างไร และมีรายละเอียดข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด”
อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมยังไม่สามารถสรุปได้ว่าข้อมูลที่เผยแพร่ออกมานั้นเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมดหรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณารายละเอียดของการสำรวจด้วยว่า ครอบคลุมมากน้อยเพียงใด จึงจำเป็นต้องตรวจสอบเชิงลึกก่อนว่าเป็นข้อมูลที่สะท้อนภาพรวมของหน่วยงานได้มากน้อยเพียงใด และต้องรอให้ปลัดกระทรวงคมนาคมรวบรวมข้อเท็จจริงเสนอเข้ามาก่อน จึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
ด้าน นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม ซึ่งกำกับดูแลกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ขณะนี้เพิ่งได้รับทราบรายละเอียดรายงานดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกก่อน ทั้งในเรื่องที่มาของข้อมูล จำนวนเคส ความน่าเชื่อถือ และรายละเอียดของกระบวนการที่ถูกร้องเรียน เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่ผ่านมาได้รับรายงานจากอธิบดีกรมเจ้าท่าว่า ที่ผ่านมามีการชี้แจงกระบวนการดำเนินงานต่างๆ เพื่อยืนยันว่าขั้นตอนการปฏิบัติงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ทั้งนี้หากมีประเด็นร้องเรียนเกิดขึ้น ก็จำเป็นต้องตรวจสอบทั้งที่มา รายละเอียดของข้อกล่าวหา จำนวนกรณี และความถูกต้องของข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยเรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วย
ด้านนายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า จากข้อมูลข่าวที่ออกมานั้น กรมฯ จะประสานไปยังคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อขอข้อมูลเพื่อดำเนินการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าปัญหาเกิดขึ้นในบริการส่วนใด ก่อนจะพิจารณาแนวทางแก้ไข
“กรมฯ จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างโปร่งใส โดยเฉพาะในยุคที่ตนเป็นอธิบดี หากตรวจสอบและพบเจอผู้กระทำผิดทุจริตมีโทษไล่ออกสถานเดียว ซึ่งที่ผ่านมามีหลายกรณีที่พบการร้องเรียนพฤติกรรมการทุจริตในหน้าที่ เมื่อตรวจสอบพบกระทำผิดจริงนั้นได้มีการไล่ออกจากตำแหน่งทันที”
นายกริชเพชร กล่าวว่า กรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจบริการประชาชนปีละประมาณ 200,000 รายการ และมีงานเกี่ยวข้องหลายประเภทรวมถึงเกี่ยวพันกับอีก 8 สมาคม อีกทั้งที่ผ่านมากรมฯ ได้พัฒนางานบริการ ปรับเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วประมาณ 80-90% ครอบคลุมงานบริการทั่วประเทศ ทั้งการยื่นคำร้อง การจดทะเบียนเรือ รวมถึงการชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบ e-Payment ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วราว 2-3 ปี เพื่อลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าและลดโอกาสเกิดการทุจริต







