thansettakij
thansettakij
พาณิชย์เปิด 3 ฉากทัศน์ เงินเฟ้อไทยทั้งปีแตะ 1-3% พิษสงครามดันน้ำมันพุ่ง

พาณิชย์เปิด 3 ฉากทัศน์ เงินเฟ้อไทยทั้งปีแตะ 1-3% พิษสงครามดันน้ำมันพุ่ง

05 มี.ค. 2569 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มี.ค. 2569 | 06:18 น.

สนค.เปิด 3 ฉากทัศน์เงินเฟ้อไทยปี 2569 หากราคาน้ำมันโลกพุ่ง 80–120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟ้ออาจขยับจาก 1- 3% จับตาอาหารสำเร็จรูปปรับขึ้นแรง กระทบค่าครองชีพประชาชนทั่วประเทศ

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์ประเมิน 3 ฉากทัศน์ผลกระทบต่อเงินเฟ้อไทย หากสงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกสูงขึ้น
  • หากราคาน้ำมันอยู่ที่ 80-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบ 1.0% - 3.0%
  • ในฉากทัศน์ที่รุนแรงที่สุด หากราคาน้ำมันพุ่งสูงถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะทำให้อัตราเงินเฟ้อของไทยมีความเสี่ยงสูงกว่า 3.0%

วันนี้ (5 มีนาคม 2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อํานวยการสํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 99.67 เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.55 ทําให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง 0.88 

ขณะที่แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม ปี 2569 คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญจากการร่วมปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ - อิสราเอลต่ออิหร่าน ทําให้ความไม่สงบและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ สนค. ได้วิเคราะห์ดัชนีราคาผู้บริโภค และปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะกำหนดทิศทางเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง โดยแบ่งออกเป็น 3 ฉากทัศน์ ดังนี้

ฉากทัศน์ที่ 1 

กรณีราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ภายใต้สมมติฐานนี้ สนค. คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ  1.0% - 2.0%  โดยมีเงื่อนไขการส่งผ่านราคาในหมวดอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ในพื้นที่ทั่วประเทศ ฉากทัศน์นี้ถือเป็นระดับที่เศรษฐกิจไทยสามารถบริหารจัดการได้ภายใต้นโยบายการเงินปัจจุบัน

ฉากทัศน์ที่ 2

กรณีราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

หากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศทวีความรุนแรงจนผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์ คาดว่าเงินเฟ้อจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 2.0% - 3.0% ในกรณีนี้จะมี "ปัจจัยเสริม" ที่สำคัญคือราคาอาหารสำเร็จรูป ซึ่งมีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อสูงถึง 16% โดยคาดว่าจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 10% - 20% ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานรวดเร็วที่สุด

ฉากทัศน์ที่ 3

กรณีราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

หากเกิดวิกฤตพลังงานโลกรุนแรง สนค. คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อมีโอกาส  สูงกว่า 3.0% ภายใต้ข้อบ่งชี้ว่าราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า 10% ในพื้นที่มากกว่า 50% ของประเทศ ฉากทัศน์นี้ถือเป็นความเสี่ยงสูงสุดที่จะกระทบต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือนอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ สนค. จะติดตามตัวเลขการส่งผ่านราคาสินค้าในตะกร้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสำเร็จรูปและสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวสูงต่อราคาน้ำมัน เมื่อต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่ในทางกลับกัน เมื่อราคาน้ำมันลดลง ราคาอาหารเหล่านี้มักจะปรับลดลงยากเนื่องจากโครงสร้างราคาที่มีส่วนประกอบของค่าแรง ค่าเช่า และต้นทุนคงที่อื่นๆ ด้วยน้ำหนักที่สูงถึง 16% ในตะกร้าเงินเฟ้อ การขยับขึ้นของราคาอาหารสำเร็จรูปจึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ประชาชนรู้สึกถึงค่าครองชีพที่สูงขึ้น แม้ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปอาจดูไม่สูงมากนักก็ตาม