
สั่งปิดโรงงานเหล็กเถื่อน บี เอ็น เอส เอส สตีลกรุ๊ป พบฝ่าฝืนกฏหมายเหล็กปี 68
กรอ. สั่งปิดโรงงานเหล็กเถื่อน บี เอ็น เอส เอส สตีลกรุ๊ป กำลังผลิต 2 แสนตันต่อปี หลังพบฝ่าฝืนกฏหมายห้ามตั้งหรือขยายโรงงานผลิตเหล็ก
KEY
POINTS
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) สั่งปิดโรงงานเหล็ก บี เอ็น เอส เอส สตีลกรุ๊ป ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ 1 จ.ชลบุรี
- โรงงานถูกตรวจพบว่าลักลอบติดตั้งเครื่องจักรและเตรียมกลับมาเปิดกิจการใหม่ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2568 ที่ห้ามตั้งหรือขยายโรงงานเหล็ก
- บริษัทฯ มีประวัติถูกเพิกถอนใบอนุญาตเดิมในปี 2568 เนื่องจากกระทำผิดกฎหมายหลายประการ เช่น ลักลอบผลิตเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน และจัดการกากอุตสาหกรรมไม่ถูกต้อง
นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า กรอ.ตรวจสอบโรงงาน บริษัท บี เอ็น เอส เอส สตีลกรุ๊ป จำกัด ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ 1 จ.ชลบุรี พบว่า บริษัทฯ เคยได้รับอนุญาตจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการผลิตเหล็กฯ ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 ตั้งแต่ปี 2536
อย่างไรก็ตาม พบว่า บริษัทฯ ไม่เคยแจ้งเริ่มประกอบกิจการ แต่กลับลักลอบผลิตเหล็กไม่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม อีกทั้ง ยังพบว่ามีการลักลอบประกอบกิจการฝ่าฝืนกฎหมายโรงงานหลายประการ เช่น จัดการกากอุตสาหกรรมไม่ถูกต้อง ไม่ปฏิบัติตามรายงาน EIA และเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต เป็นต้น
ทั้งนี้ แม้ กนอ. จะสั่งระงับการประกอบกิจการและสั่งการให้บริษัทฯ แก้ไขโรงงานอยู่บ่อยครั้ง แต่บริษัทฯ ยังฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรื่อยมา จนท้ายที่สุด กนอ. มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการผลิตเหล็กฯ ของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2568 นับเป็นการสิ้นสุดสภาพความเป็นโรงงานของบริษัทฯ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมโดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีได้มีการใช้บังคับประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ห้ามตั้งหรือขยายโรงงานผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต หรือเหล็กแท่งเล็กสำหรับเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตทุกขนาด ทุกท้องที่ในราชอาณาจักร พ.ศ. 2568 เพื่อแก้ไขปัญหากำลังการผลิตเกินความต้องการบริโภค (Over Supply)
และปัญหาการใช้อัตรากำลังการผลิตต่ำ (Under Utilization) ซึ่งเป็นการรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศและระบบเศรษฐกิจของไทย
“กล่าวคือ เมื่อโรงงานของบริษัทฯ สิ้นสุดสภาพความเป็นโรงงานแล้ว บริษัทฯ จะไม่สามารถกลับมาประกอบกิจการโรงงานผลิตเหล็กฯ ได้อีก ตามประกาศดังกล่าว”
อย่างไรก็ดี ผลจากการตรวจสอบโรงงานของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ปรากฏว่า บริษัทฯ มีการลักลอบติดตั้งเครื่องจักรและทำการทดลองเดินเครื่องจักรเพื่อเตรียมประกอบกิจการโรงงาน ที่แม้ กนอ. จะได้มีการออกใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการผลิตเหล็กฯ ให้บริษัทฯ ใหม่อีกครั้งเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569
แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายห้ามตั้งหรือขยายโรงงานผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต หรือเหล็กแท่งเล็กสำหรับเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตทุกขนาด ทุกท้องที่ในราชอาณาจักร โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย
“กรอ. จึงมีคำสั่งเด็ดขาดให้บริษัทฯ เลิกประกอบกิจการในทันที และจะดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างถึงที่สุดต่อไป โดยบริษัท บี เอ็น เอส เอส สตีลกรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ผลิตเหล็กแท่ง (Billet) เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตและเหล็กรูปพรรณรายใหญ่ กำลังการผลิตเหล็กแท่ง 135,000 ตันต่อปี และเหล็กเส้น 65,000 ตันต่อปี ฝ่าฝืนกฎหมายห้ามตั้งหรือขยายโรงงานผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต หรือเหล็กแท่งเล็กสำหรับเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตทุกขนาด ทุกท้องที่ในราชอาณาจักร“







