
รัฐบาลแจงยิบปลดล็อค 8 ธุรกิจต่างชาติ ไม่ใช่เปิดเสรีไร้การกำกับ มีกฎหมายคุม
รัฐบาลแจงร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ฉบับใหม่ ไม่ใช่เปิดเสรีไร้การกำกับ ย้ำยังอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ และคุมเข้มทุกกิจการสำคัญตามเดิม ไม่ให้กระทบอาชีพคนไทย
KEY
POINTS
- รัฐบาลชี้แจงว่าการปลดล็อค 8 ธุรกิจต่างชาติไม่ใช่การเปิดเสรีไร้การควบคุม แต่เป็นการลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนในการขออนุญาต
- ธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายและหน่วยงานเฉพาะทางอย่างเข้มงวด
- เป้าหมายหลักของมาตรการนี้คือเพื่อเพิ่มความคล่องตัวด้านการลงทุน ดึงดูดเทคโนโลยี และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลว่า “รัฐบาลเปิดให้ต่างชาติประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาต” ว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากสาระสำคัญของร่างอนุบัญญัติภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว มิใช่การเปิดเสรีให้คนต่างด้าวดำเนินธุรกิจโดยไม่มีการกำกับดูแล แต่เป็นการปรับปรุงประเภทธุรกิจบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูงหรือธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะและหน่วยงานของรัฐกำกับดูแลอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว เพื่อลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนการอนุญาต อำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และปรับกฎระเบียบให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่
“รัฐบาลยืนยันว่า ทุกมาตรการด้านเศรษฐกิจจะต้องเดินควบคู่กับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ ผู้ประกอบการไทย และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยการปรับปรุงกฎระเบียบครั้งนี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล ไม่ใช่การปล่อยเสรีโดยไร้การควบคุมตามที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน” น.ส.รัชดา กล่าว
ทั้งนี้ ธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะอย่างเคร่งครัด เช่น
- ธุรกิจโทรคมนาคม อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงาน กสทช.
- ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย
- ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
- ธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียม ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับของหน่วยงานด้านพลังงานอย่างเคร่งครัด
นางสาวรัชดา กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัวด้านการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลยกเลิกการกำกับดูแล หรือเปิดให้ต่างชาติประกอบธุรกิจได้อย่างเสรีโดยไม่มีเงื่อนไข
นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ประกอบการไทย โดยในกรณี “ธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์” กระทรวงพาณิชย์ได้ตัดออกจากร่างกฎกระทรวงแล้ว ภายหลังมีข้อกังวลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลไทย เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับการดูแลศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการภายในประเทศ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงกฎระเบียบครั้งนี้มีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์สำคัญ 5 ประการ ได้แก่
1. ลดภาระขั้นตอนการขออนุญาตที่ไม่จำเป็น
2. เพิ่มการแข่งขันที่เป็นธรรมและโปร่งใส
3. ดึงดูดเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเข้าสู่ประเทศไทย
4. สนับสนุนให้ไทยก้าวสู่การเป็นฐานบริการและศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาค
5. สร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ การลงทุน และการจ้างงานในภาพรวม
สำหรับกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาแก้ไขประเภทธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รวมทั้ง อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขประเภทธุรกิจการค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางการเกษตรพื้นเมืองที่ยังไม่มีกฎหมายห้ามไว้ ยกเว้นการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย
โดยไม่มีการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรภายในประเทศไทย ซึ่งเป็นธุรกิจตามบัญชีสาม (13) ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแก้ไขประเภทธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2556
โดยยกเว้นให้ธุรกิจซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรในคลังสินค้าที่ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากำหนดเป็นธุรกิจที่ได้รับยกเว้นไม่อยู่ใน (13) ของบัญชีสาม ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งคนต่างด้าวประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
ขณะที่ร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้การประกอบกิจการตัวแทนประเภทอื่นตาม (11) (ง) และธุรกิจบริการอื่นตาม (21) ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 8 ธุรกิจ ได้แก่
1) ธุรกิจบริการโทรคมนาคม 2) ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน 3) ธุรกิจบริการบริหารจัดการงานด้านธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคลและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 4) ธุรกิจบริการรับค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศ 5) ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงินและเครื่องจำหน่ายสินค้าหรือบริการอัตโนมัติ เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานบริษัท
6) ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม 7) ธุรกิจอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ 8) ธุรกิจการให้บริการเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่ได้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 เป็นธุรกิจที่คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาต



