thansettakij
thansettakij
พาณิชย์ ประกาศห้ามส่งออก "น้ำมันปาล์มดิบ" เริ่ม 7 เม.ย. นี้ เป็นเวลา 1 ปี

พาณิชย์ ประกาศห้ามส่งออก "น้ำมันปาล์มดิบ" เริ่ม 7 เม.ย. นี้ เป็นเวลา 1 ปี

06 เม.ย. 69 | 02:02 น.
อัปเดตล่าสุด :06 เม.ย. 69 | 02:21 น.

พาณิชย์ ประกาศห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบเริ่ม 7 เม.ย.นี้ คุมสต็อกในประเทศ รับมือพลังงานแพง หนุนไบโอดีเซล ดูแลราคาผลปาล์ม-ค่าครองชีพประชาชน

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์ประกาศให้การส่งออกน้ำมันปาล์มดิบต้องขออนุญาตก่อน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
  • สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น ทำให้มีความต้องการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น จึงต้องสำรองน้ำมันปาล์มไว้ใช้ในประเทศให้เพียงพอ
  • มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ป้องกันการขาดแคลน รักษาเสถียรภาพราคาสำหรับผู้บริโภค และดูแลรายได้เกษตรกร

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ภาคพลังงานมีแนวโน้มเพิ่มการใช้ไบโอดีเซล 

ขณะเดียวกัน ไทยมีทั้งการใช้และการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบในระดับสูง ภาครัฐจึงต้องบริหารจัดการสมดุลปาล์มน้ำมันทั้งระบบ เพื่อให้มีเพียงพอต่อการบริโภคและการใช้เป็นพลังงานในประเทศ ควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพราคาผลปาล์มไม่ให้ผันผวน และให้เกษตรกรยังคงมีรายได้อย่างเป็นธรรม

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จึงได้ยกระดับมาตรการกำกับดูแลการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปนอกราชอาณาจักร โดยกำหนดให้ผู้ส่งออกตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ต้องขออนุญาตก่อนการส่งออก จากเดิมที่ไม่ต้องขออนุญาต เพื่อให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการสต็อกน้ำมันปาล์มในประเทศได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์พลังงาน และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการใช้น้ำมันปาล์มภายในประเทศอย่างพอเพียงในช่วงวิกฤตการณ์พลังงาน ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันปาล์มสำหรับการบริโภคของประชาชน รวมถึงเป็นการสำรองวัตถุดิบพลังงานภายในประเทศ 

เนื่องจากน้ำมันปาล์มเป็นพลังงานชีวภาพที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เองและมีการส่งออกในปริมาณสูง จึงจำเป็นต้องพิจารณาการส่งออกให้เหมาะสมกับปริมาณผลผลิตและความต้องการใช้ในประเทศเป็นสำคัญ

 

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน

 

นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันควบคู่กัน โดยกรมจะรักษาระดับราคาผลปาล์มให้เหมาะสมและเป็นธรรม ไม่ให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดหรือความผันผวนของราคา รวมถึงเพื่อให้เกษตรกรยังคงมีรายได้จากราคาผลปาล์มอย่างเป็นธรรม และลดความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการได้ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2569 เรื่อง การควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปนอกราชอาณาจักร โดยกำหนดให้ “น้ำมันปาล์มดิบ” หมายถึง น้ำมันปาล์มดิบ (Crude Palm Oil : CPO) ตามพิกัดศุลกากรประเภทย่อย 1511.10.00 และห้ามมิให้บุคคลใดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปนอกราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ 

โดยผู้ได้รับอนุญาตต้องส่งออกให้ตรงตามชนิด ประเภท ปริมาณ ระยะเวลา และสถานที่ตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาต พร้อมต้องนำหนังสืออนุญาตกำกับการส่งออกทุกครั้ง และหนังสืออนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะการส่งออกครั้งเดียวเท่านั้น

สำหรับผลผลิตปาล์มน้ำมันปี 2569 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดว่าจะมีผลผลิต 21.87 ล้านตัน สามารถสกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 3.94 ล้านตัน โดยล่าสุด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีสต็อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือประมาณ 0.371 ล้านตัน ซึ่งยังอยู่ในระดับเหมาะสม ขณะที่น้ำมันปาล์มบรรจุขวดมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ

“เป้าหมายสูงสุดคือการดูแลค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และดูแลรายได้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างสมดุล กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทุกวัน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีเพียงพอ ประชาชนซื้อได้ในราคาที่เป็นธรรม และไม่เกิดการกักตุนสินค้า” นายวิทยากร กล่าว